การเมือง

ลือ! พรรคเล็ก เตรียมลงเรือลำเดียวกับ 'ธรรมนัส' - 'วิษณุ' รับ นายกฯ เหนื่อย มีความเสี่ยงในการเมือง

โดย thichaphat_d

21 ม.ค. 2565

295 views

สำหรับพรรคเล็กล่าสุด มีความเคลื่อนไหวมีแนวโน้มที่จะไปร่วมกับกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ


ประกอบด้วย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน พรรคพลังชาติไทย 1 คน พรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 เสียง พรรคพลเมืองไทย 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคไทยรักธรรม 1 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 1 เสียง ขณะที่ในส่วนของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ 1 เสียง ที่ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้าน ก็ไปร่วมงานกับ ร.อ.ธรรมนัส เช่นกัน


ส่วนพรรคเล็กที่ตัดสินใจอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีเพียง 1 พรรคคือนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เนื่องจากมีความขัดแย้งกับ ร.อ.ธรรมนัสในช่วงการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา


ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง เสถียรภาพรัฐบาล หลังพรรคพลังประชารัฐมีมติขับ ร.อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ออกจากพรรค ว่าตนตอบไม่ถูก ทางฝ่ายการเมืองต้องรับผิดชอบกันไป ตนตอบไม่ได้ เเต่ไม่นานก็จะหมดสมัยประชุมอยู่แล้ว ก็คงมีเวลาบริหารจัดการ อยู่ที่นายกฯ และหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลจะช่วยกันคิด ต้องยอมรับว่าปัญหาเกิดแล้วจะทำอย่างไร


ส่วนถ้านายกรัฐมนตรีตัดสินใจยุบสภา สามารถทำได้หรือไม่ ขณะกฎหมายลูกค้างอยู่ในสภาจะเรียกว่าตกไปก็ได้ เพราะเมื่อยุบสภาแล้ว ก็ไม่สามารถประชุมได้ และกฎหมายก็ต้องเข้าสภาทั้งสอง ถ้าเหลือเพียงวุฒิสภา ประชุมเองโดยลำพังไม่ได้ ก็ค้างอยู่ ก็เท่ากับไม่มีกฎหมายลูก


และเมื่อยุบสภาแล้วก็ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45 ถึง 60 วัน จะเลือกกันอย่างไรตนนึกไม่ออก ซึ่งเคยตอบไปก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้วว่า ถ้ามีเหตุยุบสภาเกิดขึ้นก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร และไม่เห็นด้วยที่จะเอาร่างกฎหมายมาทำเป็นพระราชกำหนด เพราะไม่ใช่วิธีที่ฉลาด


การออกเป็น พรก.คือรัฐบาลกำหนดฝ่ายเดียว เท่ากับกติกานี้รัฐบาลเป็นผู้กำหนด ซึ่งไม่ใช่ เพราะการเลือกตั้ง เป็นกกต.ที่กำหนด แต่จะกลับไปใช้กฎหมายเดิมก็ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญแก้ไขและประกาศใช้ไปแล้ว ก็ต้องจัดการเลือกตั้งจนได้ แต่จัดอย่างไรตนนึกไม่ออกจริงๆ ซึ่งเคยถาม กกต.เหมือนกันก็ได้คำตอบว่าคิดไม่ออก


นายวิษณุ ยังกล่าวถึงประเด็น ร.อ ธรรมนัส ขอให้พรรคขับตนเองและพวก ออกจากพรรคพลังประชารัฐ ว่า การขอก็ขอไป แต่จะทำได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับพรรค และ ส.ส.ว่ายินยอมหรือไม่ หากเห็นว่าโทษลักษณะนี้ถ้าไม่ถึงขั้นที่จะขับออก ก็เป็นมติ ส่วนจะเชื่อหรือไม่ ว่าความผิดถึงขั้นขับออก คงไม่ใช่ กกต.ที่จะพิจารณา แต่เป็นศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้พิจารณาเหมือนในอดีต กรณีเรื่องงูเห่า


ส่วนร.อ ธรรมนัสอยากให้ขับออกเอง และพรรคทำตามนั้น ไม่สนใจว่าเจ้าตัวจะว่าอย่างไร แต่ขึ้นอยู่ที่พรรค ซึ่งการที่ ร.อ ธรรมนัส ออกจากพรรคพลังประชารัฐ จะส่งผลต่อเสถียรภาพของพรรคร่วมสั่นคลอนหรือไม่ ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งในอดีตเคยมีลักษณะนี้ แต่เมื่อเสียงหายไป ก็เป็นเสียงข้างมากอยู่ดี เพราะยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อย่าไปคิดว่าพรรคพลังประชารัฐมีเสียงน้อย เพราะสุดท้ายก็ยังเป็นพรรคร่วม


ขณะเดียวกัน นายวิษณุ ยังขอว่าอย่านำเรื่องคะแนนเสียงในสภาที่ปริ่มน้ำ กับเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี เป็นเรื่องเดียวกัน เพราะเรื่องนายกฯ เป็นเรื่องของรัฐบาล


นายวิษณุ ยอมรับว่า ในเวลานี้นายกฯ เหนื่อย รัฐบาลมีความสุ่มเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุการเมือง เรื่องจำนวนเสียงส.ส. ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลต้องรีบแก้ แต่แก้อย่างไรตนไม่รู้


พร้อมย้ำคำพูดเดิมที่เคยพูดตอนตั้งรัฐบาลเมื่อสองปีที่แล้วว่า รัฐบาลไม่ใช่เรือเหล็ก แต่เป็นเรือลำเล็ก และสนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อใน ไม่ได้มาจากฝ่ายค้าน และตนไม่ได้มีทางเลือก หรือคำแนะนำให้นายกรัฐมนตรี และไม่ต้องเตรียมอะไร เพราะตนไม่เกี่ยว สิ่งเดียวที่ห่วงตอนนี้คือสุขภาพของตัวเอง


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SninnRMQp5A


คุณอาจสนใจ