อาชญากรรม

เปิดใจอดีตแฟนหนุ่ม 'ออย ยุพา' หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมอำพราง

เปิดใจอดีตแฟนหนุ่ม 'ออย ยุพา' หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมอำพราง

กรณีเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ นางสาวยุพา ศรีเดช หรือออย วันนี้ครอบครัวเดินทาง ไปที่สุสานศพไร้ญาติ เรียกร้องขอให้ตำรวจ ช่วยสืบสวนหาตัวฆาตกรและผู้ร่วมขบวนการ ที่ช่วยกันซ่อนเร้นอำพราง กลายเป็นศพหญิงนิรนามที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ส่วนอดีตแฟนหนุ่มที่เพื่อนสนิทของผู้ตายสงสัย ชี้แจงกับข่าว 3 มิติ ยอมรับว่าทะเลาะกัน ก่อนที่ออย ยุพา จะหายตัวไป      นางเกสร ศรีเดช พร้อมญาติและเพื่อนสนิท ร่วมกันจุดธูปเชิญดวงวิญญาณตามความเชื่อ ตรงจุดที่พบร่างนางสาว ยุพา หรือ ออย ในพื้นที่ศรีราชา ชลบุรี ที่ผ่านมา ร่างของ ออย ยุพา เก็บไว้ที่สุสานไตรคุณธรรม ในฐานะศพหญิงนิรนาม และวันนี้จะเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่เธอจะได้กลับบ้าน      คดีนี้ถูกตั้งคำถามจากครอบครัวและเพื่อนสนิท พวกเขาเชื่อว่า นี่คือเหตุฆาตกรรมอำพราง ที่อาจมีผู้ร่วมขบวนการ เพื่อทำให้ออยกลายเป็นศพนิรนาม ข้อสังเกตคือ ในตัวของผู้ตายไม่มีเอกสารระบุตัวตน ประกอบกับตอนที่เจอศพ ร่างของเธออยู่ในสภาพแช่น้ำจนเปื่อยยุ่ย จุดพบศพเป็นทางเปลี่ยวห่างชุมชน ไกลจากที่พักในอำเภอศรีราชา      เพื่อนสนิทออย ยุพา ตั้งปมสงสัยพุ่งเป้าไปที่ชายอย่าง 3 คน ทั้งหมดเป็นล้วนเคยเป็นอดีตแฟนหนุ่มที่เคยคบหาตอนยังมีชีวิต ซึ่งตำรวจสภ.หนองขาม ได้เรียกทั้งหมดมาให้ปากคำแล้ว เบื้องต้นพบยังไม่พบพิรูธ หรือ มีพฤติการณ์หลบหนี ทั้งนี้ ชาย 1 ใน 3 คน ชี้แจงกับข่าว 3 มิติ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะอยู่กับผู้ตายและทะเลาะกัน ก่อนที่ออย ยุพา ขาดการติดต่อ      หนึ่งสัปดาห์ก่อนหายตัวไป 19 พฤษภาคม ปี 57 ออยโพสต์ภาพตัวเองในเฟสบุ๊ค 20-21 ยังติดต่อพูดคุยกับเพื่อนได้ 22 พฤภาคม เริ่มขาดการติดต่อ กระทั่งวันที่ 26 มีคนพบศพหญิงนิรนาม เมื่อดูจากไทม์ไลน์ ประกอบกับสภาพศพที่พบ จึงสันนิษฐานว่า ออย ยุพา น่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ 22 พฤษภาคม ข้อสงสัยคือใครอยู่กับออยในคืนนั้น มีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยงอย่างไรหรือไม่      เพื่อนผู้ตายพยายามหาคำตอบ ทำไมจึงหายไปอย่างลึกลับ และนี่คือ ข้อความที่เพื่อนส่งถึงออย ยุพา ระบุวันที่ 28 เดือน 1 ปี 59  อีกครั้งคือวันที่ 6 เดือน 2 ปี 59 ออยไม่ตอบกลับ แต่ระบบขึ้นว่า มีคนเห็นข้อความนี้แล้ว  คำถามคือ ใครคือผู้รู้รหัสผ่านเข้ามาอ่านข้อความในอินบ็อกซ์ หรือนี่จะเป็นฆาตกรตัวจริง ที่ยังลอยนวลปะปนกับผู้คนจนถึงปัจจุบัน

6 ชม. ที่ผ่านมา

292 views

ถอดบทเรียน 'กันพื้นที่เกิดเหตุ' คดีเด็กวัย 3 ขวบ เสียชีวิตบนภูเขา ที่ยังหาวัตถุพยานนำไปตรวจดีเอ็นเอไม่ได้

ถอดบทเรียน 'กันพื้นที่เกิดเหตุ' คดีเด็กวัย 3 ขวบ เสียชีวิตบนภูเขา ที่ยังหาวัตถุพยานนำไปตรวจดีเอ็นเอไม่ได้

กรณีเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่มุกดาหาร หายออกจากบ้าน 3 วันและต่อมาพบเสียชีวิตบนเขาห่างจากบ้านไปเกือบ 2 กิโลเมตร จนถึงวันนี้ผ่านมา 20 วัน แม้ว่าตำรวจจะค้นหาหลักฐานทุกวัน แต่ยังขาดเบาะแสสำคัญคือวัตถุพยานที่จะนำไปตรวจ DNA ขณะมูลนิธิกระจกเงา ถอดบทเรียนการตามหาเด็กหาย หรือเสียชีวิต ปัจจัยความสำเร็จส่วนหนึ่งคือการกันพื้นที่เกิดเหตุให้รัดกุม เพื่อเก็บหลักฐานให้ได้มากที่สุด      แม้จะเดินเท้าขึ้นสำรวจหาวัตถุพยาน โดยเฉพาะเสื้อกล้ามสีขาว ลายมิกกี้เมาส์ ของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิต แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบ รองผ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตอบคำถามเพื่อเป็นกรณีศึกษาแก่สังคมว่า กรณีนี้ที่หาวัตถุพยาน หรือหลักฐานได้ยาก เป็นเพราะไม่ได้กันพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดหรือรัดกุมหรือไม่ โดยระบุว่าภายใต้สภาพแวดล้อม บ้านและภูเขา ถือว่าเจ้าหน้าที่ทำได้ดี แต่คำถามสำคัญในกรณีที่น้องชมพู่หายไปจากจุดที่เล่าหน้าบ้าน แล้วไปพบศพบนเขานั้น ที่ใดบ้าง ที่จะถูกเรียกว่า "ที่เกิดเหตุ"     ผู้จัดการศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ที่มีบทบาทติดตามเรื่องคนสูญหาย ถอดบทเรียนระบุว่า การกันพื้นที่เป็นความสำคัญอย่างหนึ่งในกรณีเช่นนี้ เพราะเคยพบกรณีตัวอย่างว่า ชาวบ้าน หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ กลายเป็นอุปสรรคต่อการเก็บหลักฐานโดยไม่ตั้งใจ และในกรณีการเสียชีวิต การรายงานนิติเวชที่ชัดเจน ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน  

6 ชม. ที่ผ่านมา

229 views

ขุดศพ 'พริตตี้ออย' ใส่โลงนำกลับบ้านเกิดบำเพ็ญกุศล เพื่อนผู้ตายปักใจเชื่อเป็นฝีมือชายคนสนิท

ขุดศพ 'พริตตี้ออย' ใส่โลงนำกลับบ้านเกิดบำเพ็ญกุศล เพื่อนผู้ตายปักใจเชื่อเป็นฝีมือชายคนสนิท

เจ้าหน้าที่ขุดโครงกระดูก พริตตี้ออย ใส่โรงนำกลับบ้านเกิด จ.เพชรบูรณ์ เพื่อบำเพ็ญกุศล ด้านเพื่อนสนิทปักใจเชื่อชายคนสนิท ต้องสงสัย    นางเกสร เทียนโสภา แม่ของน้องออย พริตตี้สาวชาว อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ และบรรดาเพื่อนๆ ได้มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของน้องออย ในจุดที่พบศพ พื้นที่หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังจากหายตัวอย่างลึกลับเมื่อ 6 ปีก่อน   จากนั้น เดินทางต่อมาที่สุสานไตรคุณธรรม อ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อทำพิธีขุดศพ นำโครงกระดูกกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.เพชรบูรณ์ มาถึงวันนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ อยากให้ตำรวจช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะคนทำใจร้ายมาก ฆ่าลูกสาวของตนได้อย่างเหี้ยมโหด    ขณะที่เพื่อนสนิท เชื่อว่าเพื่อนถูกฆาตกรรม และน่าจะเป็นฝีมือของแฟนหนุ่มคนไทย เพราะเคยเห็นว่ามีการเคยทุบตีทำร้ายร่างกาย   ด้านพ.ต.อ.คงศักดิ์ บุญสืบสุวรรณ ผู้กับการ สภ.หนองขาม กล่าวว่า ล่าสุดทางได้มีการเรียกตัวพยานปากสำคัญ เป็นคนไทย 2 ราย และชาวต่างชาติ 1 ราย มาสอบปากคำ โดยรายแรกคือคนไทย พบว่า เคยเป็นอดีตแฟนกับผู้ตาย ให้การว่า ได้อยู่กับผู้ตาย ก่อนที่จะมีปากเสียงทะเลาะกัน ทำให้ผู้ตาย โทรศัพท์ติดต่อให้คนมารับตัวไป หลังจากนั้นก็ไม่ทราบว่าไปไหนต่อ   ส่วนคนไทยอีกคน เป็นอดีตแฟนของผู้ตายอีกคน หลังจากที่เลิกลากันไป ก็ไม่ได้คุยกัน และพยานชาวต่างชาติ ก็ให้การว่าเป็นคนคอยส่งเสียเลี้ยงดูผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งหมดยังไม่พบพิรุธหรือท่าทีในการหลบหนีแต่อย่างใด       ชมผ่านยูทูบที่นี่ :  https://youtu.be/hag-1SbWjvs  

13 ชม. ที่ผ่านมา

628 views

เพื่อนสาวคนสนิทพริตตี้สาว ติดใจการเสียชีวิต สงสัยหนุ่มใกล้ชิดคนสุดท้ายที่อยู่กับ 'ออย' เป็นฆาตกร

เพื่อนสาวคนสนิทพริตตี้สาว ติดใจการเสียชีวิต สงสัยหนุ่มใกล้ชิดคนสุดท้ายที่อยู่กับ 'ออย' เป็นฆาตกร

สืบเนื่องจากคดี 'ไอซ์ หีบเหล็ก' ที่เป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางหลายศพ และมีญาติผู้เสียชีวิตออกมาตามหาและยืนยันว่าเป็นญาติที่หายไปจริง เช่นเดียวกับครอบครัวพริตตี้สาว 'ออย ยุพา' ที่แจ้งคนหายไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 เป็นระยะเวลา 6 ปี และสงสัยว่าอาจถูก ไอซ์ หีบเหล็ก ฆาตกรรมเช่นเดียวกับผู้เสียชีวิตรายอื่น ต่อมาวันที่ 26 พ.ค. 2557 ได้มีการพบศพนิรานามใน จ.ชลบุรี ทีมแพทย์และได้ทำการตรวจพิสูจน์ DNA ผลตรวจยืนยันว่า เป็นออย พริตตี้สาวที่หายตัวไปจริง นอกจากนั้น ยังมีผลยืนยันว่า การเสียชีวิตของออยไม่ได้ถูกไอซ์ หีบเหล็ก สังหารเหมือนที่ได้สันนิษฐานไว้ โดยมีการชันสูตรว่า อาจเสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลว เพื่อนสาวคนสนิทของออย ได้มานั่งรายการโหนกระแส พูดคุยประเด็นและเปิดข้อสงสัยต่างๆ ของการหายตัวไปของพริตตี้สาว จนมาพบเป็นศพ โดยเธอตั้งข้อสงสัยชายคนสนิทของพริตตี้ 2 คน เป็นชาวต่างชาติ และคนไทย ตัวย่อ 'ช.ช้าง' ที่คาดว่า เป็นผู้อยู่กับออยเป็นคนสุดท้าย จากนั้นออยก็ได้หายตัวไป ในฐานะเพื่อนสนิท เธอยังไม่ปักใจเชื่อถึงการตรวจพิสูจน์ว่า ออยเสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลว และเร่งพิสูจน์หาความจริงว่าใครคือฆาตกร เพื่อเรียกความเป็นธรรมกับชีวิตที่สูญเสียไปของเพื่อน

15 ชม. ที่ผ่านมา

1,972 views

น้องสุดทนโดนพี่ติดยาขู่ฆ่า-หาเรื่องหลายครั้ง คว้าปืนยิงดับใต้ต้นมังคุด เพื่อนบ้าน เผยผู้ก่อเหตุเป็นคนดี

น้องสุดทนโดนพี่ติดยาขู่ฆ่า-หาเรื่องหลายครั้ง คว้าปืนยิงดับใต้ต้นมังคุด เพื่อนบ้าน เผยผู้ก่อเหตุเป็นคนดี

ชุมพร พี่ติดยาชอบขู่จะฆ่าน้อง โวยวายด่าทอทุกวัน ล่าสุดเดินเข้ามาชก น้องสุดทนคว้าปืนยิงดับ     เหตุเกิดบนภูเขา รอยต่อระหว่าง จ.ชุมพร และ จ.ระนอง ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ห่างไกลจากพื้นราบร่วม 40 กม. ต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับร่วม 3 ชม. เมื่อไปถึงพบศพนายสมใจ อายุ 36 ปี นอนหงายใต้ต้นมังคุด สภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นลายพราง พบบาดแผลถูกยิงที่กลางลำคอกับหน้าอก ด้วยกระสุนปืน ขนาด.38 จำนวน 1 นัด จึงส่งร่างไปชันสูตรที่ รพ.พะโต๊ะ ส่วนพื้นที่รอบ ๆ พบร่องรอยการต่อสู้กระจายเป็นวงกว้าง      โดยผู้ก่อเหตุ คือ นายสราวุธ อายุ 30 ปี ยืนรอมอบตัว ในบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อมปืนสั้นไทยประดิษฐ์ เบื้องต้นให้การว่า ตนเองกับผู้ตายเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน มีบ้านอยู่ในละแวกเดียวกัน โดยผู้ตายเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติด เมื่อกลับมาอยู่บ้าน มักจะพูดจาโวยวายข่มขู่ตนเองตลอด ว่าจะทำร้ายร่างกาย และจะยิงหลายครั้ง จึงต้องหาปืนพกสั้นมาไว้ป้องกันตัว ซึ่งตนเองอาศัยอยู่กับภรรยา และลูกชายอายุ 9 ขวบ และลูกสาวอายุเพียงไม่กี่เดือน พร้อมดูแลคุณตาที่ชราภาพ อยู่ในละแวกบ้านเดียวกันวันเกิดเหตุได้เดินผ่านบ้านนายสมใจ ถูกผู้ตายตะโกนด่า พร้อมกับเดินเข้ามาชก และทำท่าทางเหมือนจะชักปืน ตนตกใจกลัว จึงชักปืนจากเอวยิงใส่ นายสมใจ จนล้มลง และเสียชีวิต      เบื้องต้น ตำรวจ สภ.พะโต๊ะ ได้ตั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I9ijoDKOAfI

15 ชม. ที่ผ่านมา

786 views

ลูกเขยโหดบุกกระหน่ำยิงพ่อตา-ญาติ ดับ 2 ราย เหตุขอคืนดีเมียไม่สำเร็จ

ลูกเขยโหดบุกกระหน่ำยิงพ่อตา-ญาติ ดับ 2 ราย เหตุขอคืนดีเมียไม่สำเร็จ

ที่เกิดเหตุเป็นลานอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พบรอยเลือดไปทั่วบริเวณ ที่พื้นพบกล่องใส่กระสุนปืนตกอยู่ มีกระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 14 นัด และซองหนังอาวุธปืนตกอยู่ ส่วนอาวุธปืน นายพวงมณี ผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยยึดไว้ และนำมามอบให้กับตำรวจ พร้อมปลอกกระสุนปืนในรังเพลิงอีก 6 ปลอกตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เพื่อเป็นหลักฐาน      โดยทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสระโบสถ์ ไปก่อนหน้าแล้ว ในจำนวน 4 ราย สาหัส 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายทองดี อายุ 62 ปี ,นายสามารถ อายุ 60 ปี,นายพวงมณี อายุ 65 ปี และนายเฉลิมพล อายุ 43 ปี     สอบถาม น.ส.ศิริพร อายุ 32 ปี เป็นลูกของนายทองดี และเป็นภรรยาของนายเฉลิมพล เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเฉลิมพล สามี อยู่ในสภาพเมาสุรามา เดินทางมาหาตนเองที่บ้าน เพื่อมาขอคืนดี จากที่มีเรื่องบาดหมาง ทะเลาะกัน โดยตนได้กลับบ้านมาอยู่กับพ่อได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว และไม่ได้ติดต่อกัน     น.ส.ศิริพร ยังเล่าว่า นายเฉลิมพล ยังได้ไปคุยกับพ่อและญาติ เพื่อที่จะขอคืนดีกับตน และจะขอนำตัวตนกลับไปอยู่ด้วยกันที่ อ.โคกสลุง แต่พ่อไม่ยอม ทำให้ นายเฉลิมพล หงุดหงิด และพูดว่าเดี๋ยวเจอกัน ก่อนขับรถหายไป-จากนั้น นายเฉลิมพล ได้ขับรถกระบะคันเดิมมาจอดที่ลานของหมู่บ้าน โดยไม่ได้พูดอะไร รีบเดินเข้าไปหาพ่อ และยิงใส่พ่อ 6 นัด ซึ่งลุง คือนายพวงมณี อยู่ในเหตุการณ์ ถูกยิง 1 นัด กระสุนแฉลบบริเวณหน้าอก และได้เข้าแย่งปืน กอดรัดฟัดเหวี่ยงจนหัว นายเฉลิมพล ไปกระแทกกับพื้นแตกได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้ จากนั้น นายเฉลิมพล จะวิ่งไปที่รถ เพื่อบรรจุกระสุนเข้ารังเพลิง     ทำให้ นายทองดี ถูกยิงเข้าที่ สะบักขวา แขนขวา และที่เอว จำนวน 3 นัด และนายสามารถ ถูกคมกระสุนยิงเข้าที่ท้อง 2 นัด ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ได้พยายามยื้อชีวิต แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา-ส่วน นายพวงมณี ถูกยิงกระสุนแฉลบเฉียดหน้าอก ได้รับบาดเจ็บไม่มากแพทย์ให้กลับบ้านได้      ส่วน นายเฉลิมพล เขยปืนโหดแพทย์ได้ส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลบ้านหมี่ โดยมีตำรวจคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดี -ขณะที่ ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ถูกส่งต่อไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MWz7xfWmDTs

16 ชม. ที่ผ่านมา

1,357 views

เปิดคลิปสาวสองถือถุงดำคาดใส่ผ้าเปื้อนเลือดทิ้งถังขยะ หลังแทงแฟนหนุ่มดับคาห้อง ตร.เร่งไล่ล่า

เปิดคลิปสาวสองถือถุงดำคาดใส่ผ้าเปื้อนเลือดทิ้งถังขยะ หลังแทงแฟนหนุ่มดับคาห้อง ตร.เร่งไล่ล่า

ตำรวจขอนแก่น ยังเร่งล่า น้องมาย์ สาวสองฆ่าแฟนหนุ่มคาห้องเช่า ล่าสุดตำรวจพบเบาะแส ภาพกล้องวงจรปิดใกล้กับห้องเช่า เห็นคนร้ายเดินถือถุงดำนำหลักฐานผ้าเปื้อนเลือดทิ้งถังขยะ     ภาพวงจรปิดใกล้กับห้องเช่าจุดเกิดเหตุ สามารถบันทึกวินาทีที่ นายธันพิชา รอดหนองเข็ง หรือมายด์ อายุ 28 ปี สาวประเภทสอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งก่อใช้มีดแทงแฟนหนุ่ม นายมานพ อำท้าว อายุ 27 ปี เสียชีวิตอยู่ในห้องเช่า      ซึ่งภาพที่เห็นบันทึกได้ในช่วงเวลาประมาณ ตี 4 ครึ่ง ของวันที่ 27 พฤษภาคม พบผู้ต้องหาหอบหิ้วถุงดำ 2 ถุง มีกระเป๋าอีก 1 ใบ อยู่ที่ด้านหน้า คาดว่าเป็นหลักฐานผ้าเปื้อนเลือดที่ผู้ต้องหานำไปทิ้งถังขยะ ก่อนจะเดินลัดเลาะตามถนนหลบหนีไป      ทั้งนี้มีกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ประมาณ 4 จุดที่พอจะเห็นเส้นทางหลบหนี ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมได้ แต่พอจะทราบเส้นทางการหลบหนีแล้ว พร้อมกันนี้ทางตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ยังได้ประกาศหาเบาะแสของผู้ต้องหารายนี้ หากพลเมืองพบเห็นให้รีบแจ้งตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นทันที ซึ่งคาดว่ายังคงวนเวียนหลบหนีอยู่ไม่ไกล อยู่ในแถบทางภาคอีสาน มั่นใจจะได้ตัวเร็วๆ นี้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PiQSFTlQHAs

16 ชม. ที่ผ่านมา

2,616 views

สาวขึ้นโรงพักเคลียร์ปมผัวเก่ายิงผัวใหม่ ยันทั้งคู่ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน

สาวขึ้นโรงพักเคลียร์ปมผัวเก่ายิงผัวใหม่ ยันทั้งคู่ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน

ความคืบหน้ากรณีอดีตสามีไล่ยิงภรรยาเก่าและแฟนใหม่ ย่านบางเขน ฝ่ายหญิงยืนยัน ทั้งคู่ไม่ได้รู้จักกันและไม่เคยฝากฝังกันดูแล     กรณี นายพงศ์สิทธัต ถูกนายปรัฐกรณ์ คำแหง อายุ 34 ปี สามีเก่าของแฟนสาว ขับรถไล่ยิงใส่จนบาดเจ็บสาหัส บริเวณจุดยูเทิร์นปากซอยพหลโยธิน 45 หน้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ถนนพหลโยธิน เมื่อคืนวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา     นางสาวธัญรัศมิ์ เข้าให้ปากคำกับตำรวจที่ สน.บางเขน พร้อมเล่าวินาทีเกิดเหตุว่า วันนั้นเธอ และนายพงศ์สิทธัต แฟนหนุ่มที่ถูกยิง ขับรถพาลูกสาวที่เกิดกับ นายปรัฐกรณ์ อดีตสามีและเป็นผู้ก่อเหตุ ไปทำธุระเรื่องเรียนที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ย่านบางบัว และส่งลูกสาวให้ นายปรัฐกรณ์ด้วย จากนั้นก็ขับรถแยกย้ายกันกลับ โดยรถของเธอขับกลับที่พักในซอยพหลโยธิน 45     แต่ปรากฎว่า นายปรัฐกรณ์ ขับรถยนต์ตามหลังมาและใช้ปืนยิงเข้าใส่รถหลายนัด ทำให้ นาย พงศ์สิทธัต แฟนหนุ่มบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพราะเลิกกันมานานแล้ว และไม่เคยมีปัญหาเรื่องหึงหวงกันมาก่อน ทำสำคัญ นายพงศ์สิทธัต ไม่ได้เป็นเพื่อนหรือรู้จักกับนายปรัฐกรณ์     จากการแนวทางการสืบสวนพบว่า ชนวนเหตุครั้งนี้ น่าจะมาจาก นายปรัฐกรณ์ ไม่พอใจที่รู้ว่า นางสาวธัญรัศมิ์ และนายพงศ์สิทธัต แอบนินทาลับหลัง ส่วนการติดตามตัว นายปรัฐกรณ์ คาดว่านาจะหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่บ้านญาติในต่างจังหวัด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Twe01LXOECQ

17 ชม. ที่ผ่านมา

1,208 views

หนุ่มลวง ด.ญ.14 พิการทางสมอง กักขัง-ข่มขืน พอถูกจับปรี่วิ่งกอดแม่ พร้อมแต่งงานรับผิดชอบ

หนุ่มลวง ด.ญ.14 พิการทางสมอง กักขัง-ข่มขืน พอถูกจับปรี่วิ่งกอดแม่ พร้อมแต่งงานรับผิดชอบ

ชัยภูมิ-วานนี้ (1 มิ.ย.) ที่บริเวณบ้านพัก หมู่ที่ 4 บ้านหัน ต.บ้านหัน อ.เกษตรสมบรูณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าจู่โจมตรวจค้น จับกุมนายวสันต์ จรัสพันธ์ อายุ 20 ปี หลังล่อลวงเด็กหญิง อายุ 14 ปี ผู้พิการทางสมอง มากักขังหน่วงเหนี่ยว และข่มขืนใจจนสำเร็จความใคร่   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กรูกันเข้าไปตรวจค้น ตามห้องต่าง ๆ ของบ้านพัก จนพบตัวนายวสันต์ นอนอยู่ในมุ้ง ภายในห้องชั้นล่างของบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตน พร้อมควบคุมตัวออกมา โดยนายวสันต์ ได้วิ่งเข้าไปกอดแม่ พร้อมโวยวายไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสวมกุญแจมือ แต่สุดท้ายตำรวจก็ควบคุมตัวขึ้นรถกลับไปที่โรงพัก   ส่วนภายในห้องนอนของนายวสันต์ นายวิรุฒ ซึ่งเป็นน้าชายของเด็กหญิงอายุ 14 ปี ได้วิ่งเข้าไปค้นหาหลานสาว จนพบหลานสาวนั่งตัวสั่นอยู่ภายในมุ้ง และหลานสาวเมื่อทราบว่าน้าชายเข้ามาช่วย ก็รีบกระโดดเข้าสวมกอดน้าชายด้วยความดีใจ และจากนั้นนายวิรุฒ ก็รีบพาหลานสาวเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหนองบัวแดง เพื่อตรวจร่างกายทันที   นายวิรุฒ เล่าว่า ครอบครัวของตนอาศัยอยู่ร่วมกันทั้งหมด 7 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้พิการทางระบบสมอง และร่างกาย มีเพียงตนคนเดียวเท่านั้นที่มีร่างกายสมประกอบ และเป็นเพียงคนเดียวที่ต้องทำหน้าที่ในการทำงานเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัว แม่ น้อง และหลาน ป่วยด้วยโรคทางสมอง สติไปสมประกอบ ส่วนยายป่วยเป็นโรคไตเบาหวาน ความดัน   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนกลับจากทำงานมาที่บ้าน ยายเล่าให้ฟังว่าหลานสาวได้ออกจากบ้านไป โดยมีผู้ชายขับรถจักรยานยนต์มารับถึงบ้าน และรีบขับออกไปทันที จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตนจึงได้ทำการโพสต์รูปภาพลงเฟซบุ๊ก เพื่อให้โลกโซเซียลได้ติดตามแจ้งเบาะแส ขณะเดียวกันตนก็พยายามตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ ที่โทรเข้ามาที่มือถือของยาย จนพบว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของนายวสันต์   ซึ่งตนเคยเห็นนายวสันต์ แอบมาซุ่มมองหลานสาวตนบ่อยครั้ง และยังเคยโทรเข้ามาข่มขู่ยาย ที่ไม่ยอมให้หลานสาวตนรับโทรศัพท์ หลังจากนั้นตนได้ค้นหาที่อยู่จนทราบว่านายวสันต์ อาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว จึงแอบดักซุ่มดูตลอดทั้งคืน จนแน่ใจว่าเป็นนายวสันต์ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนเข้าดำเนินการจับกุมได้ตามที่เห็น ตนจะไม่ขอยอมความโดยเด็ดขาด จะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ด้านร้อยตำรวจเอกไพรวรรณ ภูมิมะนาว รอง.สว.(สอบสวน) สภ.หนองบัวแดง นำตัวนายวสันต์ มาทำการสอบสวน ซึ่งนายวสันต์ ให้การภาคเสธ รับเพียงว่าได้พาเด็กหญิงมากักตัวไว้ที่บ้าน และสำเร็จความใคร่ 1 ครั้งจริง แต่ไม่ได้เป็นการข่มขืนใจใด ๆ เนื่องจากเด็กหญิงยินยอมเอง และพร้อมที่จะรับผิดชอบแต่งงานด้วย หากญาติเด็กหญิงยินยอม   อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากผู้เสียหายเป็นเด็กเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร กักขังหน่วงเหนี่ยว กระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตน โดยกระทำต่อเด็กที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ไว้ก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/L_GjYTC4Iuw

19 ชม. ที่ผ่านมา

3,981 views

แม่จี้รื้อคดี 'ออย' สาวโคโยตี้ ดีใจได้กระดูกลูกกลับบ้าน ตร.เรียกสอบชายคนสนิท

แม่จี้รื้อคดี 'ออย' สาวโคโยตี้ ดีใจได้กระดูกลูกกลับบ้าน ตร.เรียกสอบชายคนสนิท

แม่จี้ตำรวจรื้อคดี 'น้องออย' สาวโคโยตี้ วอนช่วยจับคนร้ายมาลงโทษ เตรียมเปิดสุสานขุดศพลูก เผยดีใจลูกสาวจะได้กลับบ้าน แม้อยู่ในสภาพร่างไร้วิญญาณได้กระดูกกลับมาก็ยังดี ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานติดตามตัวคนร้าย ระบุค่อนข้างล่าช้าเพราะเหตุการณ์ผ่านมานาน วัตถุพยานค่อนข้างน้อย   กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ยุพา ศรีเดช หรือ น้องออย สาวโคโยตี้ ถูกฝังเป็นศพนิรนามอยู่ที่สุสาน มูลนิธิไตรคุณธรรม (ซำเต็กไท้) ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังพบเป็นศพถูกฆาตกรรม ผลดีเอ็นเอชี้ชัดไม่ได้เป็นเหยื่อของ ไอซ์ หีบเหล็ก ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ แต่เป็นฝีมือของฆาตกรอีกราย ผ่านมา 6 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม ยังจับกุมคนก่อเหตุไม่ได้   เมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) นางเกษร เทียนโสภา อายุ 60 ปี แม่ของน้องออย เดินทางไปที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อรับผลตรวจดีเอ็นเอ และติดต่อทำเอกสารรับรองการเสียชีวิตเพื่อทำใบมรณบัตร และเอกสารอนุญาตขุดศพของน้องออย ซึ่งร่างถูกฝังไว้ที่สุสานไตรคุณธรรม (ซำเต็กไท้) จ.ชลบุรี เพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน จ.เพชรบูรณ์   โดยนางเกษร เผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ใจแทบสลายหลังทราบข่าวว่าลูกสาวเสียชีวิต ตามหานานกว่า 6 ปี ขาดการติดต่อหวังว่าลูกสาวจะกลับบ้าน ได้แต่เฝ้ารอ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอหน้าลูก ไม่คิดว่าจะมาเจอลูกในสภาพที่กลายเป็นศพ พ่อของออยก็ป่วยเป็นโรคมะเร็ง รอจนสิ้นใจไม่ทันได้ทราบผลตรวจดีเอ็นเอ ว่าศพหญิงนิรนามนั้นเป็นลูกสาวตัวเองหรือไม่   ตนกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดี เพราะยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม และตำรวจภูธรภาค 2 ช่วยเร่งรัดคดีติดตามตัวคนก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็ว เชื่อว่าอาจเป็นคนใกล้ชิด อยากรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าลูกสาวแล้วนำศพไปหมกไว้ในคูน้ำข้างทาง หากจับกุมตัวคนก่อเหตุได้อยากถามว่า "ทำไมทำกับออยแบบนี้ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เอง"   ทั้งนี้ ลูกสาวไม่เคยเล่าให้ฟังว่าคบหากับใครบ้าง โดยวันนี้ (2 มิ.ย.) จะไปเชิญวิญญาณลูกสาวบริเวณจุดพบศพ จากนั้นจะเดินทางไปเปิดหลุมขุดศพที่สุสาน นำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมทั้งขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ ที่ช่วยหาเบาะแสลูกสาวจบพบ ดีใจลูกสาวจะได้กลับบ้านแม้จะอยู่ในสภาพร่างไร้วิญญาณ ได้กระดูกกลับมาก็ยังดี   ด้าน เพื่อนสนิทของผู้ตาย สงสัยบุคคลคนหนึ่งอักษรย่อ ช. ไม่ขอเอ่ยนาม เเละความสัมพันธ์ เพราะอยู่กับออยเป็นคนสุดท้าย เมื่อติดต่อไปกลับบ่ายเบี่ยงเเละไม่ตอบคำถาม แต่ก็ไม่อยากพาดพิงถึงเพราะยังไม่รู้เขาเป็นคนลงมือฆ่าออยหรือไม่ แค่สงสัยเท่านั้น แต่เท่าที่ทราบผู้ชายที่ออยเคยคบหาอยู่ด้วยกันมี 2 คน และช่วงที่ทำงานมีผู้ชายมาติดพันออยอีก 2 คน   "อยากให้ตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะลอยนวลมานานแล้ว พอเป็นข่าวอย่างนี้แล้วตำรวจคงติดตามคดีเร็วขึ้น หลังจากพบศพออย ตนเองฝันเห็นออยมายืนร้องไห้ ในความฝันออยบอกว่าตายเเล้ว ถูกผู้ชายใจดีฆ่า หากดวงวิญญาณของออยรับรู้ อยากบอกว่าตนมารับกลับบ้านตามสัญญาเเล้ว เพราะก่อนที่ออยจะหายไป ออยอยากให้ตนเองไปหาเเต่ตนเองไม่ได้ไป"   โดย พ.ต.อ.คงศักดิ์ บุญสืบสุวรรณ ผู้กำกับการ สภ.หนองขาม เผยว่า ได้มีการเรียกตัวพยานปากสำคัญ เป็นคนไทย 2 ราย และชาวต่างชาติ 1 ราย มาสอบปากคำแล้ว ซึ่งทั้ง 3 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ตาย เมื่อช่วงปี 2557 จากการสอบปากคำพยานรายแรกคือคนไทย เคยเป็นอดีตแฟนกับผู้ตาย ให้การว่าได้อยู่กับผู้ตายก่อนที่จะมีปากเสียงทะเลาะกัน ทำให้ผู้ตายโทรศัพท์ติดต่อให้คนมารับตัวไป จากนั้นก็ไม่ทราบว่าไปไหนต่อ   ส่วนคนไทยอีกคนให้การว่า เคยเป็นอดีตแฟนกับผู้ตาย หลังจากที่เลิกรากันไปก็ไม่ได้คุยกัน จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ไม่พบพิรุธหรือท่าทีหลบหนีแต่อย่างใด ขณะที่พยานชาวต่างชาติ ให้การว่า เป็นคนคอยส่งเสียเลี้ยงดูผู้ตาย แต่ก่อนเกิดเหตุไม่ได้อยู่ด้วยกัน นอกจากนี้ยังได้สอบปากคำเพื่อนสาวผู้ตายเพิ่มเติม   ผู้กำกับการ สภ.หนองขาม กล่าวต่อว่า ในขณะพบร่างผู้เสียชีวิต เมื่อปี 2557 ที่มีลักษณะร่างกายเปลือยจนเห็นกระดูก ไม่สามารถระบุได้ว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ทำให้การหาพยานหลักฐานต่าง ๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ประกอบกับทางญาติได้แจ้งการหายตัวไปของผู้ตาย ในท้องที่ อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ เมื่อปี 2561 จนกระทั่งมีการตรวจดีเอ็มเอศพน้องออย มาตรงกับศพที่พบหญิงสาวนอนตายปริศนาในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามหาหลักฐานให้ได้มากที่สุด ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.หนองขาม อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่ค่อนข้างล่าช้าเพราะเหตุการณ์ผ่านมานานกว่า 6 ปี วัตถุพยานค่อนข้างน้อย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nL_ntfgJYiY

19 ชม. ที่ผ่านมา

420 views

รอง ผบ. ตร.เผยไม่ชี้ชัดปมเสียชีวิตของ 'น้องชมพู่' เป็นเรื่องเพศอย่างเดียว ชี้จุดพบศพอาจไม่ใช่ที่เกิดเหตุ

รอง ผบ. ตร.เผยไม่ชี้ชัดปมเสียชีวิตของ 'น้องชมพู่' เป็นเรื่องเพศอย่างเดียว ชี้จุดพบศพอาจไม่ใช่ที่เกิดเหตุ

รอง ผบ.ตร. บินไปติดตามความคืบหน้าคดีเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตปริศนาบนภูเขา ภายหลังมีผลชันสูตรว่าพบบาดแผลที่อวัยวะเพศ ที่จังหวัดมุกดาหาร พบว่าคดีมีความคืบหน้ากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ สอบพยานกว่า 100 ปาก ไม่ชี้ชัดมูลการตายจากเหตุเรื่องเพศอย่างเดียว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เดินทางลงพื้นที่ สภ.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้า น้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ชาวบ้านกกกอก หมู่ 2 เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร หลังหายตัวไปตั้งแต่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาติดตามคดีความคืบของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตปริศนาบนภูเขา ภายหลังมีผลชันสูตรว่าพบบาดแผลที่อวัยวะเพศ ตลอดระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ การทำงานของตำรวจมีความคืบหน้าไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไปกว่า 100 ปาก ซึ่งมีรายละเอียดและข้อมูลค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสอบพยานบุคคล วันเวลาที่น้องชมพู่ หายไป หรือมีบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง เบื้องต้นได้มีการคัดแยกกลุ่มผู้ต้องสงสัยไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ต้องรอผลจากนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด ส่วนผลดีเอ็นเอที่ออกมานั้น ยังไม่พบว่ามีบุคคลอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผู้เกี่ยวข้อง จึงต้องรอการพิสูจน์ทราบอย่างละเอียดอีกครั้ง อีกทั้งยังไม่ได้มุ่งเน้นมูลเหตุจูงใจเรื่องเพศเท่านั้น ยังคงตั้งประเด็นแวดล้อมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนผลชันสูตรศพน้องชมพู่ เบื้องต้นออกมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนชาวบ้านหรือประชาชนคนใดที่พบผู้ต้องสงสับหนือเบาะแสสามารถแจ้งตำรวจได้ทันที เมื่อถามถึงพยานหลักฐานพวกเสื้อชุดทหารกุญแจรถนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งการกัดพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นเรื่องหนึ่ง การเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจมีส่วนที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องก็เป็นไปได้ทั้งหมด ที่เกิดเหตุมีหลายที่ที่เราพบคือการพบศพ ไม่ได้แปลว่าที่พบศพเป็นที่เกิดเหตุจะใช่หรือไม่ใช่เป็นไปได้หมด ซึ่งการเก็บหลักฐานกรณีดังกล่าวค่อนข้างยากมาก ทั้งนี้ ต้องรอผลการพิสูจน์ทราบกรณีดังกล่าวให้ชัดเจนก่อน         รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jRVgvkkbPWw

22 ชม. ที่ผ่านมา

4,233 views

จนท.เผยคดี ด.ญ.วัย 3 ขวบเสียชีวิตบนภูเขา คืบหน้าแล้วกว่า 50% เร่งหาหลักฐานเพิ่ม

จนท.เผยคดี ด.ญ.วัย 3 ขวบเสียชีวิตบนภูเขา คืบหน้าแล้วกว่า 50% เร่งหาหลักฐานเพิ่ม

คดีการเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่มุกดาหาร ยังอยู่ระหว่างการพยายามคลี่คลายคดี ตำรวจยืนยันคดีคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 50 และไม่ฟันธงว่า ปมการทำร้ายจะมาจากเรื่องเพศอย่างเดียว ซึ่้งอยู่ระหว่างสืบสวนเชิงลึก ถึงบุคคลที่มีโอกาสเข้าถึงตัว ด.ญ.วัย 3 ขวบ ในห้วงวัน และเวลาที่เกิดเหตุ ซึ่งก็เป็นไปได้ที่จะมีผู้หญิงและผู้ชาย      ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานภูผายล จัดกำลังเดินเท้าขึ้นไปสำรวจบนเขาป่าภูเหล็กอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตมากว่า 2 สัปดาห์      ครั้งนี้จัดกำลังเป็น 3 ชุด ชุดละ 5-10 คน กระจายกำลังเดิมสำรวจโดยเน้นริมลำห้วยบุง หรือปุง เพื่อเก็บวัตถุพยานทุกอย่างที่พบในละแวกนี้     กระป๋อง เครื่องดื่ม เป็นส่วนหนึ่งที่พบและเจ้าหน้าที่เก็บไว้ ก่อนรวบรวม เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ และหากเกี่ยวข้องจะนำไปตรวจหาDNAเพิ่มเติม     วันนี้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงมาติดตามความคืบหน้าคดีและเปิดเผยว่าภาพรวมทั้งการสอบสวน สืบสวน หาหลักฐาน คืบหน้าราว 50 เปอร์เซ็นต์ โดยยังมุ่งหวังจะหา DNA จากวัตถุพยานเพิ่ม เพราะในร่างของเด็กไม่พบ DNA ผู้อื่นแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้อื่นจะไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวผู้เสียชีวิต     หนึ่งในประเด็นที่ตำรวจระบุวันนี้และน่าสนใจ คือการไม่ฟันธงว่าคนร้ายมุ่งเป้าเรื่องเพศแต่เพียงอย่างเดียว แต่อาจมีเหตุปัจจัยอื่นด้วย และไม่ฟันธงว่าผู้เกี่ยวข้องกับการตาย จะเป็นผู้ชายอย่างเดียวแต่อาจเป็นผู้หญิงก็ได้ อีกทั้งไม่ฟันธงว่า จะเป็นการจงใจทำให้ตายอย่างเดียว แต่อาจเกิดสาเหตุอื่นได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตำรวจกำลังเจาะลึกถึงผู้มีโอกาสเข้าถึงตัว ด.ญ.วัย 3 ขวบ ได้ในวันเวลาดังกล่าว     ขณะเดียวกัน ก็ขอความร่วมือประชาชนที่รู้ข้อมูลเบาะแส ผู้ต้องสงสัย พร้อมเหตุผลที่รับฟังได้ โดยตำรวจจะนำไปวิเคราะห์ความเป็นไปได้ และยืนยันปกปิดเป็นความลับ เพื่อหวังว่าจะได้ข้อมูลนำไปสู่การคลี่คลายคดีโดยเร็ว

เมื่อวานนี้

700 views

แกะรอยคดี 'น้องออย' เสียชีวิตมีเงื่อนงำ ญาติเชื่อเป็นการฆาตกรรม

แกะรอยคดี 'น้องออย' เสียชีวิตมีเงื่อนงำ ญาติเชื่อเป็นการฆาตกรรม

กรณีเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ นางสาวยุพา ศรีเดช หรือออย ที่หายตัวไปอย่างลึกลับนานกว่า 6 ปี กระทั่งมูลนิธิกระจกเงา รายงานผลตรวจดีเอ็นเอ ตรงกับศพหญิงนิรนามที่ชลบุรี ล่าสุด ตำรวจเรียกชาย 3 คน ที่เคยคบหากับผู้ตายมาให้ปากคำ ขณะที่ครอบครัวรวมทั้งเพื่อนสนิท เชื่อว่า ยุพาถูกฆ่า ก่อนเอาศพไปทิ้งอำพราง ตั้งปมสงสัยไปที่คนใกล้ชิด      ทั้งแม่และเพื่อนสนิท ตั้งปมสงสัยไปที่คนใกล้ชิด รายงานการสืบสวนของตำรวจ พบว่า ในช่วงที่นางสาวยุพา หรือ ออย ออกจากบ้านมาทำงานที่ชลบุรี เธอเคยคบหากับชาย 3 คน      หนึ่งในนั้นเป็นชายต่างชาติ อีก 2 คนเป็นหนุ่มไทย และก่อนที่ออย ยุพา จะหายตัวไป พยานแวดล้อมยืนยันว่า เธอกำลังคบหากับชายไทย อักษรย่อ ช.ช้าง ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ด้วยกัน จากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อได้ กระทั่งล่าสุดทราบว่าเธอเสียชีวิต กลายเป็นศพนิรนามถูกฝังไว้ที่สุสานศพไร้ญาติที่ชลบุรี      ข่าว 3 มิติ พยายามค้นหาประวัติการแจ้งพบศพในพื้นที่ศรีราชา เมื่อปี 2557 กระทั่งพบว่า การพบร่างของออย ยุพา เคยนำเสนอเป็นข่าวมาแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน      แต่ขณะนั้น ไม่มีใครรู้ว่า ร่างที่พบเป็นใครมาจากไหน เรื่องก็ค่อย ๆ เงียบไป กระทั่งล่าสุด ผลดีเอ็นเอระบุชัด ออยที่ครอบครัวกำลังตามหา คือคนคนเดียวกับศพหญิงนิรนาม      ข่าว 3 มิติ มุ่งหน้าไปที่ศรีราชา ชลบุรี ย้อนไปดูจุดที่พบร่างของผู้ตายอีกครั้ง จุดพบศพ เป็นคูน้ำในพงหญ้า ท้องที่สภ.หนองขาม ชาวบ้านบอกว่า กลางคืนเงียบ ไม่มีไฟส่องสว่าง เป็นทางสายเปลี่ยวที่ไม่ค่อยมีใครสัญจรมากนัก      รองเท้าในที่เกิดเหตุ ที่มีลักษณะตรงกับรองเท้าคู่สุดท้าย ที่ผู้ตายโพสต์ไว้ในเฟสบุ๊ค เป็นหลักฐานสำคัญที่นำมาสู่การค้นหา จากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ประกอบข้อมูลจากพยานและสภาพแวดล้อม ทำให้หลายฝ่ายโดยเฉพาะครอบครัวและเพื่อน เชื่อว่า ออย ยุพา น่าจะถูกฆาตกรรม      ข้อมูลสนับสนุนคือ 1. ที่นี่เป็นทางเปลี่ยว ไม่มีเหตุผลที่ออย ซึ่งทำงานอยู่ตัวเมืองศรีราชา จะเดินทางมาที่นี่ตามลำพัง 2.ในตัวเธอไม่พบหลักฐานระบุตัวตน เชื่อว่าน่าจะเป็นการจัดฉากและวางแผนล่วงหน้า ทำให้ยากต่อการหาติดต่อญาติหรือคนใกล้ชิด และ3.จุดที่พบศพ คล้ายกับพยายามเอาร่างไปอำพรางยัดในท่อ      ล่าสุด ตำรวจ สภ.หนองขาม เรียกชาย 3 คน เข้าให้ปากคำ ทั้งหมดให้การปฏิเสธ อ้างว่าหลังจากเลิกรากันไปก็ไม่ได้ติดต่อ ส่วนชายคนสุดท้าย ยอมรับว่า เคยมีปากเสียงทะเลาะกัน หลังจากแยกกันก็ไม่ได้คุยกันอีก      แต่ที่ญาติคาใจคือ ช่วงที่เป็นข่าวเมื่อ 6 ปีก่อน ทำไมคนใกล้ชิดเหล่านี้ ถึงไม่พยายามแสวงหาคำตอบ หรือแจ้งให้ครอบครัวทราบ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ยืนยันจะคลี่คลายคดีนี้จนกว่า จะมีความชัดเจน และวันพรุ่งนี้ 2 มิถุนายน แม่จะเดินทางมาที่สุสานตรคุณธรรม ขอรับศพกลับบ้านเกิดที่เพชรบูรณ์

เมื่อวานนี้

2,015 views

ครอบครัว 'น้องออย' เตรียมขุดร่างนำกลับบ้านเกิดทำพิธี ตร.เร่งสอบพยาน ชี้เป็นเรื่องยากที่จะหาตัวคนร้าย

ครอบครัว 'น้องออย' เตรียมขุดร่างนำกลับบ้านเกิดทำพิธี ตร.เร่งสอบพยาน ชี้เป็นเรื่องยากที่จะหาตัวคนร้าย

ตำรวจเผยสอบปากคำ 3 พยานที่อยู่กับพริตตี้ออยวันสุดท้าย ยังไม่พบพิรุธ ขณะที่แม่เตรียมขุดร่างลูกสาวไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในจังหวัดเพชรบูรณ์พรุ่งนี้      นาง เกสร เทียนโสภา อายุ 60 ปี มาติดต่อขอเอกสารรับรองการเสียชีวิตของ นางสาว ยุพา ศรีเดช หรือ ออย อายุ 23 ปี ลูกสาวที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2557 ขณะไปทำงานเป็นพริตตี้อยู่ที่ จังหวัดชลบุรี พร้อมขอรับผลตรวจดีเอ็นเอ เพื่อนำไปขอขุดร่างของลูกสาวที่ฝังไว้ในสุสานไตรคุณธรรม ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แล้วนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จังหวัดเพชรบูรณ์     เบื้องต้นเสียชีวิตเพราะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว นาง เกสร บอกว่า ติดตามหาลูกสาวมากว่า 6 ปี วันนี้ได้เจอแล้ว หลังจากนี้ก็ได้แต่ฝากความหวังให้ตำรวจหาคนร้ายตัวจริงให้ได้ ด้านเพื่อนสนิทบอก สงสัยชายคนหนึ่งที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย      พันตำรวจเอก คงศักดิ์ บุญสืบสุวรรณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองขาม บอกว่า สอบปากคำพยานที่ใกล้ชิดกับผู้ตายไปแล้ว 3 ปาก คนแรก คือ แฟนคนล่าสุด บอกว่า ทะเลาะกับผู้ตาย จากนั้นผู้ตายโทรศัพท์ติดต่อให้คนมารับแล้วก็ติดต่อไม่ได้อีก อีกคนเป็นแฟนเก่า ปฏิเสธไม่รู้เห็น      ส่วนชาวต่างชาติ บอกว่าเป็นคนส่งเสียเลี้ยงดูผู้ตาย แต่ก่อนเกิดเหตุไม่ได้อยู่ด้วยกัน พร้อมบอกว่าคดีนี้ค่อนข้างยาก เพราะตอนเจอศพเหลือแต่โครงกระดูกแล้ว ในวันพรุ่งนี้ทางครอบครัวจะไปขุดร่างน้องออยที่สุสาน แล้วเดินทางกลับเพชรบูรณ์ทันที     รับชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : youtu.be/qaDk6cRtbe8

เมื่อวานนี้

1,714 views

จับ 3 พ่อแม่ลูกเปิดโรงงานน้ำดื่มบังหน้า ที่แท้ค้ายารายใหญ่ ยึดทรัพย์กว่า 25 ล้าน

จับ 3 พ่อแม่ลูกเปิดโรงงานน้ำดื่มบังหน้า ที่แท้ค้ายารายใหญ่ ยึดทรัพย์กว่า 25 ล้าน

ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้น และลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดปฎิบัติการ ฟ้าสางที่ฝั่งโขง จับกุม 3 พ่อแม่ลูก ครอบครัวภาโสม ในพื้นที่ จ.นครพนม หลังสืบทราบว่าเกี่ยวข้องในการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านริมแม่น้ำโขง ลงสู่ภาคใต้ โดยมีการเปิดโรงผลิตน้ำดื่มบังหน้า ยึดทรัพย์กว่า 25 ล้านบาท   ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้น และลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดปฏิบัติการ สยบไพรี 63/11 ฟ้าสางที่ฝั่งโขง เข้าจับกุมนายสุขี ภาโสม อายุ 59 ปี, นางบุญจันทร์ ภาโสม อายุ 58 ปี และนางสาวมณีรัตน์ ภาโสม อายุ 36 ปี ทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันมียาเสพติดเพื่อไว้จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ภายในบ้านหรูหลังหนึ่งใน ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม   จากการตรวจสอบภายในพื้นที่ยังมีบ้านอีก 2 หลัง และโรงงานบรรจุน้ำดื่ม ซึ่งการจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมยาบ้า 4 หมื่นเม็ด ไอซ์ 2 กิโลกรัม ขณะลักลอบลำเลียงยาเสพติด ได้ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 และการจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้ากว่า 6 แสนเม็ด ซุกซ่อนไว้ในถังพลาสติกก่อนฝังดิน ภายในบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา   โดยทั้งสองคดี ข้อมูลทั้งหมดเชื่อมมายังนายสุขี นางบุญจันทร์ และนางสาวมณีรัตน์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนักบินจัดหาคนส่งยาเสพติดจากนายทุนฝั่งประเทศเพื่อนบ้านฝั่งอีสาน เพื่อลำเลียงลงสู่ภาคใต้ ไปยังประเทศที่สาม การสืบสวนยิ่งแน่ชัดเมื่อมีข้อมูลว่าการลำเลียงยาเสพติดใน 2 ครั้งที่ผ่านมา นายสุขี และนางบุญจันทร์ ยังเป็นผู้ขับรถนำขบวนลำเลียงยาเสพติดด้วยตัวเอง และเมื่องานสำเร็จในแต่ละครั้งก็จะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมจากตำรวจ   การสืบสวนลงลึกไปพบว่าก่อนหน้านี้ นายสุขี และครอบครัว เคยมีหนี้สินจำนวนมาก แต่หลังปี 2560 เป็นต้นมา ครอบครัวเริ่มมีสถานะทางการเงินดีขึ้นจนน่าสงสัย เริ่มไถ่ถอนทรัพย์สินต่าง ๆ กลับคืนมา และซื้อทรัพย์สินที่ดินเพิ่มขึ้นอีก ในจำนวนนี้ยังมีสวนปาล์ม กว่า 51 ไร่ ที่ใช้ชื่อลูกชายอีกคนเป็นผู้ถือครอง   เจ้าหน้าที่ยังพบโรงบรรจุน้ำดื่มในพื้นที่เดียวกันกับบ้านพัก ที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นธุรกิจไว้ฟอกเงินบังหน้า โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดอายัดรถยนต์ 5 คัน บ้าน 5 หลัง และที่ดินจำนวน 9 แปลง จำนวนรวมกว่า 77 ไร่ มูลค่ารวมกว่า 25 ล้านบาท   นายสุขี ยืนยันไม่เกี่ยวข้องหรือรู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับคดียาเสพติดไปก่อนหน้านี้ ตัวเองไม่เคยต้องโทษคดียาเสพติด แต่รับว่าเคยต้องคดีพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง   ขณะที่นางสาวมณีรัตน์ ยืนยันไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีเพียงอาชีพขายประกันชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนเงินลงทุนที่นำมาสร้างโรงกรองน้ำ ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว มูลค่า 1 ล้าน หยิบยืมมาจากลุง แต่ภายในยังติดตั้งระบบไม่เเล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากก่อนหน้านี้ติดปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดโควิด-19 ยอมรับว่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตนและครอบครัวเคยถูกตำรวจตรวจสอบและซักประวัติเรื่องยาเสพติด ขณะเดินทางไปกรุงเทพฯ ก่อนจะสรุปผลการตรวจสอบว่าไม่พบความผิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wmm4Nkucu_I

เมื่อวานนี้

10.4k views

1234...114