อาชญากรรม

ทันตแพทย์ ร้อง รพ.ดังเชียงใหม่ ทำภรรยาเสียชีวิตขณะตั้งครรภ์ หลังปวดท้องน้อย แต่โดนฉีดสารทึบรังสีจนแพ้หนัก

ทันตแพทย์ ร้อง รพ.ดังเชียงใหม่ ทำภรรยาเสียชีวิตขณะตั้งครรภ์ หลังปวดท้องน้อย แต่โดนฉีดสารทึบรังสีจนแพ้หนัก

ทันตแพทย์หนุ่ม ร้อง รพ.เอกชนชื่อดังเชียงใหม่ ทำภรรยา ที่เป็นเภสัชกรเสียชีวิตขณะตั้งครรภ์ หลังปวดท้องน้อย แต่โดนฉีดสารทึบรังสีเพื่อเอกซเรย์จนแพ้หนัก   ทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ หวงสุวรรณากร อายุ 35 ปี พร้อมด้วยพ่อและแม่ เปิดเผยกรณีที่เกิดขึ้นว่า ช่วงเช้าวันที่ 8 ก.ย. ภรรยาวัย 35 ปี มีอาการปวดท้องน้อย และคลื่นไส้ อาเจียน จึงพาไปพบแพทย์ที่ รพ.เอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ แพทย์ทำการตรวจเบื้องต้นสงสัยว่าจะเป็นนิ่วในไต ต้องแอดมิทและทำการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์   ต่อมาช่วงบ่ายได้รับแจ้งว่าภรรยาแพ้สารทึบรังสีที่ฉีดเข้าไปเพื่อทำการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ก็พบว่าภรรยาอาการหนักต้องเข้าห้องไอซียูและปั๊มหัวใจ ทั้งที่ตอนแรกแพทย์บอกว่าอาการดีขึ้นแล้ว แต่หลังจากนั้นภรรยาอาการแย่ลงและเสียชีวิตเวลาประมาณ 19.00 น.   รวมทั้งเพิ่งทราบภายหลังว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์ เพราะตรวจพบถุงตัวอ่อนอายุประมาณ 6-7 สัปดาห์ ยิ่งทำให้รู้สึกเสียใจ หลังเกิดเหตุพยายามขอคำอธิบายจาก รพ. เพราะติดใจเรื่องการวินิจฉัยของแพทย์ รวมถึงขั้นตอนการรักษา แต่กลับไม่มีคำตอบ นอกจากระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า น้ำท่วมปอดเฉียบพลันจากอาการแพ้สารทึบรังสีเท่านั้น จึงได้แจ้งความดำเนินคดี และสัปดาห์หน้าจะยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังแพทยสภา     ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/6h7m6X5LCpU

6 ชม. ที่ผ่านมา

2.6K view

เร่งล่า 2 นักโทษชายแหกคุกเรือนจำกระบี่กลางดึก จนท.เชื่อมีคนนอกมาคอยรับ

เร่งล่า 2 นักโทษชายแหกคุกเรือนจำกระบี่กลางดึก จนท.เชื่อมีคนนอกมาคอยรับ

เร่งล่า 2 นักโทษชายแหกคุกเรือนจำกระบี่กลางดึก จนท.เชื่อมีคนนอกมาคอยรับ   วันที่ 30 ก.ย. เมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมาเกิเหตุนักโทษชาย 2 ราย แหกคุกที่เรือนจำจังหวัดกระบี่ คือนักโทษชายอานนท์ เด็นหมาด 32 ปี  และนักโทษชายมณฑล ขันสมาน อายุ 47 ปี ทั้ง 2 รายเป็นนักโทษคดีค้ายาเสพติด ได้หลบหนีโดยการตัดซี่ลูกกรงเรือนนอน จากนั้นได้เหวกลวดหนามระหว่างแดนก่อนปีนหนีกำแพงเรือนจำทางด้านหลัง โดยคาดว่านักโทษทั้ง 2 คน ได้ใช้ผ้าห่มในการปีนหนี   ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนีทั้ง บขส. และติดตามไปยังบ้านของนักโทษทั้ง 2 คน โดยนักโทษชายอานนท์ บ้านอยู่ ต.คลองลุ อ.กันตัง จ.ตรัง ส่วนนายมลฑน ขันสมาน บ้านอยู่ ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา โดยถูกจับในคดียาเสพติดและอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี   ชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/JgJrafJOQC8

8 ชม. ที่ผ่านมา

1.3K view

ปิดจ๊อบสวยงาม! 'บิ๊กแป๊ะ' แถลงรวบโจรบุกเดี่ยวชิงทองกว่า 200 บาท ก่อนลาตำแหน่ง ผบ.ตร.

ปิดจ๊อบสวยงาม! 'บิ๊กแป๊ะ' แถลงรวบโจรบุกเดี่ยวชิงทองกว่า 200 บาท ก่อนลาตำแหน่ง ผบ.ตร.

ผบ.ตร.แถลงปิดคดีชิงทอง 200 บาท ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โชว์ผลงานใหญ่ในการทำงานวันสุดท้าย ก่อนเกษียณอายุราชการ ปิดคดีชิงทองน้ำหนักกว่า 200 บาท จับผู้ต้องหารวม 3 คน ขณะเตรียมหลบหนีไปต่างประเทศ พร้อมยึดของกลางคืนได้จำนวนหนึ่ง   วันที่ 30 ก.ย. พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำคณะ แถลงปิดคดีชิงทองคำรูปพรรณ น้ำหนักกว่า 200 บาท จากห้างโลตัส ลาดพร้าววังหิน หลังตำรวจตามจับกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขณะเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ   โดยจับ นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ ผู้ก่อเหตุ ได้ที่จังหวัดเลย พร้อมสร้อยคำทองคำ 1 เส้น และนางจันดา หรือ น้อย จันทร์โศก ภรรยาชาวลาว ได้ที่จังหวัดหนองคาย พร้อมสร้อยคำทองคำ 3 เส้น จากนั้น ขยายผลตามจับ นายสุริยันต์ หรือ มอส นิลบรรพต ที่จังหวัดนครปฐม พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ 22 เส้น จากนั้นตำรวจตามยึดอาวุธปืน รถจักรยานยนต์ พัดลมตั้งโต๊ะดัดแปลงเป็นที่ซุกซ่อนปืนและทองของกลาง โทรศัพท์มือถือ วิกผม และเสื้อผ้าวันเกิดเหตุ   ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ ตำรวจไล่ตรวจสอบจสกกล้องปิด ตั้งแต่ห้างที่เกิดเหตุ ตามเส้นทางหลบหนี จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ จุดเปลี่ยนเสื้อผ้า และขณะไปที่สถานีขนส่งหมอชิต โดยจากแผนประทุษกรรม พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาทำงานเป็นทีม และแบ่งหน้าที่กันทำ จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยนายชัยมงคล รับว่า เคยก่อเหตุชิงทอง ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อปี 2553 ได้ทองไปน้ำหนักกว่า 60 บาท ก่อนถูกจำคุกและพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2562 ซึ่งในปีเดียวกัน ได้ก่อเหตุอีกครั้งที่จังหวัดขอนแก่น ได้ทองไปน้ำหนักกว่า 400 บาท จากนั้นหลบหนีไปที่ สปป.ลาว    จากนี้ตำรวจจะขยายผลถึงทองคำของกลางที่เหลือต่อไป ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการทำงานตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่แผนประทุษกรรมของผู้กระทำผิด มีรูปแบบเดิม ๆ แต่บางอย่างอาจเปลี่ยนไป แต่มั่นใจว่า ตำรวจมีความสามารถมากกว่า แต่อาจไม่ทันผู้ก่อเหตุที่ชิงลงมือก่อน ซึ่งจากนี้ จะต้องเน้นเรื่องการป้องกันเหตุ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนด้วย เช่น คดีนี้ ที่พบว่า กลุ่มผู้ต้องหา จะเลือกร้านทองที่สามารถเข้าถึงเคาน์เตอร์ได้ง่าย ที่ผ่านมา ตำรวจพยายามประสานให้เจ้าของร้านทอง มีการติดตั้งลูกกรง หรือแผงกั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการประทุษร้ายต่อทรัพย์     ชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/L0EP59NdiaE

11 ชม. ที่ผ่านมา

2.3K view

รวบโจรใส่วิกชิงทอง พบประวัติโชกโชนทั้งปล้นทั้งจี้ หนีคดีทิ้งเพื่อนร่วมขบวนการรับกรรมในคุก

รวบโจรใส่วิกชิงทอง พบประวัติโชกโชนทั้งปล้นทั้งจี้ หนีคดีทิ้งเพื่อนร่วมขบวนการรับกรรมในคุก

ตำรวจสืบสวนนครบาล สามารถจับกุม นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมป์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างดังย่านลาดพร้าว-วังหินแล้ว โดยจับกุมได้ที่จังหวัดเลย ขณะกำลังพยายามหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านตามเส้นทางธรรมชาติ  และได้คุมตัวไว้ที่กองร้อยทหารพราน 2215 บ้านสงาในพื้นที่ อำเภอปากชม      จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การว่า นำทองไปฝากไว้กับนายสุริยันต์ นิลบรรพต อายุ 37 ปี เพื่อน ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จากนั้นชุดสืบสวนนครบาลจึงนำกำลังเข้าไปตรวจค้น พบทองรูปพรรณซุกซ่อนอยู่ในบ้านจำนวนมาก จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่ม ที่ศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล      ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ร่วมขบวนการหรือทองที่ถูกคนร้ายชิงไป อยู่ระหว่างการตรวจสอบในรายละเอียด ส่วนพฤติกรรมคนร้ายจะมีความเชื่อมโยงกับคดีชิงทองที่ห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 4 หรือไม่ อยู่ระหว่างการขยายผลในรายละเอียด พร้อมกับระบุว่าจะเข้าสอบสวนด้วยตัวเอง โดยจะมีการแถลงข่าวในวันนี้ (30 ก.ย.) ด้วยตนเอง ส่วนจะเป็นการทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณหรือไม่ ยืนยันว่าจะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด      สำหรับคดีนี้มีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจาก พ.ต.ท.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า มอบหมายให้พนักงานสอบสวนประสานอายัดตัวนาย นายชัยมงคล หลังจากพบว่าเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ที่ร้านทองแม่ทองพูล ในห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ได้ทองคำไป 431 บาท ซึ่งตำรวจมีหมายจับอยู่ก่อนหน้านี้ ส่วนแนวทางการสืบสวนคาดว่า หลังจากก่อเหตุในคดีดังกล่าว นายชัยมงคล หลบหนีไปยังประเทสเพื่อนบ้าน ทิ้งพรรคพวกที่ร่วมก่อเหตุ  3 คน ถูกดำเนินคดี          รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RxivXwcsIPw  

13 ชม. ที่ผ่านมา

265 view

จนท.สกัดจับรถเอเย่นต์ คนขับควบรถหนีพลิกคว่ำก่อนเผ่นหนี ทิ้งยาบ้า 10 ล้านเม็ดไว้เป็นของกลาง

จนท.สกัดจับรถเอเย่นต์ คนขับควบรถหนีพลิกคว่ำก่อนเผ่นหนี ทิ้งยาบ้า 10 ล้านเม็ดไว้เป็นของกลาง

บึงกาฬ - รอง ผบ.ตร.แถลงข่าวยาบ้า 10 ล้านเม็ด ไอซ์ 694 กิโลกรัมมูลค่าพันกว่าล้านบาท     เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. นายสนิท ขาวสอาด ผวจ.บึงกาฬ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวผลการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 25 กระสอบประมาณ 10,838,000 เม็ด มูลค่า 867,040,000 บาท ยาไอซ์จำนวน 18 กระสอบประมาณ 694 กิโลกรัม 277,600,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 1,144,640,000 บาท     โดยพล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ สืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดให้โทษจากประเทศเพื่อนบ้าน ลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นในของประเทศ ผ่านพื้นที่อำเภอบึงโขงหลง จึงสั่งการให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังกับหลายฝ่ายออกสืบสวนหาข่าวพร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามพื้นที่ต่างๆ     กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. ตำรวจได้พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีบอร์น ทะเบียน บท 6811 ชัยนาท ด้านหลังมีโครงหลังคาเหล็กทึบคล้ายรถส่งของ ขับมาตามเส้นทางหลวงสาย 2026 บึงโขงหลง-ดงบัง เมื่อมาถึงจุดตรวจบริเวณหน้า อบต.โพธิ์หมากแข้ง ได้ชะลอความเร็วรถลง เมื่อเจ้าหน้าที่จะเดินไปตรวจด้านท้ายกระบะ คนขับรถคันดังกล่าวได้เร่งเครื่องขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้าไปทางอำเภอบึงโขงหลง     เจ้าหน้าที่จึงวิทยุแจ้งให้สายตรวจตั้งจุดสกัดจับบริเวณตู้ยามบ้านโนนหนามแท่ง ซึ่งหากจากจุดที่พบรถยนต์ต้องสงสัยประมาณ 3 กิโลเมตร พร้อมกับขับรถยนต์หลวงไล่ติดตาม กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยพลิกคว่ำอยู่ข้างถนน ลักษณะตะแคงข้างลึกลงไปราว 5 เมตร      เมื่อลงไปตรวจสอบไม่พบคนขับแต่อย่างใด จึงแจ้งหน่วยงานข้างเคียงและกู้ภัยบึงโขงหลงภูลังกาเข้าร่วมตรวจสอบ เมื่อเปิดประตูโครงหลังคาด้านหลังออกพบว่า มีกระสอบปุ๋ยสีขาวอยู่ด้านในเป็นจำนวนมากเมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาไอซ์และยาบ้าจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดล็อตนี้ถือว่าเป็นการตรวจยึดล็อตใหญ่อีกครั้งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4     จากการสืบสวนทราบว่ายาบ้าล็อตนี้มีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติด ที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ก่อนหน้านี้ ในพื้นที่อำเภอปากคาดทั้ง 2 ครั้ง ขณะนี้รู้ชื่อเจ้าของยาเสพติดแล้ว กำลังรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับขบวนการนี้มาดำเนินคดีและขยายผลยึดทรัพย์ต่อไป           รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UrkotG4TIkY

13 ชม. ที่ผ่านมา

8K view

รวบคนร้ายชิงทองย่านวังหินแล้ว พบประวัติโชกโชน 11 ปี ก่อเหตุมาแล้ว 3 หน หนักรวม 717 บาท

รวบคนร้ายชิงทองย่านวังหินแล้ว พบประวัติโชกโชน 11 ปี ก่อเหตุมาแล้ว 3 หน หนักรวม 717 บาท

ตำรวจสืบสวนนครบาล สามารถจับกุม นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมป์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างดังย่านลาดพร้าว-วังหินแล้ว โดยจับกุมได้ที่จังหวัดเลย ขณะกำลังพยายามหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านตามเส้นทางธรรมชาติ  และได้คุมตัวไว้ที่กองร้อยทหารพราน 2215 บ้านสงาในพื้นที่ อำเภอปากชม   จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การว่า นำทองไปฝากไว้กับนายสุริยันต์ นิลบรรพต อายุ 37 ปี เพื่อน ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จากนั้นชุดสืบสวนนครบาลจึงนำกำลังเข้าไปตรวจค้น พบทองรูปพรรณซุกซ่อนอยู่ในบ้านจำนวนมาก จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่ม ที่ศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล    ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายชัยมงคล ตั้งใจฝากทองกับเพื่อนไว้ และเก็บทองไว้บางส่วน เพราะหากถูกจับกุม ก็จะอ้างว่า นำทองไปขาย และนำเงินไปใช้หมดแล้ว แล้วจึงค่อยนำทองที่ฝากกับเพื่อน มาใช้หลังพ้นโทษ ส่วนแฟนสาวที่ถูกจับกุมที่หนองคาย พบทองรูปพรรณติดตัวอยู่ประมาณ 20 บาท   สำหรับนาย ชัยมงคล ในอดีตเคยเป็นพ่อค้าทำฟาร์มสุนัขไซบีเรีย อยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ขาดทุน จึงตัดสินใจก่อเหตุจี้ชิงทองครั้งแรกวันที่ 25 มีนาคม 2552 ร้านทองกิมโต๊ะกังเยาวราช ห้างสรรพสินค้า ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้ทองคำ 64 บาท ถูกตำรวจตามจับได้ ก่อนจะพ้นโทษเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562   พอพ้นโทษออกมาก็ร่วมกับพวกอีก 4 คน บุกปล้นร้านทองแม่ทองพูล ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้ทองคำ 437 บาท เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 แต่ครั้งนี้หลบหนีข้ามไป สปป.ลาวได้ โดยมีภรรยาพายเรือมารับ   และมาก่อเหตุล่าสุด วันที่ 27 กันยายน 2563 ที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ห้างสรรพสินค้าย่านวังหิน ได้ทองคำ 216 บาท   ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผู้ร่วมขบวนการหรือทองที่ถูกคนร้ายชิงไป อยู่ระหว่างการตรวจสอบในรายละเอียด ส่วนพฤติกรรมคนร้ายจะมีความเชื่อมโยงกับคดีชิงทองที่ห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 4 หรือไม่ อยู่ระหว่างการขยายผลในรายละเอียด โดยจะมีการแถลงข่าวในวันนี้ (30 ก.ย.) ด้วยตนเอง ส่วนจะเป็นการทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณหรือไม่ ยืนยันว่าจะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vc03Im-M_l0

14 ชม. ที่ผ่านมา

504 view

โหดจัด! เพื่อนคนงานเขียงหมูมีปากเสียงกัน คว้าปังตอขว้างใส่อีกฝ่าย มีดปักคอแผลฉกรรจ์อาการสาหัส

โหดจัด! เพื่อนคนงานเขียงหมูมีปากเสียงกัน คว้าปังตอขว้างใส่อีกฝ่าย มีดปักคอแผลฉกรรจ์อาการสาหัส

สงขลา - คนงานเขียงหมูซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน มีปากเสียงใช้มีดปังตอขว้างใส่อีกฝ่ายเข้าคอแผลฉกรรจ์ อาการสาหัส ก่อนเข้ามอบตัวเผยเตือนเรื่องแอบขโมยหมูไปขาย แต่อีกฝ่ายไม่พอใจหันมาใช้มีดปังตอสับที่เขียง จึงได้ใช้มีดปังตอที่ถืออยู่ขว้างใส่ไปโดนคอ     เมื่อช่วงเที่ยวของวันที่ 29 ก.ย. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นำโดย พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้รับมอบตัว นายเฉลิมสิทธิ์ แจ้งแสงโฉม อายุ 39 ปี ลูกจ้างเขียงหมูในตลาดรถไฟ ในเทศบาลนครหาดใหญ่       หลังจากที่ก่อเหตุใช้มีดปังตอปาใส่ นายสมศักดิ์ แซ่ตั้น อายุ 39 ปี ชาวจ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนคนงานเขียงหมูด้วยกันเข้าที่ลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ลึกประมาณ 15 เซนติเมตรได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ทั้งคู่ยืนแล่หมูอยู่ด้วยกัน และได้มีการเข้าแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ เมื่อช่วงสายของวันนี้     หลังเข้ามอบตัวทางตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายเฉลิมสิทธิ์ ไปยังเขียงหมูจุดเกิดเหตุเพื่อหามีดปังตอของกลาง ซึ่ง นายเฉลิมสิทธิ์ ก็นำไปชี้จุดเก็บมีดที่ยังเก็บไว้ใต้เขียงหมูนำออกมาให้ตำรวจ และชี้จุดตอนที่มีเรื่องกันบริเวณเขียงหมู     จากการสอบสวน นายเฉลิมสิทธิ์ ให้การว่า ตนกับคนเจ็บเป็นเพื่อนสนิทกันและทำงานอยู่ด้วยกันที่เขียงหมูแห่งนี้ โดยนายสมศักดิ์ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและมักจะไปกินนอนอยู่ที่บ้านตนเป็นประจำ     โดยขณะเกิดเหตุก็กำลังทำงานชำแหละหมูด้วยกันที่เขียงหมู่ซึ่งมีเถ้าแก่เป็นสองผัวเมีย โดยนายสมศักดิ์ ยืนอยู่เขียงหน้าซึ่งเป็นของเถ้าแก่ผู้ชาย ส่วนตนทำงานอยู่ที่เขียงหลังซึ่งเป็นเถ้าแก่ผู้หญิง     ระหว่างนั้นตนได้พูดตักเตือนให้นายสมศักดิ์ ที่กำลังแยกเครื่องในหมูอย่าเอาของดีไปปนกับของเสีย เพราะเห็นพฤติกรรมของนายสมศักดิ์ ทำแบบนี้หลายครั้งซึ่งมีเจตนาที่จะแอบเอาของดีไปขาย     ทำให้นายสมศักดิ์ไม่พอใจหันมาใช้มีดปังตอสับที่หน้าเขียงตน ด้วยความโมโหบวกกับความเหนื่อยล้าจึงได้ใช้มีดปังตอปาใส่และไปโดนที่คอ ซึ่งตอนนั้น นายสมศักดิ์ ยังใช้มีดไล่ฟันตนด้วย แต่เลือดไหลเยอะจึงหยุด เถ้าแก่จึงพาส่งโรงพยาบาล     ส่วนทางด้านคดีตำรวจได้แจ้งข้อหา นายเฉลิมสิทธิ์ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นและยังรอสอบปากคำคนเจ็บอีกครั้งเพื่อดูว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และในตอนเกิดเหตุเป็นการปาใส่หรือเป็นการใช้มีดฟันกันแน่เพราะแผลฉกรรจ์มาก     ส่วน นายเฉลิมสิทธิ์ จากการตรวจสอบประวัตพบว่าเคยต้องโทษในคดีทำร้ายผู้อื่นโดยใช้มีดพร้าขว้างใส่เมื่อหลายปีก่อนถูกจำคุก 1 ปี           รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/47PputeOfNM

14 ชม. ที่ผ่านมา

131 view

คนงานเขียงหมูทะเลาะเดือด ขว้างมีดปังตอใส่คอเลือดสาด

คนงานเขียงหมูทะเลาะเดือด ขว้างมีดปังตอใส่คอเลือดสาด

สงขลา-เกิดเหตุคนงานเขียงหมู 2 คน ทะเลาะวิวาทใช้มีดปังตอทำร้ายร่างกายกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดในตลาดรถไฟ เทศบาลนครหาดใหญ่ นายเฉลิมสิทธิ์ แจ้งแสงโฉม อายุ 39 ปี ลูกจ้างเขียงหมู ใช้มีดปังตอปาใส่ นายสมศักดิ์ แซ่ตั้น อายุ 39 ปี เพื่อนคนงานเขียงหมูด้วยกันเข้าที่ลำคอ เป็นแผลฉกรรจ์ลึกประมาณ 15 เซนติเมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ทั้งคู่ยืนแล่หมูอยู่ด้วยกัน จากการสอบสวน นายเฉลิมสิทธิ์ ให้การว่า ตนกับคนเจ็บเป็นเพื่อนสนิทกันและทำงานอยู่ด้วยกันที่เขียงหมูแห่งนี้ โดยนายสมศักดิ์ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและมักจะไปกินนอนอยู่ที่บ้านตนเป็นประจำ ขณะเกิดเหตุก็กำลังทำงานชำแหละหมูด้วยกันที่เขียงหมู่ซึ่งมีเถ้าแก่เป็นสองผัวเมีย โดยนายสมศักดิ์ ยืนอยู่เขียงหน้าซึ่งเป็นของเถ้าแก่ผู้ชาย ส่วนตนทำงานอยู่ที่เขียงหลังซึ่งเป็นเถ้าแก่ผู้หญิง ระหว่างนั้นตนได้พูดตักเตือนให้นายสมศักดิ์ ที่กำลังแยกเครื่องในหมูอย่าเอาของดีไปปนกับของเสีย เพราะเห็นพฤติกรรมของนายสมศักดิ์ ทำแบบนี้หลายครั้งซึ่งมีเจตนาที่จะแอบเอาของดีไปขาย ทำให้นายสมศักดิ์ไม่พอใจหันมาใช้มีดปังตอสับที่หน้าเขียงตน ด้วยความโมโหบวกกับความเหนื่อยล้า จึงได้ใช้มีดปังตอปาใส่และไปโดนที่คอ ซึ่งตอนนั้นนายสมศักดิ์ ยังใช้มีดไล่ฟันตนด้วย แต่เลือดไหลเยอะจึงหยุด เถ้าแก่จึงพาส่งโรงพยาบาล ในขณะที่เถ้าแก่ผู้หญิง บอกว่า รู้มาตลอดว่า นายสมศักดิ์ ชอบขโมยหมู เคยทำงานอยู่ที่เขียงหมูมาแล้วหลายเจ้า เฉพาะเขียงตนเข้าออกมาแล้วสองรอบ และตนก็ช่วยเหลือตลอดจ่ายค่าแรงวันละ 300 บาท วันไหนงานมากก็จ่ายสองเท่า และบางครั้งนายสมศักดิ์ก็ขาดงาน สุดท้ายก็มาเกิดเรื่องเพราะเพื่อนเตือนเรื่องที่มีพฤติกรรมขโมยหมูแต่กลับโมโห จนถูกเพื่อนขว้างปังตอใส่คอ ส่วนทางด้านคดีตำรวจได้แจ้งข้อหา นายเฉลิมสิทธิ์ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นและยังรอสอบปากคำคนเจ็บอีกครั้งเพื่อดูว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และในตอนเกิดเหตุเป็นการปาใส่หรือเป็นการใช้มีดฟันกัน จากการตรวจสอบประวัตินายเฉลิมสิทธิ์พบว่า เคยต้องโทษในคดีทำร้ายผู้อื่นโดยใช้มีดพร้าขว้างใส่เมื่อหลายปีก่อน และถูกจำคุก 1 ปี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EkTaAcamwBU

15 ชม. ที่ผ่านมา

826 view

แม่ลมจับ ลูกชายเมาชอบขู่เผาบ้าน สุดท้ายเผาจริง จุดไฟวอดทั้งหลัง

แม่ลมจับ ลูกชายเมาชอบขู่เผาบ้าน สุดท้ายเผาจริง จุดไฟวอดทั้งหลัง

เพชรบูรณ์-เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านในซอยเชิดบุญชาติ ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวมุงสังกะสี ของนางสุนันท์ มาสี อายุ 60 ปี โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ไม่ถึง 15 นาที ก็ถูกเพลิงไหม้วอดทั้งหลัง ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไขว่ ได้นำรถน้ำมาช่วยในการสกัดเพลิง แต่ก็ไม่ทันการณ์ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายสายัณห์ จำปา อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของเจ้าของบ้าน มีอาชีพรับจ้างทั่วไป หลังก่อเหตุได้ปั่นรถจักรยานหนีไป ก่อนวนกลับมาที่บ้าน จึงถูกชาวบ้านช่วยกันจับกุมตัวเอาไว้ โดยนายสายัณห์มีอาการก้าวร้าวอย่างที่ปรากฏในภาพ จากการสอบถาม นางสุนันท์ มาสี เล่าว่า บ้านหลังนี้อาศัยอยู่กันทั้งหมด 3 คน มีตน สามี และลูกชาย โดยอยู่มานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ตนเองออกไปเก็บผัก แล้วมีเพื่อนบ้านบอกว่า เกิดเหตุไฟกำลังไหม้บ้าน ซึ่งขณะนั้น ตนก็รู้ตัวทันทีเลยว่าไฟไหม้บ้านตนเองแน่ จึงรีบกลับไปที่บ้าน ก็แทบเป็นลมล้มทั้งยืน เมื่อพบว่าเพลิงกำลังไหม้บ้านอย่างรุนแรง โดยทางเพื่อนบ้านได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ ในเบื้องต้น ยังไม่แน่ใจว่า จะเป็นฝีมือของลูกชายจริงหรือไม่ เพราะขณะนั้นเขากำลังหุงข้าวอยู่ แต่ตอนนี้ลูกชายได้หายตัวไป ส่วนความเสียหายเบื้องต้น ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่ก็อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ความช่วยเหลือในด้านที่อยู่อาศัยหลังบ้านถูกเพลิงไหม้วอดทั้งหลัง ที่ผ่านมา ลูกชายไม่ได้ติดยา แต่รับว่าลูกชายชอบกินเหล้าเมามายทุกวัน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ หากลูกชายเป็นคนลงมือเผาบ้านจริง ก็อยากให้ลูกยอมรับ ถ้าลูกผิดพลาดไปอยากให้ลูกกลับตัวกลับใจ ให้เริ่มต้นใหม่ ด้านเพื่อนบ้านเล่าเหตุการณ์ระทึกให้ฟังว่า ช่วงเกิดเหตุ เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง จนเปลวเพลิงร้อนระอุใส่ใบหน้า และเกรงจะลามเข้าบ้านของตน จึงใช้สายยางฉีดน้ำสกัดไว้ ซึ่งผู้ก่อเหตุรายนี้ หากเมาเมื่อไร เขาจะขู่เผาบ้านอยู่เรื่อย และมักทะเลาะกับคนในครอบครัวเป็นประจำ วันเกิดเหตุก็ได้กินเหล้า และได้ทะเลาะกับผู้เป็นแม่ เมื่อเมาแล้วก็มักจะทำลายบ้านของตัวเอง และรุนแรงมากขึ้น ด้วยการก่อเหตุเผาบ้าน สร้างความแตกตื่น ตกใจให้แก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง ต้องรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และฉีดน้ำสกัดเพลิงกันวุ่นวาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6KyISb1Uy0k

15 ชม. ที่ผ่านมา

425 view

นักร้องสาวโพสต์เตือน โดนแขกแอบวางยาในเหล้า กินแลกทิป ก่อนใจสั่นสลบคาเวที

นักร้องสาวโพสต์เตือน โดนแขกแอบวางยาในเหล้า กินแลกทิป ก่อนใจสั่นสลบคาเวที

กรณีพริตตี้หรือนักร้องสาว ถูกวางยาผสมสารบางอย่างในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราจะเห็นบ่อยครั้ง ล่าสุดเกิดขึ้นอีก กับนักร้องสาว วงดนตรี โดยเฟซบุ๊กดาดี้ ดาดี้ โพสต์ ภาพตนเองนอนรักษาตัวในรพ. พร้อมข้อความ เตือนภัยนักร้องแดนเซอร์ จะกินเหล้าระวังกันด้วยเขาอาจจะใส่อะไรให้กิน #โดนยา ทีมข่าวสอบถามเรื่องนี้กับ นางสาวสุะรรณี หรือ ดาดี้ นักร้องอิสระ เล่าว่า ตนรับงานเป็นนักร้องวงดนตรี ไปร้องเพลงในงานฉลองแต่งงาน ใน อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นงานช่วงเช้า ขณะที่ร้องเพลงได้ 6-10 เพลง มีแขกในงาน เรียกให้ลงมารับทิป ตนก็ไป แต่ชายคนนี้บอกว่า ให้ดื่มเหล้าให้หมดแก้วก่อนจะให้ 200 บาท ตนก็ดื่ม ช่วงนั้นสังเกตว่าในแก้วมีตะกอนสีแดง แต่ไม่ได้คิดอะไร พอดื่มเสร็จ ชายคนนี้ก็บอกว่า น้องจะได้มีแรงเต้น จากนั้นก็มีนักร้องร่วมวงถูกเรียกไปรับทิปและบังคับให้ดื่มเหมือนกัน แต่นักร้องยคนนั้นดื่มไม่ได้ ตนสงสารน้องเพราะอยากได้ทิป จึงอาสาดื่มแทนให้ พอดื่มแก้วที่สอง ก็กลับมาร้องเพลง ขณะที่ขึ้นเวที เกิดอาการใจสั่น ตาพล่า ลิ้นชา เริ่มมองไม่เห็นเหมือนบ้านหมุน และจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย มารู้อีกครั้งคือ ตอนอยู่โรงพยาบาล ซึ่งอ่อนล้ามาก และหลับตลอด จนเมื่อวานหมออนุญาตให้กลับมาพักที่บ้านได้ โดยผลตรวจพบว่า มีสารแอมเฟตามีน ซึ่งตนก็ตกใจเพราะมันคือส่วนผสมยาบ้า ซึ่งตนไม่ได้เสพยาหรือเกี่ยวข้องกับสารเสพติด ใดๆทั้งสิ้น ซึ่งคาดว่าเป็นชายในงานแอบผสมกับเหล้ามาให้ตนดื่มแน่นอน เพราะไม่ได้ไปดื่มหรือกินอะไรมานอกจากในงานนี้  ประกอบกับคำพูดของชายรายนี้ บอกว่า น้องกินแล้วจะได้มีแรงเต้น จึงเชื่อว่าตนโดนวางยาแล้ว ซึ่งยังโชคดีที่มีแฟนและเพื่อนๆในวง ช่วยไว้ได้ทัน ไม่งั้นก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ยอมรับว่าตอนนี้กลัวมาก แต่ก็ต้องทำงานต่อไป เพราะเป็นอาชีพที่หาเลี้ยงครอบครัว รายได้ก็ไม่ได้มากมาย ซึ่งไม่รู้ว่าการกระทำของชายรายนี้ต้องการอะไร ซึ่งตนอยากแจ้งความแต่ไม่มีหลักฐาน ช่วงเกิดเหตุ และทางเจ้าภาพงานและหัวหน้าวงก็ดูแล จึงอยากฝากถึงชายรายนี้ อย่าทำพฤติกรรมแบบนี้กับคนอื่น แม้ว่าจะเป็นนักร้องหรือแดนเซอร์ ก็รักในชีวิตตัวเอง ทุกคนทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวจะต้องมาเดือดร้อนเพราะพฤติกรรมแบบนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TVxQ1LZZdYs

เมื่อวานนี้

1.1K view

ตร.เร่งสาวตัวเพิ่มแก๊งทรชนปล้นชีวิต 'น้องปอย' เพื่อนร่วมห้องสุดเศร้าไร้ดาวนักเรียน

ตร.เร่งสาวตัวเพิ่มแก๊งทรชนปล้นชีวิต 'น้องปอย' เพื่อนร่วมห้องสุดเศร้าไร้ดาวนักเรียน

วันที่ 29 ก.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องเรียน 4/1 โรงเรียนนาโพธิ์พิทยาคม อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นวันเปิดเรียนวันแรก หลังจาก น.ส.ณัฐนิชา (ปอย) แทนไธสง อายุ 16 ปี เพื่อนร่วมห้อง ถูกแก๊งวัยรุ่นไล่ยิง จนเสียชีวิต ระหว่างกลับจากเที่ยวงานไหมนาโพธิ์ เมื่อกลางดึก วันที่ 26 ก.ย. (00.30 น.) ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายบ้านบง อ.นาโพธิ์ เชื่อมต่อกับ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น     โดยบรรยากาศการเรียนวันจันทร์แรกหลังเกิดเหตุร้ายกับน้องปอย นักเรียนภายในห้อง 4/1 จำนวน 38 คน จาก 39 คนถ้ามีน้องปอย รวมอยู่ด้วย เป็นบรรยากาศเงียบสงัด ไร้บรรยากาศร่าเริงเหมือนทุกวันเปิดเรียนที่ผ่านมา     บรรยากาศคาบแรกในตอนเช้า น.ส.ครูยุวลักษณ์ ธรรมธรานุรักษ์ ครูประจำชั้น ได้ให้นักเรียนยืนไว้อาลัยเพื่อนที่จากไปแบบไม่มีวันกลับ พร้อมกับให้นักเรียนทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะชีวิตต้องเดินต่อไป     โดยเฉพาะการสอนถึงภัยอันตรายรอบด้าน ทั้งอุบัติเหตุ และปัญหาสังคมปัจจุบัน ที่มักจะมีการเลียนแบบไปในทางที่ไม่ดี เพื่อนนักเรียนทั้ง 38 คน ต่างตั้งใจฟัง ส่วนใหญ่มีน้ำตาคลอด้วยความเสียใจ และเสียดายเพื่อนคนเก่งที่จากไปก่อนวัยอันควร     คืบหน้าล่าสุด เฟชบุ๊คชื่อรายหนึ่ง เอาภาพวงจรปิดขณะกลุ่มวัยรุ่นที่มาเติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญ โดยระบุข้อความว่า “คลิปเหตุการณ์ที่ไล่ยิง #น้องปอย     คนในคลิปผมไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน มีอาวุธด้วย อาจเป็นกลุ่มทีโดนไล่ยิงหรือกลุ่มที่ไล่ยิงหรือป่าวผมก็ไม่รู้ครับ ดูเอานะครับคลิปจะยาวหน่อย ทั้งตอนไปและตอนกลับ     สำหรับทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพิ่มได้อีก 1 คน คือนาย ธนวัฒน์ แก้วบุตรสา  หรือไก่ อายุ 19 ปี  โดยนายธนวัฒน์ยอมรับว่าเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ โดยมีนายนายนัฐกิจ บุญเหลือ หรือแก๊ป ผู้ต้องหาคนแรกที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นมือปืน นั่งซ้อนท้าย ทางตำรวจกำลังสืบสวนในเชิงลึก ซึ่งคาดว่าน่าจะมีคนที่ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก อยู่ระหว่างการรอเรีบกตัวมาสอบสวน             รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y__x026LJ7k

เมื่อวานนี้

4K view

จับมือยิงฟัน 7 ข้อหาหนัก! สาดกระสุน ‘น้องปอย’ ดับ ครูโพสต์คลิปสุดท้าย ใจหายต่อจากนี้ไปจะเก็บไว้ในความทรงจำ

จับมือยิงฟัน 7 ข้อหาหนัก! สาดกระสุน ‘น้องปอย’ ดับ ครูโพสต์คลิปสุดท้าย ใจหายต่อจากนี้ไปจะเก็บไว้ในความทรงจำ

วันที่ 27 ก.ย. 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวน สภ.นาโพธิ์ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ได้นำตัวนายนัฐกิจ อายุ 19 ปี มาสอบสวน หลังจากมีเพื่อนร่วมแก๊ง ระบุเป็นคนยิงนักเรียนสาววัย 16 ปี จนเสียชีวิต ระหว่างกลับจากเที่ยวงานผ้าไหมนาโพธิ์ เมื่อเวลา 01.00 น. ( 26 ก.ย.) ที่ผ่านมา   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายนัฐกิจ และ นายไก่ ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ให้นายนัฐกิจซ้อนท้าย แต่จากการสอบสวนเบื้องต้นนายไก่ยังให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานชัดเจน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง 7 ข้อหาหนัก   ซึ่งจากการสอบสวนนายแก๊ป ให้การรับสารภาพเพียงว่า ได้เอาปืนขนาด .22 ติดตัวไป และยิงจริง แต่เป็นการยิงขึ้นฟ้า เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร.ต.อ.สุเมธ ยิ่งแสวงดี รองสารวัตร(สอบสวน)เจ้าของคดี ระบุว่า จากการสอบปากคำเพื่อนในกลุ่มแล้วจำนวน 5-6 ปาก จากทั้งหมดประมาณ 50 คน ขับรถจักรยานยนต์ประมาณ 30 คัน ต่างซักทอดว่านายแก๊ป เป็นคนยิง    ซึ่งจะต้องเรียกคนในกลุ่มทั้งหมดมาสอบสวน เพราะคาดว่าน่าจะมีอาวุธปืนมากกว่า 1 กระบอก ที่ก่อเหตุยิงในครั้งนี้ เพราะมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เป็นวัยรุ่นพื้นที่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดบุรีรัมย์ โดยนายไก่ ปฏิเสธไม่ได้ยิ่งเกี่ยว แต่ยอมรับเป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยมีนายนัฐกิจ บุญเหลือ หรือแก๊ป อายุ 19 ปี มือปืนซ้อนท้าย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนแรกที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัตินายนัฐกิจ เคยถูกจับกุมข้อหาฆ่าคนตายเมื่อตอนอายุ 17 ปี เพิ่งพ้นโทษมาไม่นาน และมาก่อเหตุคดีนี้อีก   ขณะที่ หญิงลี ศรีจุมพล นักร้องลุกทุ่งอีสาน ได้เดินทางไปให้กำลังใจแม่น้องปอย และญาติน้องปอย ในงานศพด้วย กล่าวว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นคนบ้านเดียวกันกับน้องปอย และน้องก็เตรียมที่จะขึ้นเวทีประกวดนางงามผ้าไหม แต่กลับไม่ได้ประกวด และที่เจ็บปวดไปมากกว่านั้น พ่อของน้องปอยเดินทางกลับมาจากไต้หวันได้เพียง 1 วัน ลูกสาวเสียชีวิต และเดินทางมางานสพลูกไม่ได้เพราะต้องกักตัว 14 วัน   ล่าสุดวันที่ 28 ก.ย. ครูผู้สอนน้องปอย ได้โพสต์คลิปภาพของ น.ส.ณัฐนิชา แทนไธสง ระหว่างการซ้อมเดินแบบ เพื่อจะขึ้นเวทีประกวดธิดาผ้าไหม และคลิปภาพน้องปอย ซ้อมรำอวยพร ซึ่งน้องจะรับหน้าที่เป็นตัวแทนโรงเรียนนาโพธิ์พิทยาคม บนเวทีในคืนวันที่ 26 ก.ย. ซึ่งเป็นงานผ้าไหมนาโพธิ์ คืนสุดท้าย พร้อมระบุข้อความว่า "เธอสวย ณัฐนิชา หดหู่เด้เบิ่งเเชทเคยคุยกัน ใจหายบ่เซา จะเก็บเธอในความทรงจำ" มีคนเข้าแสดงความเสียใจและไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก   นายกรกช พัชมณี อายุ 16 ปี เพื่อนร่วมน้องของน้องปอย ระบุว่า การจากไปของเพื่อน มันเร็วเกินไป หลังทราบข่าวเพื่อนในห้องต่างตกใจและเสียดาย เพราะปอย เป็นคนน่ารักของเพื่อนๆ ร่าเริง ชอบร้องเพลงให้เพื่อนฟังเป็นประจำ เพราะปอยร้องเพลงเพราะ หลังจากนี้คงจะไม่ได้ยินเสียงของน้องปอยอีกแล้ว   ชมผ่านยูทูบได้ที่นี่ : https://youtu.be/HccaoX42ylQ

28 ก.ย. 2563

6.2K view

ตร.เร่งแกะรอยโจรชิงทองห้างย่านวังหิน เชื่อเป็นมืออาชีพ พร้อมกางประวัติอาชญากรรม-รูปพรรณจับตัวคนร้าย

ตร.เร่งแกะรอยโจรชิงทองห้างย่านวังหิน เชื่อเป็นมืออาชีพ พร้อมกางประวัติอาชญากรรม-รูปพรรณจับตัวคนร้าย

จากเหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยว ใช้อาวุธปืน ชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านวังหิน กวาดทองไปกว่า 3 ถาด     ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน กำลังเข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์สีดำ ที่จอดทิ้งไว้ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านเสนานิคม 1 ที่คนร้ายนำมาจอดทิ้งไว้หลังก่อเหตุ พร้อมกันนี้ยังพบเสื้อผ้า วิกผม และรองเท้า ที่ใช้ก่อเหตุ จึงนำมาตรวจสอบหารอยนิ้วมือแฝง ก่อนที่จะเก็บเสื้อผ้า วิกผม และรองเท้าของคนร้ายไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝง และหาเบาะแสะเพิ่มเติม    เบื้องต้นมีรายงานว่า จากการตรวจสอบทะเบียนรถมีชื่อระบุเจ้าของเป็นผู้หญิง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางของคนร้ายพบว่า ก่อนก่อเหตุคนร้ายได้มีการไปถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างถึง 2 ครั้ง ว่าห้างเปิดประมาณกี่โมง ก่อนที่จะก่อเหตุ โดยหลังก่อเหตุ คนร้ายได้หลบหนีไปตามทางเลียบคลองลาดพร้าว ก่อนถอดเสื้อคลุมทิ้ง และนำรถจักรยานยนต์มาจอดทิ้งไว้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้   พลตำรวจตรีธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เรียกชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ประชุมเพื่อเร่งคลี่คลายคดี จะทำการตรวจสอบ จยย. ต้องสงสัย ที่ตรวจยึดมาได้ และ รถแท็กซี่ ที่ รับคนร้ายไปส่งหน้าห้างย่านลาดพร้าว ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ โดยตำรวจจะมีการตรวจสอบพฤติกรรมของคนร้าย ที่ดูเหมือนมีความเชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธปืน และยุทธวิธีในการยับยั้งไม่ให้บุคคลอื่นเข้าไปใกล้ขณะก่อเหตุ ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือไม่นั้น จะมีการตรวจสอบต่อไป ระบุอีกว่า คนร้ายมีความเชี่ยวชาญในการอำพรางตัว เป็นอย่างดี เนื่องด้วยลักษณะพฤติกรรม มีการเตรียมตัว โดยเฉพาะ เรื่องของการพ่นสีทับเลขตัวถัง รถจักรยานยนต์ รวมทั้งมีการป้องกันไม่ให้มีร่องรอยลายนิ้วมือบนตัวรถ    ขณะที่บรรยากาศภายในร้านทองที่ตั้งอยู่ภายในห้าง พบว่า บริเวณโซนร้านทอง ประมาณ 8 ร้านค้า วันนี้จะถูกกันปิดที่ไม่ให้บริการกับลูกค้า รวมทั้งปิดประตูทางเข้า-ออก ของห้างที่ติดกับร้านทอง โดยให้เหตุผลว่า ตำรวจขอความร่วมมือในเรื่องของการเก็บรวมรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และยังไม่มีกำหนดระยะเวลาจนกว่าตำรวจจะอนุญาต ขณะที่พนักงานของห้าง เผย บริเวณที่คนร้ายนำรถ จยย.มาจอดก่อนเข้าไปก่อเหตุ ตามปกติสถานที่ดังกล่าว ไม่ใช่ที่จอดรถ จยย.ของลูกค้าแต่อย่างใด แต่เชื่อว่าคนร้ายจะฉวยโอกาสนำรถมาจอดเพื่อง่ายต่อการขับขี่ จยย.หลบหนีไปยังเส้นทางที่มีความซับซ้อนยากต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ที่ห้างดังกล่าวมีเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราช เอเชีย สาขาเจซี ที่อยู่บริเวณเดียวกันกับห้างมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ตุลาคม 2562 เป็นคนร้ายบุกเดี่ยวชิงสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 24 บาท ครั้งที่ 2 ช่วงเย็นวันที่ 17 ธันวาคม 2562 คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชิงทองรูปพรรณ 40 เส้น น้ำหนักกว่า 120 บาท จาก 2 คดีที่ผ่านมาตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้   ล่าสุด ได้เบาะแสคาดวาสคนร้ายหลบหนีไปที่ จ.นนทบุรี โดยทางตำรวจนำมาประกอบคดีคือการย้อนประวัติคดีชิงทองย้อนหลัง แต่ค้นประวัติว่ามีผู้ต้องหาที่เคยก่อเหตุแล้วออกมาก่อเหตุซ้ำหรือไม่อย่างไร     ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/LzrivIJSFps

28 ก.ย. 2563

1.1K view

เผยปมใหม่ หนุ่มใต้เมืองตรังคาดหึงโหดแฟนสาวถล่มยิงงานแต่งดับ 4 ญาติระงมรอรับศพวันนี้

เผยปมใหม่ หนุ่มใต้เมืองตรังคาดหึงโหดแฟนสาวถล่มยิงงานแต่งดับ 4 ญาติระงมรอรับศพวันนี้

นครศรีธรรมราช - คืบหน้ายิง 4 ศพ ทางพ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก.สภ.ถ้ำพรรณรา แจ้งว่ายังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาได้เพราะยิงกันทั้งสองฝ่าย มีตายกันทั้งสองฝ่ายถึง4คน เนื่องจากความคืบหน้าของคดีต้องรอสอบปากคำจากคนเจ็บที่อยู่ในโรงพยาบาล   จากเหตุการณ์ยิงกันตาย 4 ศพ เมืองคอนยิงกันในงานแต่งดับ 4 ศพ สาหัส 1 แฟนเก่าหึงแฟนใหม่ เมื่อกลางดึกของวันที่ 26 ก.ย. 63 ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังเวทีงานแต่ง จนท.พบแต่เพียงกองเลือดเกลื่อนพื้นถนนหลังเวที ส่วนร่างผู้บาดเจ็บ 3 ราย ถูกนำส่ง รพ.ถ้ำพรรณรา ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 2 ราย ชื่อนายณรงค์ฤทธิ์ เทพทอง อายุ 32 ปี และอีกศพชื่อนายครรชิต สมวงศ์ อายุ 47 ปี สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าลำตัวตายทั้ง 2 ศพ ส่วนคนเจ็บอีกคนชื่อนายสถาพร สมวงศ์ อายุ 25 ปี มีบาดแผลถูกยิงลำตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งต่อ รพ.ทุ่งสง อาการยังสาหัส   โดยในที่เกิดเหตุ จนท.พบปลอกกระสุน 9 มม.และหัวกระสุนปืน .38 และ.22 ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวนหนึ่ง ซึ่ง จนท.ได้เก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไปแล้ว ปรากฏว่าขณะที่ จนท.กำลังจะเดินทางกลับ ปรากฏว่าจนท.มูลนิธิประชาร่วมใจ ได้พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ศพ นอนตายคู่ในคูน้ำ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เป็นศพสามีและภรรยากัน สอบสวนทราบชื่อ นส.ดาราวรรณ บุญมีชัย อายุ 24 ปี และอีกศพชื่อนายอรุณ โพธิ์ถาวร อายุ 31 ปี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าลำตัวพรุนตายทั้งสองศพ รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4 ศพ   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุที่บ้านเลขที่ดังกล่าวได้จัดงานแต่ง โดยมีญาติทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมาร่วมงานจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเย็น จนถึงดึก โดยมี น.ส.ดาราวรรณ ได้พานายอรุณ แฟนใหม่ ชาว จ.ตรัง มาร่วมงานแต่งในครั้งนี้ด้วย มีการจัดตั้งเวทีว่าจ้างวงดนตรีเพื่อชีวิตมาแสดงในงาน มีแขกเหรื่อรวมทั้ง น.ส.ดาราวรรณ กับนายอรุณ แฟนหนุ่ม ออกไปเต้นหน้าเวทีด้วย ระหว่างนั้นมีเพื่อนชายเข้าไปทัก น.ส.ดาราวรรณ ทำให้นายอรุณไม่พอใจชักปืน 9 มม. ออกมาขึ้นลำ ทำให้ น.ส.ดาราวรรณ กับนายอรุณมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง นายอรุณกระชาก น.ส.ดาราวรรณ ออกจากงานโดยทั้งคู่ยังมีปากเสียงกันตลอดเวลา   ขณะทางญาติเจ้าภาพ นายสถาพันธุ์ คนเจ็บ รวมทั้งนายครรชิตและนายณรงค์ฤทธิ์ ผู้ตาย ซึ่งเป็นญาติของเจ้าภาพ เดินตามออกมาเพื่อห้ามปรามไม่ให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน ก่อนที่นายอรุณจะลั่นไกยิงนายสถาพันธุ์ฟุบจมเลือด นายครรชิต เห็นลูกชายถูกยิงถึงชักปืนยิงกลับ จากนั้นก็เกิดการยิงตอบโต้กันหลายนัดกระทั่งเสียงปืนสงบลงพบนายอรุณกับแฟนสาวถูกยิงตายเข้าที่ศีรษะซ้ายทะลุขวา 1 นัด หน้าอก 9 นัด และโคนขาขวา 1 นัด รวม 11 นัด น.ส.ดาราวรรณ มีชัย อายุ 24 ปี แฟนสาว ถูกยิงด้วยปืนชนิดเดียวกันเข้าอกขวา 2 นัด ส่วนนายครรชิตกับพวกถูกยิงอาการสาหัสพลเมืองดีรีบนำส่งโรงพยาบาลแต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาอีก 2 ศพดังกล่าว   ส่วนเหยื่อกระสุนอีก 3 คน เป็นญาติของฝ่ายเจ้าสาว ถูกนำส่ง รพ.ถ้ำพรรณรา ไปก่อนแล้ว และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา 2 ศพ ชื่อนายณรงค์ฤทธิ์ เทพทอง อายุ 32 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ชายโครงซ้ายทะลุหลัง 1 นัด นายครรชิต สมวงค์ อายุ 47 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ท้ายทอย 2 นัด ส่วนคนเจ็บชื่อนายสถาพันธ์ สมวงค์ อายุ 25 ปี ลูกชายนายครรชิตผู้ตาย ถูกยิงเข้าอกขวา 1 นัด และต้นแขนขวา 1 นัด อาการสาหัส ถูกส่งต่อ รพ.ทุ่งสง   ในจุดเกิดเหตุ ตำรวจพบปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกเกลื่อนอยู่ 7 ปลอก หัวกระสุน .38 และ .22 อยู่ 1 นัด ค้นตัวนายครรชิตพบกระสุนปืน .38 จำนวน 6 นัดอยู่ในกระเป๋ากางเกง เก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ตรวจสอบแล้วไม่พบปืนที่ใช้ในการเกิดเหตุ ความคือบหน้าขณะที่บรรยากาศเช้าวันนี้ (28 ก.ย.) ที่ห้องเก็บศพ มีบรรดาญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ไปรอรับศพ คาดว่าช่วงบ่ายวันนี้ ทางแพทย์นิติเวชจะผ่าหัวกระสุนและชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิต   ส่วนสาเหตุทาง พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรณรา ผกก.สภ.ถ้ำพรรณรา เผยว่าเบื้องต้นน่าจะเกิดจากเรื่องชู้สาว เรื่องหึงหวงระหว่างแฟนเก่าแฟนใหม่เมื่อมาเจอในงานแต่งงานก็เกิดความหึงหวงทะเลาะกัน จทางเจ้าภาพพาไปเคลียร์หลังเวทีแต่คาดเคลียร์ไม่ลงตัวจนเกิดเหตุยิงกันตาย 4 ศพดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจจะเร่งทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและติดตามมือปืนรายนี้ต่อไป   ชมผ่านยูทูบได้ที่นี่ : https://youtu.be/WtA90ENv8FQ

28 ก.ย. 2563

16.9K view

ชายหึงโหด ฉุนแฟนสาวเต้นข้างหนุ่ม ชักปืนยิงคางานแต่งเพื่อน ดับ 4 สาหัส 1

ชายหึงโหด ฉุนแฟนสาวเต้นข้างหนุ่ม ชักปืนยิงคางานแต่งเพื่อน ดับ 4 สาหัส 1

นครศรีธรรมราช-จากกรณีเกิดเหตุยิงกันในงานแต่งงาน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย สาหัส 1 ราย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 26 ก.ย. ที่บริเวณงานแต่ง ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.ดุสิต อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช อาสาสมัครมูลนิธิใต้เต็กตึ๊งถ้ำพรรณรา พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ออกไปเต้นพร้อมกับแขกที่มาร่วมงานคนอื่น ๆ จำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็มีคู่ของนายอรุณ โพธิ์ถาวร อายุ 31 ปี กับ น.ส.ดาราวรรณ มีชัย อายุ 24 ปี ออกมาเต้นหน้าเวทีด้วยกัน ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเต้นกันอยู่มีเพื่อนชายของ น.ส.ดาราวรรณ เข้ามาทัก นายอรุณเห็นเข้าจึงเกิดความไม่พอใจ ชักปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวขึ้นมา แล้วกระชากลูกเลื่อน ขึ้นลำปืนในลักษณะเตรียมพร้อมยิงได้ทันที คาดว่าน่าจะเป็นปืนขนาด 9 มม. จากนั้นทั้งคู่ก็มีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง นายอรุณจึงจับมือแฟนสาวออกไปคุยด้านนอกบริเวณงาน ระหว่างที่ทั้งคู่เดินออกไปก็มีปากเสียงกันตลอด นายสถาพันธ์ สมวงค์ เพื่อนชายของฝ่ายหญิงที่รู้จักกัน อยู่หมู่บ้านเดียวกัน เดินตามเพื่อจะออกมาห้าม ทำให้นายอรุณไม่พอใจ ชักปืนออกมายิงใส่นายสถาพันธ์ ไปหลายนัด กระสุนปืนเข้าที่อกขวา จนนายสถาพันธ์ล้มฟุบจมกองเลือด พยาน กล่าวอีกว่า หลังชาวบ้านหวีดร้องเสียงดัง นายครรชิต สมวงค์ พ่อของนายสถาพันธ์ที่มาร่วมงานรีบวิ่งออกมาดู เห็นลูกชายถูกยิงนอนฟุบจมกองเลือด และเห็นนายอรุณยืนทะเลาะกับแฟนอยู่ นายอรุณจึงยิงปืนเข้าใส่นายครรชิตที่มาช่วยลูกชาย จากนั้นทั้งนายครรชิตและนายอรุณก็ยิงปืนดวลใส่กันสนั่นอย่างดุเดือด จนทั้งคู่ล้มฟุบจมกองเลือด นายสถาพันธ์บาดเจ็บสาหัส ส่วนนายครรชิตเสียชีวิต นอกจากนี้ กระสุนปืนยังไปถูกพลเมืองดีที่ไม่รู้เรื่องเสียชีวิตอีก 1 คน คือ นายณรงค์ฤทธิ์ เทพทอง ส่วนนายอรุณ กับ น.ส.ดาราวรรณ แฟนสาว ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากเรื่องหึงหวง และพบประวัติของนายอรุณ เคยใช้อาวุธปืนยิงตำรวจยศ ร.ต.อ. นายหนึ่งจนเสียชีวิต เหตุเกิดพื้นที่ สภ.ห้วยยอด จากนั้นก็เข้ามอบตัวขอประกันตัวออกมาสู้คดี และอีกไม่นานนายอรุณต้องไปฟังคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ จ.ตรัง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g7APMYwZOq8

28 ก.ย. 2563

3.9K view

1234...192