ข่าวในประเทศ

บรรยากาศซึ้งๆ พิธีปลดเกษียณ ตชด. 'ปลดเป้ วางปืน' หลังร่วมต่อสู้กันมายาวนาน

บรรยากาศซึ้งๆ พิธีปลดเกษียณ ตชด. 'ปลดเป้ วางปืน' หลังร่วมต่อสู้กันมายาวนาน

วันนี้ ( 27 ก.ย. 63 ) ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 23 ค่ายศรีสกุลวงศ์ อ.เมือง จ.สกลนคร พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผกก.ตชด.23 ได้จัดงานแสดงมุทิตาจิตแก่ข้าราชการตำรวจ ที่เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2563 จำนวน 35 นาย ซึ่งภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เป็นวาระการเกษียณอายุราชการของข้าราชการทุกส่วน ไม่เว้นแม้ตำรวจ      ทั้งนี้ตชด.23 ได้เล็งเห็นความสำคัญของข้าราชการตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะและเสียสละ จนก่อให้เกิดผลงานดีเยี่ยมเป็นที่ประจักษ์ ไม่ว่าการร่วมต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น และความไม่สงบใน 3 จชต. จนก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ ดังนั้น เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตลอดอายุราชการ จึงได้จัดงานนี้ขึ้นเป็นวันที่พากเพียร วันเกษียณที่ทุกคนภาคภูมิใจ โดยบรรยากาศในงานวันอำลาชีวิตราชการเป็นไป อย่างคึกคักท่ามกลางเพื่อข้าราชการตำรวจ พี่น้องตำรวจ ตลอดจนแม่บ้านและครอบครัวที่นำดอกกุหลาบ มามอบให้ด้วยความรักและเข้าร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์     โดย พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผกก.ตชด.23 ได้ใช้สถานที่ของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 จำลองการตั้งฐานปฏิบัติการ มีการจัดเวรยาม ลาดตระเวน ติดอาวุธอย่างพร้อมเพรียง โดยจำลองเหตุการณ์เข้าโจมตีข้าศึกอย่างเข้มแข็งและแข็งแรง จากนั้นผู้เกษียณอายุราชการ จะเดินออกจากฐานเข้ามา ซุ้มปลดเป้ วางปืน โดยมีคู่สมรสถือดอกกุหลาบมายืนรอรับ บางคนร้องไห้ด้วยความดีใจ โดยผู้เกษียณพร้อมคู่สมรส เดินลอดซุ้มปืน และทำพิธีปลดเป้ วางปืน โดยมอบเป้และปืนให้กับผู้บังคับบัญชา      บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางญาติพี่น้องและกำลังพล ได้มามอบดอกกุหลาบแดง เพื่อแสดงความรักความผูกพันที่มีให้กันและกัน จากนั้น รับของที่ระลึกจาก พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผกก.ตชด.23 ซึ่งหลายคนถึงกับหลั่งน้ำตา ด้วยความซาบซึ้งใจในมิตรไมตรีอันดี ซึ่ง ผกก.ตชด.23 ขอให้ผู้เกษียณพร้อมครอบครัวทุกนาย ยึดมั่นในความดี เทิดทูน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งหาตัวเองให้เจอแล้วจะพบกับความสุข ก่อนกล่าวขอบคุณทุกนายที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่       ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/2xcT2bS9m4c

1 ชม. ที่ผ่านมา

633 view

นายอำเภอเกาะลันตาเก็บขยะจากทะเลมาขาย เป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านช่วยกันรักษาความสะอาด ทั้งมีรายได้เสริม

นายอำเภอเกาะลันตาเก็บขยะจากทะเลมาขาย เป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านช่วยกันรักษาความสะอาด ทั้งมีรายได้เสริม

นายอำเภอเกาะลันตา ใช้เวลาว่างเก็บขยะจากทะเลมารวบรวมขายโรงงานเอกชน พร้อมประกาศรับซื้อจาก ชาวบ้าน เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ และเป็นการกระตุ้นชาวบ้านให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม     ขยะจากทะเล เช่นรองเท้าฟองน้ำ และเชือกผูกสมอเรือ เชือกผูกอวน ที่ลอยมาติดชายหาดบ้านหลังสอด ม.1 ตำบลเกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา ตลอดระยะทางยาว กว่า 1 กิโลเมตร ที่นายสมบูรเต็มชื่น นายอำเภอเกาะลันตา ใช้เวลาเก็บรวบรวม ในช่วงที่เดินออกกำลังกายตอนเช้า และตอนเย็นวันละ1-2 ชั่ว โมง ก่อนนำมาล้างความสะอาด บรรจุใส่กระสอบ เตรียมขายให้กับเอกชนที่มารับซื้อถึงที่ นอกจากนี้ก็ยังมีโครงการรับซื้อขยะจากชาวบ้าน หวังกระตุ้นให้ชาวบ้านหันมาสนใจเก็บขยะชายหาด อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ ป้องกันปัญหาการขโมยขยะของชาวบ้านที่เก็บจากทะเลด้วย     นายสมบูรณ์ เต็มชื่น นายอำเภอเกาะลันตา กล่าวว่า ในช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดผ่านทะเลฝั่งอันดามัน และอิทธิพลพายุโนอึล ทำให้ขยะที่ถูกทิ้งลงทะเลที่มีอยู่จำนวนมากและได้ถูกซัดเข้าหาฝั่ง โดยเฉพาะชายหาดของอำเภอเกาะลันตา จึงได้เก็บขยะมารวบรวมไว้ ที่บริเวณใกล้บ้านพักนายอำเภอมีทั้ง รองเท้าฟองน้ำ เชือกผูกสมอเรือ เชือกผูกอวน ตาข่ายอวน รองเท้าฟองน้ำ ขวดน้ำแก้วน้ำ กระป๋อง กล่อง พลาสติก และขยะอื่นๆ ซึ่งเริ่มเก็บตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา วันละ 20 -50 กิโลกรัม      รวมทั้งรับซื้อมาจากชาวบ้าน ปัจจุบันได้มากกว่า2ตันแล้ว รอให้ได้ครบ3ตันจึงจะขาย โดยรับเชือกโพลีเอสเตอรกิโลกรัมละ 1 บาท เชือกอวนกิโลกรัมละ 3 บาท รองเท้าฟองน้ำกิโลกรัมละ 1 บาท ย้ำว่าขยะที่รับซื้อนั้นจะต้องเป็นขยะที่มาจากทะเล ที่ถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่งเท่านั้น เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ชาวบ้าน ได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมตามชายหาดต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเกาะลันตา ช่วยลดปริมาณขยะ สถานที่ท่องเที่ยว สาธารณะ มีความ สะอาดสวยงาม น่ามองน่าเที่ยวน่าเข้ามาพักผ่อน     นายสมบูรณ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ได้ประกาศรับซื้อขยะจากชาวบ้านนั้น สืบเนื่องจากที่ผ่านมา ชาวประมงสองสามีภรรยาชาวเกาะลันตา ซึ่งมีอาชีพเก็บขยะชายหาดเลี้ยงชีพ ขยะสะสมไว้ประมาณ 400 กิโลกรัมแต่กลับถูกขโมยไปกว่า 300 กิโลกรัม เหลืออยู่เล็กน้อย รู้สึกสงสารจึงช่วยรับซื้อเอาไว้ เพราะตนก็เก็บสะสมขยะทะเลอยู่พอดี โดยติดต่อกับโรงงานรับซื้อของเก่าเอกชน ให้ลงมาช่วยซื้ออีกทอดหนึ่ง จึงเกิดไอเดียรับซื้อขยะจากชาวบ้านหวังช่วยกระตุ้นให้ชาวบ้านหันมาเก็บขยะชายหาดมากขึ้น ซึ่งเดิมทีทางโรงงานเอกชนจะไม่ซื้อขยะจำนพวกเชือก อวน โพลีเอสเตอร์ แต่ตอนนี้รับซื้อได้เป็นอีกช่องหาทางหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านมีงานทำ และสร้างความเชื่อมั่นผู้รับซื้อมั่นใจว่าไม่มีขยะขโมยมาขาย      ขณะนี้ชาวบ้านหันมาเก็บขยะมาขายกันมากขึ้นกลายเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ โดยไม่ต้องขนขยะข้ามแพ ไปขายเองซึ่งไม่คุ้มค่าใช้จ่าย         ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/WgkGjsnBxXw  

1 ชม. ที่ผ่านมา

263 view

พ่อเจ้าบ่าวสุดฟิต ใส่ชุดสไปเดอร์แมนนำขบวนวิ่งมาราธอนพาลูกชายสู่ขอเจ้าสาว

พ่อเจ้าบ่าวสุดฟิต ใส่ชุดสไปเดอร์แมนนำขบวนวิ่งมาราธอนพาลูกชายสู่ขอเจ้าสาว

เมื่อเช้าวันที่ 26 กย.63 ที่ จ.ยะลา งานแต่งงาน งานหนึ่งที่กำลังจะมีขึ้นระหว่าง น้องฟลุ๊ค นายวิทวัศ ไพศาล และน้องปอนด์ นางสาววรลักษณ์ เสนรักษ์ สองหนุ่มสาว ที่รักการออกกำลังกาย และทั้งคู่คบหาดูใจกันมานาน โดยน้องฟลุ๊ค เป็นหนุ่มนักวิ่ง ตามแบบผู้เป็นพ่อ คือนายประเสริฐ ไพศาล ที่เป็นนักวิ่งมาราธอนระดับประเทศ ผ่านการวิ่งแข่งขันมาแล้วหลายสนาม     ซึ่งในวันนี้ ผู้เป็นพ่อ ได้ทำเซอร์ไพรส์ ในวันแต่งงานของลูกชายสุดที่รัก โดยได้เตรียมการล่วงหน้า ที่จะท้าลูกชาย คือน้องฟลุ๊ค วิ่งด้วยกันในระยะทาง 4 กิโลเมตร จากบ้านในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งก็มีกลุ่มนักวิ่งเพื่อสุขภาพชาวยะลา และขบวนแห่ของรถจิ๊บโบราณ เข้าร่วมในการวิ่งครั้งนี้     โดยคุณพ่อประเสริฐ ได้แต่งกายคอสเพลย์ สวมชุดสไปเดอร์แมน และออกวิ่งพร้อมกับน้องฟลุ๊ค ซึ่งอยู่ในชุดเจ้าบ่าว ที่กำลังจะไปสู่ขอเจ้าสาว โดยได้วิ่งไปตามถนนพิพิธภักดี เขตเทศบาลนครยะลา ไปจนถึงวงเวียนหอนาฬิกา และวิ่งกลับไปยังโรงแรม ที่ได้เตรียมพิธีการไว้ ซึ่งใช้เวลาในการวิ่งประมาณ 30 นาที โดยมีกลุ่มเพื่อนนักวิ่ง และนักวิ่งชาวยะลา วิ่งมาพร้อมกัน สร้างสีสันต์และรอยยิ้ม อีกทั้งยังสร้างความสุขให้กับพ่อลูกคู่นี้อีกด้วย     ซึ่งพ่อลูกคู่นี้ ต่างก็เป็นนักวิ่งที่หลงใหลการออกกำลังกาย และผ่านการวิ่งมาแล้วหลายสนาม อีกทั้งได้รับเหรียญและถ้วยรางวัลอีกมากมาย     ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/Gbc9nMTQzKY

1 ชม. ที่ผ่านมา

305 view

วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ New Normal ที่ผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญ

วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ New Normal ที่ผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญ

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 แต่การป้องกันโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ โดยเฉพาะโรคปอดอักเสบที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้สูงอายุ   ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า โรคปอดอักเสบติดเชื้อ หรือโรคปอดบวมนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่รู้จักกันดีคือที่มาจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ แต่ความจริงแล้วมีอีกสาเหตุที่ก่อให้เกิดความรุนแรงได้ คือเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่านิวโมคอคคัส (Pneumococcal disease) ที่ทำให้เสี่ยงเกิดโรคปอดอักเสบติดเชื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้สูงอายุ หากรุนแรงก็จะมีความคล้ายคลึงกับอาการของโควิด-19 คือเป็นไข้, ไอ, หอบ   โดยโรคปอดอักเสบติดเชื้อ จากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่านิวโมคอคคัส มีวัคซีนป้องกันที่แนะนำโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย คือวัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัส และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากโดนภาพรวมการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาแน่นอน   ทั้งนี้ ศ.พญ.ศศิโสภิณ ยังได้แนะนำวิธีดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ รวมทั้งหากมีบุคคลที่มีความเสี่ยงอยู่ที่บ้าน เช่นผู้ที่อายุเกิน 65 ปี แนะนำให้ฉีดวัคซันป้องกันโรค       ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/Bv52W-jpGrc  

6 ชม. ที่ผ่านมา

343 view

ครู-นักเรียนเตรียมอุดมฯ นัดแต่งชุดดำประท้วงผอ. สั่งแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ทิ้งทวนก่อนเกษียณวันเดียว

ครู-นักเรียนเตรียมอุดมฯ นัดแต่งชุดดำประท้วงผอ. สั่งแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม ทิ้งทวนก่อนเกษียณวันเดียว

หลังจากมีความเคลื่อนไหวเพื่อขอให้ตรวจสอบการทำงานของ ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ล่าสุดนักเรียนและครูรวมตัวกันนัดแต่งดำประท้วง   นักเรียนและครูโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นัดรวมตัวหน้าอาคารสำนักงานผู้อำนวยการ สวมเสื้อดำ ผูกโบสีชมพู พร้อมสลับกันขึ้นกล่าวถึงการทำหน้าที่ของนายโสภณ กมล ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันนี้ โดยระบุว่ามีความบกพร่อง และเป็นไปโดยมิชอบหลายประการ รวมถึงการลงนามแต่งตั้งข้าราชการครูให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ เมื่อวันที่ 28 กันยายน หรือก่อนการเกษียณอายุเพียงสองวัน   นายภราดร นาทันรีบ นายกสโมสรอาจารย์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา วาระ 2561-2563 กล่าวว่า การนัดรวมตัวกันในวันนี้ไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความแตกแยก แต่ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผู้อำนวยการได้ปฏิบัติหน้าที่ มีหลายประการที่บกพร่องขาดประสิทธิภาพ และเข้าข่ายทุจริต     ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/TJBtxY0RbaU

6 ชม. ที่ผ่านมา

955 view

ฉาวอีก! เด็กถูกครูปิดประตูหนีบนิ้วขาด ร.ร.อ้างลมพัดประตู แต่วงจรปิดมัดตัวชัดว่าครูเป็นคนทำ

ฉาวอีก! เด็กถูกครูปิดประตูหนีบนิ้วขาด ร.ร.อ้างลมพัดประตู แต่วงจรปิดมัดตัวชัดว่าครูเป็นคนทำ

ที่จังหวัดเชียงราย โพสต์ขอความเป็นธรรมกรณีบุตรชายที่เรียนอยู่ชั้นเตรียมอนุบาลเอกชน ถูกประตูโรงเรียนหนีบจนปลายนิ้วขาด ได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับผู้บริหารโรงเรียน   นางพิมญาดา รุซโซ่ว์ ได้นำหลักฐานภาพถ่ายและใบรับรองแพทย์เข้าแจ้งความ ที่ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารของโรงเรียน ระบุว่าบุตรชายคือ น้องเอเค อายุ 3 ปี ได้รับบาดเจ็บจากประตูโรงเรียนหนีบตรงปลายนิ้วของมือซ้าย แพทย์ยืนยันว่าปลายนิ้วชี้ด้านซ้ายขาดถาวร โดยเล็บสั้นลง 50% จนนิ้วสั้นลงเล็กน้อย   เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางผู้อำนวยการโรงเรียนได้โทรศัพท์แจ้งว่าลูกชาย ประสบเหตุบาดเจ็บที่นิ้วและได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว เบื้องต้นก็ไม่ได้ติดใจ โดยหลังจากนั้นก็พาบุตรชายกลับบ้าน เห็นบาดแผลที่ปลายนิ้ว ซึ่งร้ายแรงกว่าที่คาด จึงไปพบผู้อำนวยการโรงเรียนและขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าครูพี่เลี้ยงเป็นผู้หญิงอยู่ในห้อง 2 คนกำลังเตรียมให้เด็กๆ เข้านอน โดยลูกชายได้นำกล่องนมไปทิ้งถังขยะนอกห้อง แต่ขณะที่มือข้างซ้ายจับอยู่กับขอบประตู ได้เห็นภาพครูพี่เลี้ยงปิดประตูที่เป็นไม้อย่างแรงจนขอบประตูทับกับนิ้วได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ไม่ใช่เหตุลมพัดตามที่ บอกแต่แรก แต่เกิดจากการปิดประตู   สอบถามไปยังผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ได้รับการขอโทษพร้อมแสดงความเสียใจ ว่าไม่ได้ตรวจดูเหตุการณ์อย่างละเอียดและพร้อมจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทุกอย่าง และมีการเจรจาเยียวยา แต่ไม่ได้ข้อสรุป จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าว     ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/zoTZdNGnTec

6 ชม. ที่ผ่านมา

1.7K view

ทำแผนฯ ชิงทองห้างวังหิน ผู้ต้องหาอ้างนำเงินไปช่วยญาติ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ลาว

ทำแผนฯ ชิงทองห้างวังหิน ผู้ต้องหาอ้างนำเงินไปช่วยญาติ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ลาว

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาชิงทอง 216 บาท ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะที่ผู้ต้องหาอ้างต้องการเงินไปช่วยเหลือคดีให้กับญาติ และนำไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน   ตำรวจนครบาลโชคชัยคุมตัว นายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมป์ ผู้ต้องหาคดีชิงทอง 216 บาท กลางห้างดังย่านวังหินไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองเกิดเหตุ โดยเริ่มตั้งแต่ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ห้าง แล้วใช้อาวุธปืนลูกโม่จี้ชิงทรัพย์ทองรูปพรรณ   จุดที่สองข้างคลองลาดพร้าว ห่างจากห้างประมาณ 400-500 เมตร เป็นจุดที่นายชัยมงคลขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี และถอดเสื้อทิ้งโยนทิ้งลงในคลอง จากนั้นคุมตัวนายชัยมงคลกลับไปสอบสวนต่อที่ สน.โชคชัย และจะนำตัวขออำนาจศาลอาญาฝากขังผัดแรกพรุ่งนี้   พันตำรวจเอก พรทวี สมวงค์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เปิดเผยว่า นายชัยมงคล อ้างว่าต้องการนำเงินไปช่วยคดีให้ญาติ และใช้ตั้งตัวที่ สปป.ลาวกับภรรยา จึงตัดสินใจก่อเหตุ ส่วนภรรยาเข้าประเทศมาถูกกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ยังตามทองได้ไม่ครบ   ขณะที่ นายสุริยันต์ นิลบรรพต ญาติของนายชัยมงคล เป็นคนที่รับฝากทองของกลาง วันนี้ได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาในข้อหารับของโจรแล้ว   นายชัยมงคล รับว่าเคยก่อเหตุชิงทองมาแล้ว 3 ครั้ง ปี 2552 จังหวัดปทุมธานี, ปี 2562 จังหวัดขอนแก่น และล่าสุด 27 กันยายนที่วังหิน กรุงเทพ ส่วนเคสชิงทองที่พระรามสี่เจ้าตัวยืนยันไม่รู้เรื่อง       ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/EKHsG5w8tu4

6 ชม. ที่ผ่านมา

420 view

เก๋งเสียหลักประสานงารถตู้นักเรียน บาดเจ็บ 12 ราย คนขับเก๋งตายคาที่

เก๋งเสียหลักประสานงารถตู้นักเรียน บาดเจ็บ 12 ราย คนขับเก๋งตายคาที่

เมื่อเช้าวันนี้ (30 ก.ย.) มีอุบัติเหตุ รถตู้รับส่งนักเรียน ชนประสานงากับรถเก๋ง ที่จังหวัดมุกดาหาร มีเด็กนักเรียนบาดเจ็บ 12 คน ส่วนคนขับรถเก๋งเสียชีวิต   เหตุเกิดบนถนนมุกดาหาร-ดอนตาล บ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยสภาพรถทั้งสองคัน อยู่ในลักษณะชนประสานงา พังเสียหายทั้งคู่ คนขับรถเก๋งเสียชีวิตในที่นั่งคนขับ ทราบว่าชื่อนายธนพล โพธิ์ไทย อายุ 25 ปี  ส่วนคนขับรถตู้รับส่งนักเรียน ชื่อนายชาตรี พิกุลศรี ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดถ่าง มาช่วยกันตัดเหล็กนานกว่า 20 นาที จึงช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลได้ นอกจากนี้ยังมีนักเรียนชาย-หญิง อีก 12 คนได้รับบาดเจ็บด้วย เจ้าหน้าที่เร่งลำเลียงส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร   ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่ารถเก๋งขับมาจากตัวเมืองมุกดาหาร มุ่งหน้าไปทางอำเภอดอนตาล มาถึงที่เกิดเหตุ เป็นทางโค้ง เสียหลักไปชนกับรถตู้รับส่งนักเรียน ที่แล่นสวนทางมาอย่างแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต     ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/vgXi9FCC0Qk

6 ชม. ที่ผ่านมา

3.1K view

เปิดนาที 2 นักโทษใส่แค่ กกน. ตัดลูกกรงแหกเรือนจำกระบี่ โรยตัวหนีทั้งโซ่ตรวน

เปิดนาที 2 นักโทษใส่แค่ กกน. ตัดลูกกรงแหกเรือนจำกระบี่ โรยตัวหนีทั้งโซ่ตรวน

ความคืบหน้านักโทษเรือนจำกระบี่ 2คน แอบตัดซี่เหล็กลูกกรงหนีออกจากเรือนจำกลางดึก ทั้งมีโซ่ตรวนติดขา ล่าสุดมีภาพวงจรปิดตอนปีนกำแพงหลบหนี   ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า เหตุเกิดช่วงเวลา 01.30 น. นักโทษทั้ง 2 คน ได้ปีนกำแพงลงมาทีละคน พบว่าคนแรกใส่กางเกงขาสั้นไม่ใส่เสื้อ อีกคนใส่เพียงกางเกงในตัวเดียว แล้วเดินข้างกำแพงเรือนจำ จากนั้น ได้เดินเลาะมาปีนข้ามกำแพงที่ติดกับสำนักงานเขตประถมศึกษาจังหวัด และวิ่งไปตามถนนที่มุ่งหน้ามายังศาล และสภ.เมืองกระบี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าไปเส้นทางไหน มีใครมารับตัวหรือไม่   เจ้าหน้าที่บอกว่านักโทษทั้ง 2 คน ถูกขังไว้ในเรือนนอนกักโรค เนื่องจากเพิ่งกลับจากรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลกระบี่ เจ้าหน้าที่มาทราบว่าหลบหนีก็ตอน 3นาฬิกา หลังมีการเปลี่ยนกะของผู้คุม โดยนักโทษได้ตัดเหล็กลูกกรงออก 1 เส้น แล้วหนีออกจากแดนเรือนนอนไปลอดรั้วลวดหนามบริเวณท่อน้ำที่โรงครัว จากนั้นใช้ผ้าห่มมัดต่อกัน 3 ผืน ปีนกำแพงเรือนจำที่ความสูงประมาณ 5 เมตร ออกทางด้านหลัง   สำหรับนักโทษที่หลบหนี ทราบชื่อคือนายอานนท์ เด็นหมาด 32 ปี และนายมณฑล ขันสมาน อายุ 47 ปี ทั้ง 2 รายเป็นนักโทษคดีค้ายาเสพติด       ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/BuG0sNBDBZs  

6 ชม. ที่ผ่านมา

2.9K view

ถึงกับต้องฟังซ้ำ! ปธ.สารสาสน์ ฉะคนให้สั่งปิดโรงเรียนใช้ 'หัวแม่เท้า' คิดหรือ พร้อมถามจะให้คัดกรองครูยังไง

ถึงกับต้องฟังซ้ำ! ปธ.สารสาสน์ ฉะคนให้สั่งปิดโรงเรียนใช้ 'หัวแม่เท้า' คิดหรือ พร้อมถามจะให้คัดกรองครูยังไง

ประธานผู้อำนวยการในเครือโรงเรียนสารสาสน์ ยันแก้ไขปัญหาครูทำร้ายเด็กตรงจุดแล้ว ถามกลับหากปิดแผนกอนุบาลเด็กจะไปเรียนที่ไหน   นายพิบูลย์ ยงค์กมล ประธานผู้อำนวยการในเครือโรงเรียนสารสาสน์ เปิดใจในรายการโหนกระแสของคุณหนุ่ม กรรชัย เรื่องครูทำร้ายเด็กที่เกิดขึ้น เป็นความผิดของครูและผู้อำนวยการ ไม่เกี่ยวข้องกับตนและลูกสาวที่เป็นเจ้าของโรงเรียน และ หากโรงเรียนไม่ดีจริงก็คงไม่สามารถเปิดได้ถึง 49 สาขา ยืนยันว่า ขณะนี้ได้ไล่ครูประจำชั้น และ ครูพี่เลี้ยงที่เกี่ยวข้องออกแล้ว และยินดี จะเยียวยาตามความเป็นจริง แต่ผู้ปกครองบางรายเรียกค่าทำขวัญ 2 ล้านบาท ซึ่งเกินความเป็นจริง   สำหรับครูที่มาสอน ต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู หากไม่มีก็ขอผ่อนผันกับกระทรวงศึกษาธิการอย่างถูกต้อง ส่วนครูพี่เลี้ยง ก็จะคัดจากหน้าตาที่สะอาดสะอ้าน  ให้ครูขูดหินปูนฟรี  เพราะครูจะต้องสะอาด เพื่อดูแลเด็ก ส่วนข้อเรียกร้องให้ปิดแผนกชั้นอนุบาล ยืนยันว่าแล้วแต่ผู้ปกครอง แต่อยากถามว่าแล้วเด็กจะเรียนที่ไหน   ขณะที่ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวขอบคุณคุณพิบูลย์ ที่ทำให้ทราบแนวทางการบริหารของโรงเรียน โดยเฉพาะข้อมูลของบุคลากร ซึ่งทำให้สามารถตัดสินใจดำเนินการในเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น   นอกจากนี้ ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ ยังแฉว่าครูสอนดนตรีใช้ไม้กวาดตีนักเรียนในห้องถึง 39 คนจนไม้กวาดหัก โดยอ้างว่าเด็กคุยเสียงดัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม แต่ทางโรงเรียนขอให้ปิดข่าวโดยเสนอให้เด็กเรียนพิเศษฟรี 3 เดือน   ขณะที่ทางด้าน ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ รุดตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพ ครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ หลังพบมีครูอีกหลายคนที่ทำร้ายเด็ก โดยตั้งแต่ช่วงเช้า ดร.สุญาดา สุนทรศาลยูล ผอ.สำนักจรรยาบรรณ วิชาชัพ และนิติการ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา พร้อมคณะกว่า 10 คน เดินทางมาถึง และพบกับคณะผู้บริหารของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ทั้งหมดก็ได้เดินเข้าไปยังห้องประชุมทันที โดยให้สื่อสังเกตุการณ์อยู่ด้านนอกเท่านั้น   ซึ่งการเดินทางมาของคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ มีประเด็นหลักๆ คือ ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาครูที่มีพฤติกรรมทำร้ายเด็กนักเรียน และตรวจสอบกรณีให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตมาเป็นครูสอนหนังสืออยู่กี่คน   ผู้สื่อข่าว ตรวจสอบพบว่าโรงเรียนแห่งนี้ เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนกว่า 4,000 คน และครู กว่า 400 คน นั่นหมายความว่า ครูทั้งหมดต้องถูกตรวจสอบว่า มีใบประกอบวิชาชีพ หรือไม่ และมีตำแหน่งหน้าที่ใดบ้าง ถ้าพบว่ามีความผิด ก็จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพครู ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ   ล่าสุด ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางมาที่โรงเรียน เพื่อติดตามผลการตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพครู เบื้องต้นพบโรงเรียนแห่งนี้มีครูเกินว่าที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ และมีการจ้างค่าแรงที่ถูก   ขณะที่ในวันนี้ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ ยังมีการเรียนการสอนตามปกติ และได้จ้างคณะกิจกรรม มาร้องเพลงและเล่นดนตรี เพื่อเยียวยาจิตใจเด็กหลังจากเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย       ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/48xnNBrAu78

7 ชม. ที่ผ่านมา

11K view

เปิดรายชื่อครู ร.ร.สารสาสน์ฯ ทำร้ายเด็ก วงจรปิดแฉ 'พี่เลี้ยงจุ๋ม'  7 วัน ทำร้ายเด็ก 31 ครั้ง!!

เปิดรายชื่อครู ร.ร.สารสาสน์ฯ ทำร้ายเด็ก วงจรปิดแฉ 'พี่เลี้ยงจุ๋ม' 7 วัน ทำร้ายเด็ก 31 ครั้ง!!

ผู้ปกครองทยอยเข้าให้ปากคำ และแจ้งความเอาผิดครู และพี่เลี้ยงโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ พบส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองนักเรียนห้องครูแพร ครูแพรว และพี่เลี้ยงจุ๋ม   คลิปวันที่ 22 กันยายนที่ผ่าน ห้องของครูแพร ลากคอเสื้อของน้องนับตังค์ จากท้ายห้องมาที่หน้าห้องเรียน ในสภาพล้มลุกคลุกคลาน ที่ผ่านมาไม่เคยทราบมาก่อน เพราะน้องไม่เคยบอกว่าโดนทำร้ายและไม่มีพฤติกรรมซึมเศร้า กระทั่งมาเห็นคลิป ยอมรับว่าทำใจไม่ได้ และให้ลูกลาออกจากโรงเรียนแล้ว   ขณะที่แม่ของน้องอชิ ห้องพี่เลี้ยงจุ๋ม ก็เข้าแจ้งความเพิ่ม เพราะวันที่ 22 กันยายน พี่เลี้ยงจุ๋มใช้มือผลักศีรษะน้องอชิถึง 6 ครั้งรวด โดยที่ไม่มีความผิด ตอนนี้ลาออกเพื่อหาที่เรียนใหม่แล้ว แต่พฤติกรรมที่ลูกโดนกระทำบ่อยๆ ทำให้ตอนนี้น้องอชิก้าวร้าว ชอบใช้ความรุนแรง และกลัวเมื่อเห็นชุดนักเรียนของโรงเรียนนี้   จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังระหว่างวันที่ 16-23 กันยายน พบว่า พี่เลี้ยงจุ๋มทำร้ายเด็กมากถึง 31 ครั้ง คือ วันที่ 16 ก.ย. = 2 ครั้ง // วันที่ 17 ก.ย. = 4 ครั้ง // วันที่ 21 ก.ย. =2 ครั้ง // วันที่ 22 ก.ย. = 8 ครั้ง // วันที่ 23 ก.ย. = 15 ครั้ง   จนถึงตอนนี้ มีครูและพี่เลี้ยงที่ทำร้ายเด็กทั้งหมด 6 คน คือ   อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือพี่เลี้ยงจุ๋ม อนุบาล 1 ตี กระชาก ผลักศีรษะ ยาดมป้ายตา   ครูมาร์วิน ครูผู้ช่วยอนุบาล 1 ผลักเด็ก กระชากแขน   อนรรฆอร พานบัว ครูแพร อนุบาล 1 กระชากเด็ก ตีท้อง   ครูอิ้ว อนุบาล 1 ดึงหู ผลักหัว   ครูบลู อนุบาล 1 ดึงหัว ผลักหัว และ ครูแพรว เนอสเซอร์รี่ หยิกอวัยวะเพศเด็ก    และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายมาร์วิน ลิวานัก โอเลโฮล่า อายุ 25 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ ครูสอนชั้นอนุบาล ที่กระชากแขนเด็กลุกออกจากโต๊ะ แล้วผลักเด็กไปขังไว้ที่ห้องน้ำ เข้าให้ปากคำกับตำรวจให้การว่า เคยเห็นครูจุ๋มและครูพี่เลี้ยงเด็กคนอื่นๆ ทำร้ายเด็กมาแล้วหลายครั้ง เคยสอบถามแต่ไม่ได้รับคำตอบ จึงคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายและจิตใจของเด็ก ก่อนนำตัวไปส่งฟ้องฝากขังที่ศาลเด็กและเยาวชนนนทบุรี ขณะที่ครูอิ้ว ประสานงานเข้าพบตำรวจช่วงบ่ายวันนี้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางมา       ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/aNPYMyJW-CE

7 ชม. ที่ผ่านมา

3.6K view

ผู้บริหารเครือสารสาสน์ฯ รับข้อเสนอผู้ปกครอง พร้อมเยียวยาทุกกรณี ไม่ว่าเด็กจะเรียนต่อที่เดิมหรือไม่

ผู้บริหารเครือสารสาสน์ฯ รับข้อเสนอผู้ปกครอง พร้อมเยียวยาทุกกรณี ไม่ว่าเด็กจะเรียนต่อที่เดิมหรือไม่

หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักเรียนอนุบาลของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ วันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เรียกผู้บริหารโรงเรียนที่มีอำนาจมาชี้แจง   สำหรับผู้ที่มาร่วมคณะชี้แจงในวันนี้คือ ดร. พิสุทธิ์ ยงค์กมล ดร. นายสุทธิพงษ์ ยงค์กมล บุตรชายของนายพิบูลย์ ยงค์กมล ผู้ก่อตั้งโรงเรียน โดยการหารือใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ก่อนที่ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้แถลงผลสรุป   ส่วนแรกคือนักเรียนที่ประสงค์จะเรียนต่อ โรงเรียนจะคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นให้นักเรียนที่อยู่ในห้องที่เกิดเหตุ และห้องที่มีข้อมูลเพิ่มเติมจากสภ.ชัยพฤกษ์ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ทั้งทางร่างกายและจิตใจเต็มจำนวน ติดประกาศชื่อครู และใบอนุญาตทั้งหน้าห้องและในเว็บไซต์ คัดกรองด้านสุขภาพจิตครูทุกคน   นอกจากนี้จะป้องกันโดยติดกล้องวงจรปิดที่ดูออนไลน์ได้ ขยายเวลาการรับประทานอาหาร ปรับปรุงคุณภาพอาหาร และจัดให้ครูพานักเรียนไปดื่มน้ำและเข้าห้องน้ำเป็นระยะ   ส่วนนักเรียนที่ไม่ประสงค์จะเรียนต่อ ก็จะทำเอกสารส่งตัวภายใน 1 วัน พร้อมคืนค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าธรรมเนียมอื่น ในปีการศึกษา 2563 รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางแพทย์ทั้งทางร่างกายและจิตใจเต็มจำนวน ตามจริง ส่วนเรื่อง ค่าชดเชย จะเร่งแจ้งความคืบหน้าโดยเร็ว   ขณะที่ ดร.พิสุทธิ์ ยงค์กมล ระบุว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อทราบเรื่องก็ยอมรับว่าตกใจอย่างมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในโรงเรียน ที่ผ่านมาโรงเรียนสารสาสน์ มีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ในเรื่องนโยบายการต่อต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน (บูลลี่) เบื้องต้น ต้องขอโทษผู้ปกครอง และสังคมอีกครั้ง และจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น     ชมผ่านยูทูบที่นี่ : https://youtu.be/UIEeUkwtsXQ  

7 ชม. ที่ผ่านมา

1.5K view

พ่อเปิดอกเล่า ลูกแฝดถูกครู รร.ดังทำร้ายหลายปีก่อน จนต้องย้ายหนี ช้ำสิ่งที่ตามมาคือสภาพจิตใจเด็ก

พ่อเปิดอกเล่า ลูกแฝดถูกครู รร.ดังทำร้ายหลายปีก่อน จนต้องย้ายหนี ช้ำสิ่งที่ตามมาคือสภาพจิตใจเด็ก

พ่อเปิดใจเล่าลูกแฝดถูกครู รร.ดังทำร้ายเมื่อ ปี 2560 และ ปี 2561 จนต้องย้ายหนี ช้ำสิ่งที่ตามมานอกจากแผลคือสภาพจิตใจ      จากกรณี นางสาวอรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ ครูจุ๋ม ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 กระทั่งต่อมามีกลุ่มผู้ปกครองรวมตัวขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด และพบภาพสะเทือนใจซ้ำ ครูห้องอื่นก็มีพฤติกรรมทำร้ายเด็กเช่นกัน   โดยมีผู้ปกครองท่านหนึ่ง เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งเมื่อย้อนไปเมื่อปี 2560-2561 มีผู้ปกครองที่มีลูกแฝดถูกครูทำร้ายร่างกาย จนต้องย้ายลูกออกจากโรงเรียน  ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการติดกล้องวงจรปิด แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์กับลูกโรงเรียนได้มีการติดกล้องวงจรปิด แต่พฤติกรรมของครูกลับไม่เปลี่ยนไป พอมาได้ยินข่าวแบบนี้และเกิดขึ้นที่โรงเรียนนี้อีกตนรู้สึกเศร้าใจมาก    ทั้งนี้สิ่งที่ลูกแฝดของตนโดนคือ ลูกถูกครูทำมือเป็นลูกปืน จากนั้นก็หักนิ้วเด็ก จับเด็กไปขังในห้องมืด หยิกหลังเด็ก พอไปถามครูก้บอกว่าเด็กไปเล่นกันเอง แล้วไปชนกับมุมโต๊ะ ทุกวันนี้นรอยนั้นยังเป้นแผลอยู่ที่ตัวลูกทั้ง 2 คน นอกจากนั้นยังมีการเอาดินสอปลายแหลมไปจิ้ม แขนเวลาเรียนหนังสือ ทุกวันนี้ถึงแม้ว่าลูกจะออกมาจาโรงเรียนนี้แล้ว แต่สิ่งที่ตามมาคืออาการหวาดผวา โดยลูกคนหนึ่งมีอาการก้าวร้าว และอีกคนมีอาการซึม ที่ผ่านมาทางโรงเรียนเพิกเฉยต่อปัญหามาตลอด จนจึงขอออกมาเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียง     ชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/vfvkigsEbjg  

8 ชม. ที่ผ่านมา

6.4K view

1234...1132