เศรษฐกิจ

โควิดทุบราคาอสังหาฯ ร่วง 9 % เปลี่ยนพฤติกรรมคนหันไปซื้อบ้านเดี่ยวมากขึ้น

โควิดทุบราคาอสังหาฯ ร่วง 9 % เปลี่ยนพฤติกรรมคนหันไปซื้อบ้านเดี่ยวมากขึ้น

ดีดีพร๊อพเพอร์ตี้ เผยโควิด-19 ทุบราคาอสังหาฯ ร่วง 9% จากปีที่แล้ว ขณะเดียวกันได้เปลี่ยนพฤติกรรมคนซื้อบ้าน หันไปซื้อบ้านเดี่ยวมากขึ้น รับกระแสการทำงานที่บ้าน   นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยดัชนีตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ก่อนและหลัง COVID-19 โดยระบุว่า ราคากลางอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน โดยเมื่อเทียบกับปีที่แล้วพบว่า ราคากลางปรับตัวลดลงถึง 9% ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์โควิด19 โดยราคาคอนโดมีเนียม ดัชนีราคาลดลงราว 6% / ทาวเฮาส์ ราคาร่วง 2% แต่บ้านเดี่ยว ดัชนีราคากลับเพิ่มสูงขึ้น 2% ส่วนใหญ่เป็นผลจากความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค   สำหรับทำเลที่มีราคาเติบโตสูงสุดในไตรมาสแรกของปีนี้ คือ เขตพื้นที่ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราคาเพิ่ม 23% ตามด้วย ดินแดง จตุจักร บางคอแหลม ส่วนทำเลที่มีราคาเติบโตต่ำสุดคือ คันนายาว ราคาลดลง 24% ตามด้วย บางกะปิ บางบอน บางกอกใหญ่ 9% และ บางนา   ขณะที่การเปิดตัวโครงการใหม่ พบว่า ผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการใหม๋ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดฯ ที่ซัพพลายมีแนวโน้มลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว , ทาวเฮาส์ ลดลง 4% บ้านเดี่ยวลดลง 3%   ชมผ่านยูทูบที่นี่ :  https://youtu.be/LHJCBXh-Yo0

10 ชม. ที่ผ่านมา

3,039 views

ครม.ไฟเขียวออก พ.ร.ก.ลดภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างลง 90% เฉพาะปี 63 ลดผลกระทบโควิด

ครม.ไฟเขียวออก พ.ร.ก.ลดภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างลง 90% เฉพาะปี 63 ลดผลกระทบโควิด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ เห็นชอบให้ลดอัตราการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะจัดเก็บในปีนี้ลดลง 90% โดยเป็นการลดลงเฉพาะในการจัดเก็บปี 63 นี้ โดยออกเป็นพระราชกำหนด เพราะหากจัดเก็บเต็มอัตราจะส่งผลกระทบในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งการลดการจัดเก็บในปีเดียวนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากภาษีนี้ในอนาคต   ยกตัวอย่างกรณีเกษตรกรรม ถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา จะได้รับการยกเว้น 3 ปีแรกอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นนิติบุคคล ที่ดินที่มีมูลค่าราคาประเมิน 5 ล้านบาท เดิมจะเสียในอัตรา 0.01 % หรือ เท่ากับ 500 บาท เมื่อลด 90 % จะเสียเพียง 50 บาท   กรณีที่อยู่อาศัย หากมีราคาประเมิน 5 ล้านบาท เดิมจะเสียในอัตรา 0.02 % คิดเป็นภาษี 1,000 บาท เเต่เมื่อลด 90 % จะเสียเพียง 100 บาท เท่านั้น      และกรณีที่ดินรกร้าง และสิ่้งปลูกสร้างเชิงพาณิชยกรรม ทีราคาประเมิน 5 ล้านบาท ซึ่งเดิมต้องเสียร้อยละ 0.3 คิดเป็นภาษี 15,000 บาท แต่เมื่อลด 90% จะเหลือเพียง 1,500 บาท   ส่วนผลกระทบต่อรายได้ของท้องถิ่น จากการจัดเก็บภาษีที่ปรับลดลง รัฐบาลจะมีมาตรการเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง   ขณะเดียวกัน ยังขยายระยะเวลาในการยื่นชำระภาษีรายได้บุคคลธรรมดาจากเดิมที่เคยขยายเวลาให้ยื่นแบบภาษีได้ไม่เกินเดือนมิถุนายน เป็นเดือนสิงหาคม 63 หรือ เลื่อนออกไปอีก 2 เดือน     ชมผ่านยูทูบที่นี่ :  https://youtu.be/RQ_UR5uoMzM

10 ชม. ที่ผ่านมา

445 views

เมเจอร์ เปิดโรงหนังแบบ New Normal นั่งเว้นระยะห่าง ย้ำกินป๊อปคอร์น-เครื่องดื่มในโรงได้

เมเจอร์ เปิดโรงหนังแบบ New Normal นั่งเว้นระยะห่าง ย้ำกินป๊อปคอร์น-เครื่องดื่มในโรงได้

บรรยากาศ เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ ของเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์กรุ้ป วันแรก สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจรายงานข่าวกันอย่างคึกคัก โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต เข้าตรวจสอบความพร้อมและมาตรฐานการให้บริการตามหลักสาธารณสุข   นายอภิชาติ คงชัย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงภาพยนตร์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยังคงเน้นย้ำ 5 มาตรการหลักขั้นสูงสุด ตอบรับ New Normal ซึ่งได้นำหุ่นยนต์อัจฉริยะมาช่วยตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิลูกค้า   พร้อมหุ่นยนต์แจกเจลแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ย้ำว่าสามารถนำป๊อปคอร์นเครื่องดื่มและของขบเคี้ยวทุกประเภท เข้าไปรับประทานในโรงภาพยนตร์ได้ ซึ่งนอกจากภายในโรงจะกำหนดให้เว้นระยะห่าง นั่ง 2 ที่นั่ง เว้น 2 ที่นั่งในแถวเดียวกัน และแถวเว้นแถว   โดยจัดนั่งระหว่างแถวแบบสลับฟันปลาแล้ว ยังเพิ่มมาตรการพิเศษแบบ Exclusive กับ Partition Shield เป็นฉากกั้นระหว่างที่นั่งภายในโรงภาพยนตร์ทุก4 ที่นั่ง เพื่อความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย สำหรับโรงภาพยนตร์ทุกประเภท ยกเว้นประเภทวีไอพีที่มีฉากกั้นอยู่แล้ว   นอกจากนี้ได้ทยอยเปลี่ยนเบาะที่นั่ง จากผ้ากำมะหยี่ เป็นหนัง ลดความเสี่ยง ซึ่งวานนี้ (1 มิ.ย.) เปิดให้บริการได้ 90%ของจำนวนโรงภาพยนตร์ในเครือทั้งหมดทั่วประเทศ และจะเปิดครบ 100% ในวันที่ 3 มิถุนายน 63   อย่างไรก็ตามรอบหนังจะต้องหายไป 40% ต่อวันเพื่อให้สอดคล้องกับเวลาเคอร์ฟิว และเผื่อเวลาในการทำความสะอาดระหว่างรอบฉาย และย้ำยังจำหน่ายราคาตั๋วเท่าเดิม ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GU1f_WjXsKY

17 ชม. ที่ผ่านมา

2,571 views

'ไทยซัมมิท' ลดพนักงาน เปิดสมัครใจลาออก-จ่ายสูงสุด 18.3 เดือน

'ไทยซัมมิท' ลดพนักงาน เปิดสมัครใจลาออก-จ่ายสูงสุด 18.3 เดือน

กลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท พีเคเค บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ ของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศเปิดโครงการสมัครใจลาออก จ่ายเงินชดเชยตามกฎหมาย เงินช่วยเหลือตามระเบียบบริษัท และเงินช่วยเหลือพิเศษ รวมสูงสุด 550 วัน หรือ 18.3 เดือน โดยระบุว่า   ตามที่บริษัทฯ มีนโยนายในการพัฒนาศักยภาพการทำงานของพนักงานด้วยกลยุทธ์การบริหารด้านทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานมีสมรรถนะในการทำงนที่สามารถแข่งขันได้ ภายใต้สถานการณ์สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องมีการบริหารต้นทุนที่เหมาะสม ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มีความพยายามในการบริหารจัดการอัตราสัดส่วนพนักงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสอดคล้องกับประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานทุกคนในหน่วยงาน   ดังนั้นเพื่อเป็นการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม และมีศักยภาพในการผลิตเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าได้ตามเป้าหมายและแผนงานขององค์กร บริษัทฯ จึงได้มีการจัดทำโครงการสมัครใจลาออก เพื่อเป็นการปรับสมดุลจำนวนพนักงานให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตความต้องการของลูกค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้    กำาหนดการโครงการ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. - 16 มิ.ย. 2563 พิจารณาภายในวันที่ 18 มิ.ย. และวันทำงานวันสุดท้าย ไม่เกินวันที่ 20 มิ.ย. โดยคุณสมบัติผู้สมัคร เป็นพนักงานประจำทุกระดับของกลุ่มบริษัท ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Hy5ekf5pyDk

17 ชม. ที่ผ่านมา

7,684 views

ห่วง คนทำงานโรงแรมโดนปลด คาดมีไม่น้อยกว่า 10% ต้องปิดตัวถาวร

ห่วง คนทำงานโรงแรมโดนปลด คาดมีไม่น้อยกว่า 10% ต้องปิดตัวถาวร

นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่มีรายได้เป็นศูนย์ ขณะที่แรงงานที่อยู่ในธุรกิจโรงแรมมีอยู่ราว 1.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ   ซึ่งการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เชื่อว่าจะทำได้ไม่ถึง 100% จากการประเมินจำนวนผู้เข้าพักในระยะเริ่มต้นที่กลับมาได้เพียง 30% เท่านั้น ทำให้การจ้างงานต้องลดลงตามสัดส่วนไปด้วย อย่างมากคงจ้างกลับเข้ามาได้เพียงครึ่งเดียว หรือ 50% เท่านั้น โดยคาดว่าจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการมากขึ้นในช่วงกรกฎาคมนี้ และคาดจะใช้เวลากว่า 6 เดือนในการฟื้นตัว แต่จะยังมีอีกกลุ่มที่อาจปิดตัวถาวร ซึ่งคาดว่าจะมีอยู่ราว 10%   นอกจากนี้ มีรายงานว่าธุรกิจโรงแรมในหลายจังหวัด หลายร้อยแห่ง กำลังประกาศขายกิจการ ทั้งขายให้กองทุนขนาดใหญ่ กลุ่มทุนไทย นักลงทุนต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ จีน แต่ส่วนใหญ่ถูกกดราคา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XDpp8oLea0g

17 ชม. ที่ผ่านมา

2,963 views

กสทช.เรียกค่ายมือถือ หาต้นตอ SMS พนันก่อกวนไอโฟน

กสทช.เรียกค่ายมือถือ หาต้นตอ SMS พนันก่อกวนไอโฟน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้เชิญผู้แทนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทุกค่าย รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีการส่ง SMS โฆษณาเว็บไซต์พนัน ซันซิตี้ สร้างความกังวลใจให้ผู้ใช้มือถือ มาสอบถามข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อหาต้นตอในการส่งข้อความ และหาแนวทางการป้องกัน   ซึ่งเบื้องต้น จำเป็นต้องตรวจสอบที่มาให้แน่ชัดว่า มีการส่งข้อความผ่านช่องทางใด ผู้ให้บริการทราบเรื่องหรือไม่ หากได้ข้อสรุปว่าไม่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการเครือข่าย ก็จะดำเนินการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ มาตรวจสอบต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6gyC0bJCVVI

17 ชม. ที่ผ่านมา

7,520 views

สัมภาษณ์ผู้ว่าแบงก์ชาติ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 เศรษฐกิจแบบ New Normal

สัมภาษณ์ผู้ว่าแบงก์ชาติ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 เศรษฐกิจแบบ New Normal

หลังวิกฤตโควิด19 ผ่านพ้นไป เศรษฐกิจที่เป็น New Normal จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อะไรจะเกิดขึ้น และต้องปรับตัวอย่างไร ไปติดตามการสัมภาษณ์พิเศษผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย       รับชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : youtu.be/vQINS2PCYbI

เมื่อวานนี้

724 views

หอการค้าเปิดเเพลตฟอร์ม People+Work Connect แก้ปัญหาคนว่างงาน

หอการค้าเปิดเเพลตฟอร์ม People+Work Connect แก้ปัญหาคนว่างงาน

ข่าวดีสำหรับคนที่ว่างงานและกำลังมองหางานใหม่ วันนี้ หอการค้าไทย เปิดตัวแพลตฟอร์ม People+Work Connect ช่วยคนว่างงาน เฟสแรกมีบริษัทชั้นนำเข้าร่วมแล้ว 29 บริษัท     นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรธุรกิจ ร่วมเปิดตัวแพลตฟอร์ม People+Work Connect เพื่อลดปัญหาด้านการว่างงานของแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการที่หลายบริษัทต้องปรับโครงสร้าง เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดจากสถานการณ์โควิด19      ซึ่งจากการสำรวจของหอการค้าไทย พบว่า สถานการณ์โควิด19 จะทำให้เกิดปัญหาการว่างงานมากกว่า 7 ล้านคน ขณะที่ สภาพัฒน์ฯ คาดว่า ทั้งปีมีโอกาสที่คนจะตกงานประมาณ 8.4 ล้านคน และว่างงาน 2 ล้านคน ดังนั้นจึงได้ประสานกับบริษัทเอคเซนเชอร์ ประเทศไทย นำระบบ AI และ Data Analytics มาใช้พัฒนาแพลตฟอร์มกลาง เชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจที่มีความต้องการขยายการจ้างงาน กับธุรกิจที่ต้องการลดการจ้างงาน ซึ่งระบบจะช่วยวิเคราะห์ความต้องการ และจับคู่แรงงานให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบริษัท ทำให้การจ้างงานยังมีความต่อเนื่อง      โดยขณะนี้ พบว่า ธุรกิจกลุ่มอาหาร และการขนส่ง ยังมีความต้องการแรงงานและบุคคลากรอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ในรูปแบบการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ผู้ใช้งานจะต้องลงทะเบียนในนามบริษัท เพื่อเข้ามาสืบค้นข้อมูลแรงงาน เพื่อทำการจ้างงาน หรือหางาน ในระบบ โดยขณะนี้มีองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ที่เข้าร่วมในแพลตฟอร์มดังกล่าวแล้ว 29 องค์กรธุรกิจ คาดว่าจะช่วยดูซับแรงงานที่คาดว่าจะตกงานได้เป็นจำนวนมาก      ส่วนการคลายล็อคเฟส 3 ที่เริ่มมีผลในวันนี้ คาดว่าจะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และทำให้มีเม็ดเงินสะพัดราว 1-2 แสนล้านบาทต่อเดือน     รับชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : youtu.be/6YkqY7K9kpw

เมื่อวานนี้

728 views

โควิด-19 ทุบธุรกิจโรงแรมทรุดหนัก คาดปิดตัวถาวร 10%

โควิด-19 ทุบธุรกิจโรงแรมทรุดหนัก คาดปิดตัวถาวร 10%

สมาคมโรงแรมไทย ยอมรับ มีโรงแรมไม่น้อยกว่า 10% ที่มีแนวโน้มปิดตัวถาวร จากพิษโควิด-19   นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่มีรายได้เป็นศูนย์ ขณะที่แรงงานที่อยู่ในธุรกิจโรงแรมมีอยู่ราว 1.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ ซึ่งการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เชื่อว่าจะทำได้ไม่ถึง 100%      จากการประเมินจำนวนผู้เข้าพักในระยะเริ่มต้นที่กลับมาได้เพียง 30% เท่านั้น ทำให้การจ้างงานต้องลดลงตามสัดส่วนไปด้วย อย่างมากคงจ้างกลับเข้ามาได้เพียงครึ่งเดียว หรือ 50%เท่านั้น โดยคาดว่าจะเริ่มกลับมาเปิดให้บริการมากขึ้นในช่วงกรกฎาคม นี้ และคาดจะใช้เวลากว่า 6 เดือนในการฟื้นตัว แต่จะยังมีอีกกลุ่มที่อาจปิดตัวถาวร ซึ่งคาดว่าจะมีอยู่ราว 10%     รับชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : youtu.be/nrL3PIlB-d4

เมื่อวานนี้

8,458 views

การบินไทยหั่นเงินเดือน พนง.ต่ออีก 3 เดือน อดีตปธ.สหภาพฯ ชี้ผิดกฎหมาย อาจทำแผนฟื้นฟูล่ม

การบินไทยหั่นเงินเดือน พนง.ต่ออีก 3 เดือน อดีตปธ.สหภาพฯ ชี้ผิดกฎหมาย อาจทำแผนฟื้นฟูล่ม

มีรายงานว่าการบินไทย ประกาศหั่นเงินเดือนพนักงานตั้งแต่ 10-60% ต่อไปอีก 3 เดือนระหว่าง มิ.ย.-ส.ค.2563 โดยอ้างเหตุผลกำลังเข้าสู่การฟื้นฟูและผลกระทบโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดบินขาดรายได้ โดยจะเตรียมออกเอกสารให้พนักงานเซ็นยินยอมภายใน 15 มิ.ย.นี้   ด้านนายนเรศ ผึ้งแย้ม อดีตประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย กล่าวว่า จากข่าวการขยายเวลาการลดเงินเดือนต่ออีก ขณะนี้ยังไม่มีการออกเอกสารทางการแจ้งมายังพนักงาน ว่าจะมีการขยายเวลาการปรับลดเงินเดือน   แต่หากบอร์ดใหม่มีมติขยายเวลาลดเงินเดือน จะมีปัญหาข้อกฎหมายตามมาแน่นอน เพราะเมื่อบริษัทเป็นเอกชน บอร์ดไม่สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 13(2) ตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2543 มาลดเงินเดือนพนักงานได้   อำนาจบอร์ดในการลดเงินเดือนหมดไปด้วย ใครจะกล้าลงนามเพราะผิดกฎหมาย จึงอาจทำให้ไม่มีการออกจดหมายแจ้งมติบอร์ดเป็นทางการ รวมทั้งรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี คนปัจจุบัน นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ยังมีหลายสถานะมาก อาจมีปัญตามมาถ้าพนักงานฟ้องศาล สถานะของดีดี ซึ่งเป็นผู้ลงนามออกประกาศ มีความทับซ้อนในการปฏิบัติหน้าที่อยู่หลายตำแหน่ง คือ   1.รักษาการดีดี ถือเป็นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดตามโครงสร้างการบริหารงานตามระเบียบบริษัท   2.รักษาการดีดี เป็นบอร์ดบริหารงานในคณะกรรมการบริหารของบริษัทซึ่งเป็นผู้ชงเสนอเรื่องการปรับลดเงินเดือนพนักงาน ให้บอร์ดบริหารมีมติอนุมัติการขยายเวลาการลดเงินเดือนเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา   3.สถานะภาพของรักษาการดีดี ที่เป็นหนึ่งในบริหารที่ร่วมกับคณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติในการขยายเวลาปรับลดเงินเดือนพนักงาน   4.สถานะดีดีถูกเสนอชื่อไปยังศาลล้มละลายกลาง ให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารแผนฟื้นฟู   5.สถานะรักษาการดีดี ในฐานะรองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทการบินไทย   ประเด็นข้อกฎหมายที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ อาจจะส่งผลให้แผนฟื้นฟูถึงกับล่ม ถ้ารักษาการดีดีใช้อำนาจหน้าที่ไปแบบผิดกฎหมาย ในการลงนามประกาศการขยายเวลาปรับลดเงินเดือนพนักงาน เพราะใน พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2543 หรือ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 นายจ้างประกาศลดเงินเดือนหรือลดสิทธิสภาพการจ้างพนักงานโดยฝ่ายเดียวมิได้ ต้องได้รับความยินยอมจากฝ่ายตัวแทนฝ่ายลูกจ้างก่อน แต่ตอนนี้การบินไทยไม่มีสหภาพแล้ว ไม่มีฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายลูกจ้างก็ยังไม่ได้ยินยอม   ดังนั้นก่อนที่รักษาการดีดีจะลงนามในประกาศลดงินเดือน ต้องพิจารณา ประเด็นข้อขัดแย้งในตำแหน่งหน้าที่ และประเด็นความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายด้วย เพราะหากมีจดหมายแจ้งทางการเรื่องขยายเวลาลดเงินเดือนเมื่อไหร่ ผมจะใช้อำนาจส่วนบุคคลตามกฎหมายฟ้องศาลแน่นอน ในข้อหาละเมิดสิทธิ์สภาพการจ้างงาน หากพนักงานคนไหนอยากฟ้องสามารถมอบอำนาจให้ผมเป็นคนฟ้องได้ และผลของการฟ้องร้องศาลจะคุ้มครองไปถึงพนักงานทุกคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UuMdzxgqhqg

เมื่อวานนี้

3,559 views

'การบินไทย' ประกาศขยายเวลาลดเงินเดือน พนง.ต่อ 3 เดือน มิ.ย. - ส.ค.นี้

'การบินไทย' ประกาศขยายเวลาลดเงินเดือน พนง.ต่อ 3 เดือน มิ.ย. - ส.ค.นี้

วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกประกาศ บริษัทการบินไทย จำกัดมหาชนที่ 046 / 2563 เรื่องการจ่ายเงินเดือนรวมค่าตอบแทนรายเดือนระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2563 โดยระบุว่า บริษัทฯ ประสบภาวะขาดทุนขาดสภาพคล่องทางการเงินบริษัทจึงได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายประกอบกับวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการของบริษัทฯ อย่างมีนัยยะสำคัญ และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ประกาศห้ามอากาศยานขนส่งคนโดยสารทำการบินเข้ามายังท่าอากาศยานในไทยเป็นการชั่วคราวในเดือนมิถุนายน บริษัทจึงไม่สามารถกลับไปดำเนินการได้ตามปกติ จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นบริษัทจึงมีความจำเป็นต้องควบคุมค่าใช้จ่ายทุกรายการให้ใช้จ่ายได้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้การดำเนินการตามขั้นตอนการฟื้นฟูกิจการได้สำเร็จลุล่วง ดังนั้นกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 11 / 2563 วันที่ 29 พฤษภาคม จึงมีมติอนุมัติให้มีการขยายเวลาการปรับลดเงินเดือนพนักงานออกไปอีก 3 เดือน คือ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2563 จากของเดิมมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ทั้งนี้ บริษัทจะจ่ายค่าจ้างและค่าตอบแทนรายเดือนตามอัตราลดแบบขั้นบันตามที่กำหนดในประกาศบริษัทที่ 043 / 2563 ดังนี้ 1.พนักงานระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (EVP) จ่ายเงิน ในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนและค่าตอบแทน 2.ผู้อำนวยการใหญ่ (VP) หรือ กรรมการผู้จัดการ (MD) จ่ายเงิน ในอัตราร้อยละ 60 ของเงินเดือนและค่าตอบแทน 3.พนักงานทั่วไป จะจ่ายเงินดือนและค่าตอบแทนเป็นรายเดือนในอัตราลดแบบขั้นบันได ดังนี้ - พนักงานได้รับเงินเดือนรวมค่าตอบแทนรายเดือน ไม่เกิน 20,000 บาท ปรับลด 10% - พนักงานได้รับเงินเดือนรวมค่าตอบแทนรายเดือน 20,001 - 40,000 บาท ปรับลด 25% - พนักงานได้รับเงินเดือนรวมค่าตอบแทนรายเดือน 40,001 - 60,000 บาท ปรับลด 30% - พนักงานได้รับเงินเดือนรวมค่าตอบแทนรายเดือน 60,001 - 100,000 บาท ปรับลด 35% - พนักงานได้รับเงินเดือนรวมค่าตอบแทนรายเดือน ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ปรับลด 40% บริษัทจะจัดทำหนังสือแสดงเจตนายินยอมด้วยความสมัครใจของพนักงาน ในการรับเงินเดือนรวมค่าตอบแทนรายเดือน ข้างต้น ให้พนักงานทุกคนลงนาม หรือแสดงเจตนาผ่านช่องทางอื่น ภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้  และส่งหนังสือที่ลงนามแล้วให้บริษัทในภายหลัง นายนเรศ ผึ้งแย้ม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่าคำสั่งแจ้งลดเงินเดือนพนักงานแบบสมัครใจตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-31 ส.ค.63 เป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาทางประเด็นข้อกฎหมาย และเมื่อเป็นการลดเงินเดือนแบบสมัครใจ ขอให้บริษัทฯ ทำตามเงื่อนไขเฉพาะพนักงานที่สมัครใจ หากละเมิดไม่ทำตามเงื่อนไขที่ประกาศ ตนได้ประสานกับพนักงานเตรียมดำเนินการฟ้องร้องตามสิทธิ ซึ่งมี 2 แนวทาง คือ ทำหนังสือร้องเรียนถึงอธิบดีกรมสวัสดิการแรงงาน หรือยื่นฟ้องศาล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/n6WVLJPfK3U    

เมื่อวานนี้

1,262 views

ฉลุย! สภาฯ ลงมติผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท - นายกไม่ขัดตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้เงิน

ฉลุย! สภาฯ ลงมติผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท - นายกไม่ขัดตั้ง กมธ.ตรวจสอบการใช้เงิน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติอนุมัติให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ผ่านความเห็นชอบของสภาทั้ง 3 ฉบับ บาท ประกอบด้วย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เห็นชอบ 274 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 207 เสียง   ฉบับที่ 2 พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เห็นชอบ 275 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 205 เสียง และฉบับที่ 3 พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เห็นชอบ 274 เสียง ไม่เห็นชอบ 195 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง ไม่ออกเสียง 1 เสียง เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายปิดเป็นคนสุดท้าย สำหรับการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ พร้อมตั้งคำถาม 5 ข้อถึงความจำเป็นในการกู้เงิน หากจำเป็นต้องกู้ ต้องกู้เท่าไหร่ กู้เพื่อทำอะไร กู้เพื่อหวังผลอะไร กู้แล้วจะสำเร็จหรือไม่ และหากกู้แล้ว ถ้าทำไม่สำเร็จ แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมขอให้นายกรัฐมนตรีตอบคำถามว่า หากทำไม่ได้ จะทำให้ประเทศไทยมีสภาพเหมือนกับการบินไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นด้วยกับการกู้เงินของรัฐบาล แต่ก่อนจะกู้ ควรจะเกลี่ยงบประมาณจากปี 2563 ก่อน เพื่อเป็นการเช็คเงินในกระเป๋า และกู้เท่าที่จำเป็น เพราะไม่เห็นด้วยกับการกู้เต็มวงเงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ทราบแหล่งเงินทุนที่รัฐบาลจะไปกู้ ไม่มีแผนงานการใช้งบ และกังวลว่า การออกพันธบัตรของรัฐบาล ที่ให้ดอกเบี้ยสูง 3 เท่า ที่อาจจะเกิดความเหลื่อมล้ำ และส่งผลต่อเศรษฐกิจ ขณะยืนยัน ยืนยันด้วยว่า ฝ่ายค้าน จะไม่ยื่นพระราชกำหนดที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ทั้ง 3 ฉบับ ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตามที่ก่อนหน้านี้เคยยื่นคำขู่ไว้ก็ตาม หลังจากนี้จะขอให้มีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบการใช้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท และเสนอให้มีการแก้ไขการประมูล จากเดิมที่จะไม่ใช้การประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-biding) ต้องให้ประกวดราคาผ่าน e-bidding เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเสนอให้มีการรายงานในรายละเอียดการใช้เงินต้องมารายงานสภาฯ 3 เดือนต่อครั้ง ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ยินดีให้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ และการดำเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ อีกทั้งยืนยันว่าการใช้จ่ายเงินกู้นั้น มีการตรวจสอบทุกขั้นตอน เพราะเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ถือเป็นเงินแผ่นดิน เป็นการเบิกจ่ายเงินเช่นเดียวกับงบประมาณปกติ และมีการกล่าวถึงมาตรการการดูแลช่วยเหลือของรัฐบาลซึ่งประกอบด้วย 5 มิติ ได้แก่ - การลดภาระค่าใช้จ่าย ทั้งค่าไฟฟ้า-ประปา ค่าโทรศัพท์-อินเทอร์เน็ต ค่าเชื้อเพลิง การยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน เป็นต้น - การเพิ่มสภาพคล่อง อาทิ การคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า-น้ำประปา การชะลอเลื่อนการชำระภาษี การเลื่อนส่งเงินกองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ - การเยียวยาทุกคน เช่น กลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคม การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การเยียวยาเด็กที่ครัวเรือนยากจน การช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นค่าอาหารแก่นักเรียนยากจนกว่า 7.5 แสนคนตามกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครอบคลุมสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ศธ. ตชด. ทั่วประเทศ ดูแลเด็กนอกระบบ นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งรัดการจัดเก็บข้อมูลด้วยระบบ Big Data เพื่อการบริหารในอนาคตด้วย ซึ่งประชาชนต้องร่วมมือด้วย - การชะลอหนี้สินเดิม อาทิ การพักเงินต้น การปรับโครงสร้างหนี้ การลดดอกเบี้ยผ่านธนาคารต่าง ๆ ทั้งธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์ซึ่งอยู่ในขอบเขตอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ดูแลอยู่ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถสั่งการ - การเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินเพิ่มเติม การให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินในการดำเนินธุรกิจ  รวมทั้งจะมีกองทุนจัดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนที่เป็นหนี้เสีย เอ็นพีแอลหรือมีศักยภาพน้อย แต่คำนึงถึงการใช้เงิน เพราะทุกบาททุกสตางค์ เป็นเงินของพี่น้องประชาชน นายสุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าจะไม่ให้ผ่าน พ.ร.ก. ก็สงสารชาวบ้าน ถ้าผ่านง่ายก็เป็นห่วงลูกหลานในอนาคต รู้ว่าผ่านแน่ๆ แต่ก็อยากอภิปรายเพื่อบันทึกไว้ในสภาฯ ให้คนรุ่นหลังได้รู้ การงดออกเสียงคือการเปิดไฟเขียวให้ผ่านอย่างขมขื่น ขอให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ใช่ฝ่ายค้านชกไม่สุดหมัดแต่ทำมาแล้วทุกอย่าง ยืนยันว่าไม่ท้อ ทำเต็มที่เท่าที่หนทางมี ยังมีข้อมูลอีกมากที่พูดได้ไม่หมด พร้อมขอโทษพี่น้องประชาชนที่พูดได้เพียงเท่านี้ ในส่วนของ พ.ร.ก. ฉบับแรกแม้จะเห็นด้วยในหลักการที่นำไปเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องคือระบบการตรวจสอบที่ยังไม่ดีพอ และไม่เชื่อว่ามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจจะทำได้จริง จึงเห็นว่าการงดออกเสียง เช่นเดียวกับพ.ร.ก.ฉบับที่ 2 ที่งดออกเสียงแม้จะมุ่งช่วยเหลือกลุ่มSME ผู้ประกอบการรายย่อย แต่วิธีการยังไม่ถูกต้อง ยังมีความไม่ชอบมาพากล และระบบตรวจสอบก็ยังไม่มีเช่นเดียวกันกับฉบับแรก ส่วน พ.ร.ก.ฉบับที่ 3 นั้น กลุ่มเป้าหมายยังไม่ใช่ผู้เดือดร้อนที่จะต้องเร่งรีบในการออก พ.ร.ก. ผู้ประกอบการรายใหญ่แม้จะได้รับกระทบเดือดร้อน แต่ยังมีเวลาในการช่วยเหลือรูปแบบอื่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนนอกจากนี้ยังมีความกังวลในหลายข้อ จึงไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ดังกล่าวนี้ สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย ทั้งวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านตกลงร่วมกันจะใช้เวลาอภิปราย 2 วัน ระหว่างวันที่ 4-5 มิ.ย.นี้ โดยจะเป็นการพิจารณา 3 วาระ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/S1eFToq54lE

เมื่อวานนี้

399 views

หอการค้าไทย คาดเศรษฐกิจจะขยับเป็นรูปยู ถ้าได้วัคซีน ปลายปี 64 เศรษฐกิจจะพุ่งขึ้น

หอการค้าไทย คาดเศรษฐกิจจะขยับเป็นรูปยู ถ้าได้วัคซีน ปลายปี 64 เศรษฐกิจจะพุ่งขึ้น

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย ประเมินการเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจในประเทศ หลังมีการผ่อนคลายมาตรการระยะต่าง ๆ คาดเศรษฐกิจจะขยับตัวเป็นรูปตัวยู (U)    ส่วนช่วงฐานของยูจะกว้างขนาดไหนนั้น ว่าที่ ร.อ.จิตร์ บอกว่าอาจจะกว้างไปถึง 3 ปีเลยก็ได้ แต่พอขึ้นจะขึ้นพุ่ง เพราะฉะนั้นต้องจับตา โดยเบื้องต้นหอการค้าไทยประเมินว่าถ้าได้วัคซีน ปลายปี 2564 จะจบฐานของตัวยู เศรษฐกิจจะกลับพุ่งขึ้นมา     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u9ai8mLBIeY

31 พ.ค. 2563

880 views

ลุ้นมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว คาดชัดเจนกลางเดือน มิ.ย. - สทท.ชงแจกคูปอง 3 พันบาท ให้ 10 ล้านคน

ลุ้นมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว คาดชัดเจนกลางเดือน มิ.ย. - สทท.ชงแจกคูปอง 3 พันบาท ให้ 10 ล้านคน

ประเด็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ มีรายงานว่าวันที่ 1 ก.ค.2563 จะเริ่มมีแคมเปญสนับสนุนการท่องเที่ยว เช่น รัฐช่วยจ่ายส่วนลดค่าที่พัก 50%, ช้อปช่วยชาติ หรือลดหย่อนจากการท่องเที่ยว คาดว่ารูปแบบต่าง ๆ จะชัดเจนขึ้น กลางเดือน มิ.ย.2563     ด้าน นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการเคยเสนอให้แจกคูปองท่องเที่ยวกับผู้สูงอายุ แต่แนวทางดังกล่าวอาจไม่เหมาะสมแล้ว เนื่องจากกลุ่มผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการติดโควิด-19 สูงกว่ากลุ่มอื่น ทั้งนี้ รูปแบบนำมาทดแทนและทำได้ทันทีคือ แจกคูปองท่องเที่ยวคนละ 2-3 พันบาท ให้กับคนไทย 10 ล้านคน คิดเป็นเงินประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท     ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยวผ่านมาตรการชิมช้อปใช้ แจกเงินให้ประชาชนกว่า 10 ล้านคน ไปเที่ยวไปซื้อของ ไปทานอาหาร ไปพักในโรงแรม แต่สัดส่วนของการใช้จ่ายส่วนใหญ่นำไปซื้อของ การนำไปพักโรงแรมน้อยมาก ดังนั้นหากนำเรื่องชิมช้อปใช้มาใช้อีกคนไม่เหมาะสมเท่ากับการแจกคูปอง ซึ่งตรงจุดประสงค์มากกว่า ซึ่งในการใชจ่ายของคูปองนอกจากนำไปใช้จ่ายที่พักแล้ว สทท.อยากให้สามารถนำไปใช้ในกลุ่มธุรกิจเที่ยวข้อง เช่น ร้านอาหาร บริษัททัวร์ ร้านขายของที่ระลึก   นายชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพร้อมจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการท่องเที่ยว ล่าสุดมีโรงแรมระดับ 5 ดาว ลดราคาห้องพักเหลือคืนละ 1 พันบาท ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กเตรียมพร้อมจัดแคมเปญลดราคาห้องพัก แพคเกจนำเที่ยวลง ไม่ต่ำกว่า 50% เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว ซึ่งผู้ประกอบการไม่ได้คิดถึงกำไรแล้ว ขอแค่ให้มีเงินมาหล่อเลี้ยงธุรกิจ และจ่ายเงินเดือนพนักงานบางส่วนเท่านั้น โดยผู้ประกอบการพร้อมจะอัดแคมเปญทันทีหลังรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3X4vlMZNrAQ

31 พ.ค. 2563

2,836 views

'นครชัยแอร์' เตรียมกลับมาเดินรถทุกเส้นทาง - ผู้ประกอบการชงติดฉากกั้นแทนนั่งเว้นที่

'นครชัยแอร์' เตรียมกลับมาเดินรถทุกเส้นทาง - ผู้ประกอบการชงติดฉากกั้นแทนนั่งเว้นที่

นครชัยแอร์ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก Nakhonchaiair ว่า พร้อมกลับมาให้บริการเดินรถทุกเส้นทาง ทั้งสายเหนือ และสายอีสาน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป หลังหยุดให้บริการชั่วคราวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา   โดยบริษัทได้จัดทำแผนการเดินทางอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีการทำความสะอาดเบาะที่นั่ง ฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร จัดที่นั่งตามมาตรการ social distancing โดยกำหนดที่นั่งโดยสารไว้ที่ริมหน้าต่างเท่านั้น    ขณะที่ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยก่อนขึ้นรถ และขณะโดยสารบนรถตลอดเวลา ส่วนตัวพนักงานบนรถจะสวมหน้ากากอนามัยพร้อม Face shield ตลอดทาง รวมทั้งต้องลงทะเบียนด้วยการสแกน QR Code เช็คอิน-เช็คเอาต์ ก่อนและหลังใช้บริการ เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสูข เพื่อให้สามารถติดตามตัวผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้อย่างรวดเร็ว   ส่วนที่กังวลกันว่าราคาบัตรโดยสารจะปรับขึ้นหรือไม่นั้น ได้รับการยืนยันว่า ยังคงเก็บในอัตราปกติ    แม้จำนวนผู้โดยสารจะลดลง จากการจัดที่นั่งตามมาตรการ social distancing ส่วนคนที่มีตั๋วโดยสารในช่วงที่หยุดเดินรถไปนั้น สามารถนำตั๋วมาระบุวันเดินทางใหม่ เพื่อใช้เดินทางตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 – 31 พฤษภาคม 2564   นอกจากนี้่ ผู้ประกอบการเอกชนได้เสนอให้มีการติดตั้งอุปกรณ์ฉากกั้นระหว่างที่นั่ง ให้ผู้เดินทางสามารถนั่งโดยสารได้ทุกเบาะ เพื่อให้รถโดยสารแต่ละคันสามารถรองรับผู้เดินทางได้มากขึ้น และผู้ประกอบการมีความคุ้มทุนในการเดินรถให้บริการ          รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jQL3oL1sgPI  

31 พ.ค. 2563

1,450 views

1234...180