เศรษฐกิจ

ยืนยันเอาอยู่ กระทรวงแรงงาน ขอครม.นำเงินประกันสังคม ช่วยรองรับคนตกงาน

ยืนยันเอาอยู่ กระทรวงแรงงาน ขอครม.นำเงินประกันสังคม ช่วยรองรับคนตกงาน

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคลโสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พูดถึงกรณีที่นักวิชาการออกมาวิเคราะห์ว่า แรงงานกว่า 7 ล้านคนเสี่ยงตกงานมากขึ้น   พร้อมเผยว่า ยังมั่นใจว่าเงินกองทุนประกันสังคมที่มีอยู่มากกว่า 160,000 ล้านบาท จะครอบคลุมความช่วยเหลือได้เพียงพอ นอกจากนี้ยังจะเสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 21 ก.ค. นี้   ว่าขอนำเงินดอกผลที่สำนักงานประกันสังคมมีอยู่จากการนำเงินไปลงทุนที่มีอยู่ประมาณ 6 แสนล้านบาท ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการไตรภาคีแล้วด้วย เอาออกมาใช้เพื่อรองรับมาตรการการช่วยเหลือแรงงานที่จะตกงานเพิ่มเติม   ส่วนกรณีผู้ประกันตนที่ได้รับเงินเยียวยาไม่ถึง 5 พันบาท มีผู้ประกันตน 86,128 คน ที่ทำงานไม่ถึง 26 วัน จึงได้รับค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 8,138 บาท ส่งผลให้ได้เงินช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคมไม่ถึงเดือนละ 5,000 บาท   ตามอัตราช่วยเหลือในกฎกระทรวงที่กำหนดไว้ 62% กระทรวงแรงงานจึงจัดทำโครงการขอรับเงินงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเยียวยาสำหรับผู้ประกันตนกลุ่มดังกล่าว ให้ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมรวมแล้วเดือนละ 5,000 บาท ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อนุมัติแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการ   ชมผ่านยูทูบ :  https://youtu.be/wjtqMtAAliw

13 ชม. ที่ผ่านมา

1,605 views

สมอ.ทลายโกดัง 'หม้อทอดไร้น้ำมัน' ขายออนไลน์เกลื่อน โดยไม่มีใบอนุญาต-ไม่ได้มาตรฐาน

สมอ.ทลายโกดัง 'หม้อทอดไร้น้ำมัน' ขายออนไลน์เกลื่อน โดยไม่มีใบอนุญาต-ไม่ได้มาตรฐาน

สำหรับคนที่ชอบซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันทางออนไลน์  ล่าสุด มีคำเตือนจาก สมอ.ระวังเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐาน หลังพบขายเกลื่อน ไม่มีใบอนุญาต   หม้อทอดไร้น้ำมัน และอีกหลายรายการ ที่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ.เข้าตรวจยึดได้จากโกดังของบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านอ่อนนุช ซึ่งพบว่า มีการลักลอบนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และไม่ได้มาตรฐาน สมอ.ในจำนวนนี้เป็นหม้อทอดไร้น้ำมันกว่า 1,000 ใบ โดยสินค้าส่วนใหญ่จะส่งจำหน่ายทางออนไลน์ ในเว็บไซต์ขายสินค้ายอดนิยมต่างๆ สมอ.จึงยึดอายัดไว้ทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ประกอบการ ต้องระวางโทษ ในกรณีนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ     สามารถรับชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tF4JTM9X2tA

เมื่อวานนี้

5,949 views

'เราเที่ยวด้วยกัน' แผ่วมาก โรงแรมลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเพียง 100 แห่ง เหตุไม่คุ้มต้นทุน

'เราเที่ยวด้วยกัน' แผ่วมาก โรงแรมลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเพียง 100 แห่ง เหตุไม่คุ้มต้นทุน

ผ่านมา 10 วัน กับการเปิดให้โรงแรมลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน พบว่ามีโรงแรมสนใจเข้าร่วมโครงการเพียง 100 แห่งเท่านั้น   นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีโรงแรมสมัครเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน 100 แห่ง ซึ่งสาเหตุที่ยังสมัครกันไม่มาก เพราะโรงแรมยังอยู่ระหว่างการสมัครแอปพลิเคชั่น และโรงแรมหลายแห่งยังไม่เปิดให้บริการ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ และภาคเหนือ เปิดเพียง 50 % เท่านั้น เนื่องจากลูกค้าหลัก คือ ต่างชาติ ซึ่งการเปิดให้บริการลูกค้าคนไทย ที่เที่ยวแค่ช่วงสุดสัปดาห์ หรือ วันหยุด อาจจะไม่คุ้มต้นทุน   นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรก ที่การท่องเที่ยวฯ เปิดให้บริษัทนำเที่ยว ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเวปไซด์เที่ยวปันสุข.ไทย  ขณะเดียวกันตัวบริษัททัวร์ก็เริ่มนำเสนอแพ็คเก็จทัวร์ ทำโปรแกรมทัวร์กันแล้ว ส่วนใหญ่เน้นไปเดินสายทำบุญ และท่องเที่ยวทางทะเล อย่างไรก็ดี พบว่า อสม.และรพ.สต.ในบางพื้นที่ ไม่สนใจเข้าร่วมโครงการ เพราะไม่มีเงินใช้จ่ายตอนไปเที่ยว ต้องควักเนื้อ  บางคนต้องทำงานหลัก  และไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์ ทำให้คาดการณ์ว่า อาจมียอดผู้สมัครเข้าร่วมโครงการไม่ถึงเป้า 1.2 ล้านคน โดยจะรอประเมินผล 1 เดือน เพื่อหารือกับ ททท.ซึ่งอาจปรับเพิ่มค่าหัว จากเดิมที่ได้ 2,000 บาท เป็น 2,500 บาทต่อคน

เมื่อวานนี้

4,186 views

ก.แรงงาน เตรียมขอ ครม.นำเงินประกันสังคม 6 แสนล้าน อุ้มคนตกงาน

ก.แรงงาน เตรียมขอ ครม.นำเงินประกันสังคม 6 แสนล้าน อุ้มคนตกงาน

กระทรวงแรงงาน เตรียมขออนุมัติ ครม.นำเงินดอกผลประกันสังคม 6 แสนล้านบาท รองรับคนตกงาน   โดยหม่อมราชวงศ์จัตุมงคลโสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึง กรณี นักวิชาการประเมินว่า จะมีแรงงาน 7 ล้านคน เสี่ยงตกงาน ว่า ยังมั่นใจเงินในกองทุนประกันสังคมที่มีอยู่กว่า 160,000 ล้านบาท จะครอบคลุมความช่วยเหลือได้เพียงพอ นอกจากนี้ ยังจะเสนอคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ขอนำเงินดอกผลที่สำนักงานประกันสังคมมีอยู่ จากการนำเงินไปลงทุน ซึ่งมีอยู่ราว 6 แสนล้านบาท และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการไตรภาคีแล้ว นำออกมาใช้ เพื่อรองรับมาตรการการช่วยเหลือแรงงานที่จะตกงานเพิ่มเติม   ส่วนกรณีผู้ประกันตนที่ได้รับเงินเยียวยาไม่ถึง 5,000 บาท ซึ่งมีอยู่จำนวน 86,128 คน เนื่องจากเเรงงานกลุ่มนี้ทำงานไม่ถึง 26 วัน จึงได้รับค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 8,138 บาท ส่งผลให้ได้เงินช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคมไม่ถึงเดือนละ 5,000 บาท ตามอัตราช่วยเหลือที่กำหนดไว้ 62% ของเงินเดือน วันนี้มีข่าวดี กระทรวงแรงงานได้ขอรับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประกันตนกลุ่มนี้ ได้เงินช่วยเหลือครบ 5,000 บาท ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อนุมัติแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการ       สามารถรับชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Spbqxs7o8gA

เมื่อวานนี้

1,525 views

นายกฯ ประชุมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ วางมาตรการฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 'สมคิด' ยันไม่มีปัญหาหากถูกเปลี่ยนทีม

นายกฯ ประชุมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ วางมาตรการฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19 'สมคิด' ยันไม่มีปัญหาหากถูกเปลี่ยนทีม

นายกรัฐมนตรี หารือทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ  ภาคเอกชนเสนอตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 และแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs   นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าฝ่ายภาคเอกชนมีข้อเสนอให้จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 รวมถึงแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ด้วยการลดภาระ เช่น การขยายเวลาพักชำระหนี้ การเสริมสภาพคล่อง เป็นต้น พร้อมกับกระตุ้นการท่องเที่ยววันธรรมดา และส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง นอกจากนั้น ยังเสนอให้นำโครงการชิมช้อปใช้มาดำเนินการอีกครั้งเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ   ส่วนผลสืบเนื่องจากการลาออกจากพรรคพลังประชารัฐของ "กลุ่มสี่กุมาร" ที่คาดว่าจะส่งผลให้มีการปรับ ครม.ในส่วนทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล วันนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ บอกว่า ไม่มีปัญหาหากนายกฯจะเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกฯ เชื่อว่านายกฯจะพิจารณาโดยยึดบ้านเมืองเป็นสำคัญ         สามารถรับชมทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R7cVZ35OgiY

เมื่อวานนี้

668 views

แจงปิดห้างเซ็นทรัลหาดใหญ่ 24 ส.ค. 63 แต่ยังช็อปได้ที่เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่

แจงปิดห้างเซ็นทรัลหาดใหญ่ 24 ส.ค. 63 แต่ยังช็อปได้ที่เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่

จากกรณีที่บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ระบุว่า ห้างเซ็นทรัลหาดใหญ่ ถ.เสน่หานุสรณ์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นห้างเซ็นทรัลสาขาแรกในภาคใต้มาตลอดระยะเวลา 26 ปี (พ.ศ.2537-2563) จะปิดบริการตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจใหม่ เปลี่ยนเป็นโรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่ อย่างเต็มรูปแบบ   ทั้งบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ย้ำอีกครั้งว่า ลูกค้าสามารถช้อปปิ้งได้ที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปอย่างยิ่งใหญ่ก่อนหน้านี้  ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q7VT3RLWAd4

เมื่อวานนี้

859 views

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินฝากพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี คนยังกังวลโควิด-19

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินฝากพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี คนยังกังวลโควิด-19

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยถึงตัวเลขเงินฝากไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก 340,000 ล้านบาท ยอดเงินฝากคงค้าง 14.35 ล้านล้านบาท หากเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2562 เงินฝากเติบโตสูงถึง 12% เนื่องจากยังมีความกังวลต่อความเสี่ยงที่ยังไม่แน่นอน ทำให้ประชาชนรายย่อยและภาคธุรกิจเลือกที่จะเก็บเงินสดหรือเก็บสภาพคล่องไว้ก่อน และส่วนหนึ่งขายสินทรัพย์เสี่ยงมาเก็บเป็นเงินไว้ในบัญชีเงินฝาก ซึ่งถือว่าปลอดภัยที่สุดแม้ดอกเบี้ยจะต่ำ     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EBUzzcEQ7AU

เมื่อวานนี้

4,692 views

หอการค้าไทย ห่วงไตรมาส 4 เกิดปัญหาปลดคนงานเพิ่ม

หอการค้าไทย ห่วงไตรมาส 4 เกิดปัญหาปลดคนงานเพิ่ม

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการทั่วประเทศประจำเดือนมิถุนายน ค่าดัชนีปรับตัวมาอยู่ที่ระดับ 31.5 ซึ่งเป็นปรับตัวครั้งแรกในรอบ 30 เดือน แต่ก็ยังถือว่าเศรษฐกิจอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง จากผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19 โดยหอการค้าไทยเห็นว่า รัฐต้องเร่งมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ      โดยเฉพาะเม็ดเงิน 100,000 ล้านบาท ที่ ครม.เพิ่งเห็นชอบ หากสามารถเร่งโครงการต่างๆของภาครัฐไปในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อสร้างงานในระบบ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้เพิ่มอีก 0.3 - 0.5% และหากมีล็อต 2 ตามมาอีก ด้วยการเพิ่มเงินอีก 100,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลที่มีงบประมาณ 20,000 ล้านบาท และเงินจากเอกชนทั้งโครงการปันสุข โครงการแทรลเวล บับเบิล รวมวงเงินทั้งหมดที่ลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 250,000-350,000 ล้านบาท ก็จะกระตุกเศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 0.6 - 1%     ขณะที่สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย แสดงความกังวลถึงตัวเลขนักศึกษาจบใหม่ปีการศึกษา 63 นี้ จำนวน 500,000 คน อาจกลายเป็นผู้ว่างงานถาวร เนื่องจากผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้นายจ้างไม่มีนโยบายรับคนเพิ่ม แม้ว่ารัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์สู่ระยะที่ 5 แต่ภาพรวมธุรกิจก็ไม่ได้กลับมาดำเนินธุรกิจได้เหมือนเช่นก่อนโควิด-19 ส่งผลให้แรงงานไม่รวมเด็กจบใหม่ ที่เหลือของปีนี้ยังคงมีอัตราว่างงานรวม 3.6 ล้านคน      อีกทั้งยังมีความกังวล หากรัฐบาลไม่สามารถผ่อนคลายสภาพคล่อง โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุน จากการของสินเชื่อจากสถาบันการเงินให้กับผู้ประกอบการได้ ในช่วงไตรมาสที่ 4 อาจจะเกิดปัญหาการปลดคนงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากการส่งออกที่ทรุดตัวลงและการใช้จ่ายในประเทศชะลอตัว รวมถึงการกลับมาของปัญหาหนี้นอกระบบ     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gBdpHomQlWw

เมื่อวานนี้

1,604 views

ก.พาณิชย์ เผยยอดส่งออกมังคุด 5 เดือนแรก ขยายตัว 16%

ก.พาณิชย์ เผยยอดส่งออกมังคุด 5 เดือนแรก ขยายตัว 16%

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การส่งออก “มังคุด” หรือราชินีแห่งผลไม้ไทย ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.) พบว่าขยายตัว 16% มีมูลค่าส่งออกถึง 290 ล้านเหรียญสหรัฐ ตีเป็นเงินบาทได้ 9,000 พันล้านบาท แม้ยังอยู่ในช่วงสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 โดยมีจีน อาเซียน และฮ่องกง เป็นตลาดส่งออกสำคัญ     ซึ่งเป็นการส่งออกไปจีนได้ 6,000 กว่าล้านบาท ส่งออกไปฮ่องกงได้ 300 กว่าล้านบาท ส่งออกไปอาเซียนได้ 2,000 กว่าล้านบาท มีเวียดนามเป็นตลาดส่งออกหลักในอาเซียน ส่วนแบ่งตลาด 94% ของการส่งออกไปอาเซียน     ทั้งนี้ ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การส่งออกมังคุดไปตลาดโลกเพิ่มขึ้น ปัจจุบันประเทศคู่ FTA ของไทย 14 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมา อินเดีย ชิลี เปรู และฮ่องกง ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ามังคุดจากไทยแล้ว เหลือเพียง 4 ประเทศ ที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้า ได้แก่ เกาหลีใต้ กัมพูชา มาเลเซีย และลาว     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qGNAU13OLb8

เมื่อวานนี้

630 views

 #ขนมสยาม ขนมเจ้าดัง ใครไม่กินไม่อินเทรนด์! เผยความสำเร็จ จากร้านรถเข็นข้างทาง สู่ร้านขึ้นห้าง รายได้สุดปัง

#ขนมสยาม ขนมเจ้าดัง ใครไม่กินไม่อินเทรนด์! เผยความสำเร็จ จากร้านรถเข็นข้างทาง สู่ร้านขึ้นห้าง รายได้สุดปัง

ในยุคที่มีโรคระบาด คำว่า 'New Normal' ไม่เพียงแต่เข้าไปมีส่วนในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่กับภาคธุรกิจก็เปลี่ยนโฉมไปมาก เพื่อเอาตัวรอดและสามารถไปต่อได้ เช่น ธุรกิจอาหาร ที่ต้องเพิ่มช่องทางออนไลน์ ส่งเดลิเวอลี ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พอ...     วันนี้ 'รอดไปด้วยกัน' ได้มีโอกาสเจาะลึกร้านขนมครกใบเตยชื่อดัง 'ขนมสยาม' (KANOM SIAM) ที่ได้รับผลกระทบในยุคนี้เช่นกัน โดยเราได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน ที่เล่าให้ฟังว่า เจอวิกฤตก่อนช่วงโควิด-19 ด้วยซ้ำ แต่ก็ข้ามผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมาได้ เขามีวิธีรับมืออย่างไร?      คุณกรีเพชร หาญพงศ์พิพัฒน์ เจ้าของร้านขนมสยาม เล่าว่า วิกฤตแรกที่เจอคือ ทาง กทม. มีนโยบายจัดระเบียบผู้ค้า ตอนนั้นจึงต้องเลิกขาย แต่ด้วยความเชื่อว่า ขนมของร้านเป็นของดีคู่ย่านนั้นอยู่แล้ว จึงได้คุยกับครอบครัวว่าจะทำการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ และนำขายขึ้นห้างฯ เพื่อให้เห็นว่าจากแบรนด์ข้างถนนก็สามารถไปได้ไกลกว่านั้น     โดยในระหว่างปรับภาพลักษณ์ เพื่อขยับขยายแบรนด์ขึ้นห้างฯ ใช้เวลาเกือบ 1 ปี ไปกับการหาพื้นที่ขาย ซึ่งต้องหยุดขายไปเลย จึงไม่มีรายได้ แต่โชคดีว่าที่บ้านมีการวางแผนทางการเงินที่ดี จึงมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ในช่วงวิกฤต โดยมีคติว่า "อะไรที่ไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องใช้ ใช้จากที่เหลือเก็บ"     นอกจากนี้ คุณกรีเพชร ยังเล่าถึงการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ (Rebranding) ว่า "ตอนนั้นได้นั่งดูคลิปเกี่ยวกับการปรับภาพลักษณ์ใหม่ด้วยกันกับครอบครัว เพื่อให้รู้ว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง จากนั้นก็ได้พูดคุยกันว่า จะวางโพสิชันแบรนด์แบบไหน สโลแกน รวมไปถึงภาพรวมทั้งหมด ซึ่งแต่ละคนก็ช่วยกันหาไอเดีย คุมโทนออกมาเป็นกลุ่มก้อน ดังนั้น ไม่ว่าหลังจากนี้จะขยายสาขาอย่างไรโทนของแบรนด์ก็ยังเหมือนเดิม"     จุดเริ่มต้นในการขยายแบรนด์จากข้างถนนสู่ห้างฯ แน่นอนว่า ในตอนนั้นไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักร้าน แต่เราใช้ความเป็นแม่ค้าพ่อค้าพูดคุยยิ้มแย้ม สร้างความสนิทสนมกับลูกค้า แจกขนมให้ชิมฟรี จนในที่สุดยอดขายโตขึ้นเรื่อย ๆ ถึง 200% ++ เลยทีเดียว     และเมื่อถามถึงต้นทุนในการปรับโฉมแบรนด์ใหม่ คุณกรีเพชร กระซิบว่า "ต้นทุนน้อยมาก" ด้วยความที่นำของเก่าที่มีอยู่แล้ว เช่น อุปกรณ์ทำขนม ซึ่งแทบทุกชิ้นเป็นของที่มีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ เพราะยึดมั่นในความคิดว่า "ยืนหยัดด้วยตัวเอง ไม่ต้องกู้เงินใคร" เพียงแค่บริหารและวางแผนการเงินให้ดี     ดังนั้นในช่วงโควิด-19 ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบ ทางร้านเองก็ยอดขายตก แต่เพราะการวางแผนที่ดีจึงไม่ต้องเลิกจ้างพนักงาน และใช้เวลาช่วงที่ยังขายไม่ได้มาวางแผนว่า หลังโควิดจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งตอนนี้สถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย แผนที่คิดไว้จึงนำออกมาใช้ในช่วงนี้     แต่ที่น่าสนใจก็คือ ทางแบรนด์สวนกระแสถึงขนาดกล้สได้เปิดสาขาใหม่ในช่วงโควิด-19 โดยเป็นสาขาที่เอ็มควอเทียร์ แถมไปได้สวยเกินความคาดหมายอีกต่างหาก! ทั้งหมดนี้ก็เพราะแผนการบริหารที่วางไว้อีกเช่นกัน เนื่องจากมีงบประมาณที่วางไว้แล้วตั้งแต่ต้นปี จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก     ส่วนเมื่อถามถึงแผนในอนาคต คุณกรีเพชร พูดได้น่าสนใจว่า "เราไม่ได้ใช้เงินเป็นตัวนำ แต่เราใช้ความสุขเป็นตัวนำ ส่วนตัวตั้งใจว่ามีสัก 5 สาขา ก็พอแล้ว ไม่ใช่ว่ามีเป็นร้อยสาขาทั่วประเทศ แต่ในทุกเช้าตื่นขึ้นมาไม่มีความสุข เหนื่อยกับการทำงาน สุดท้ายทะเลาะกัน เราไม่ทำอย่างนั้น"     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ioRp-iOOLHY

เมื่อวานนี้

228 views

รู้ก่อน จองก่อน! สอน 7 ขั้นตอน ลงทะเบียน #เราเที่ยวด้วยกัน  รับสิทธิ์ส่วนลดราคาที่พัก แจกเงินเที่ยวสูงสุด 3,000 บาท ตั๋วเครื่องบินถูกมาก

รู้ก่อน จองก่อน! สอน 7 ขั้นตอน ลงทะเบียน #เราเที่ยวด้วยกัน รับสิทธิ์ส่วนลดราคาที่พัก แจกเงินเที่ยวสูงสุด 3,000 บาท ตั๋วเครื่องบินถูกมาก

สายเที่ยววอร์มมือรอหรือยัง! วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ เปิดลงทะเบียนแพคเกจ 'เราเที่ยวด้วยกัน' เที่ยวในประเทศ รัฐช่วยค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว 40%! สำหรับใครที่ชอบเที่ยว หาที่ผ่อนคลาย เปลี่ยนบรรยากาศ 'เราเที่ยวด้วยกัน' แพคเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศที่รัฐบาลเพิ่งปล่อยออกมา น่าจะโดนใจใครหลายคน ยิ่งตอนนี้ยังบินไปเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ด้วย หันมาเที่ยวในประเทศ ไทยเที่ยวไทย แถมไม่ต้องจ่ายเต็ม ก็ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ   โดยแพคเกจ 'เราเที่ยวด้วยกัน' เป็นแพคเกจที่ภาครัฐออกมากระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว หลังซบเซาเพราะโควิด-19 และ กำลังจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้  ใครที่สงสัยว่าแพคเกจ 'เราเที่ยวด้วยกัน' ดียังไง ทำไมถึงบอกว่าจะโดนใจคนชอบเที่ยว วันนี้จะมาสรุปความดีงามของแพคเกจนี้ให้ฟัง และอธิบายขั้นตอนการลงทะเบียนให้คุณเข้าใจง่ายๆ    'เราเที่ยวด้วยกัน' เป็นแพคเกจที่รัฐจะช่วยออกค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวให้เรา 40% เราจ่ายเอง  60% และสามารถใช้สิทธิได้ในทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้านตนเอง ฟังดูดีมาก แต่มันก็มีเงื่อนไขอยู่ คือ    1. ค่าที่พักโรงแรม : จองที่พักได้ไม่เกิน 5 ห้อง หรือ 5 คืน รัฐจ่ายให้ 40% แต่สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน จองได้หลายแบบ ทั้งนี้ เมื่อจองที่พักและชำระเงินส่วน 60% แล้ว จะไม่สามารถยกเลิกและเปลี่ยนการจองได้ โดยสามารถจองที่พักผ่านโรงแรมโดยตรง, Agoda, Traveloka, Website โรงแรม, ช่องทางติดต่ออื่นๆที่โรงแรมมี เช่น Line , Facebook , เบอร์โทรศัพท์ แต่จำกัดสิทธิเพียง 5 ล้านคนเท่านั้น    2. คูปองส่วนลด (E-Voucher) ค่าอาหารและสถานที่ท่องเที่ยว : รัฐออกให้ 40% ไม่เกินวันละ 600 บาท/คืน จะได้รับเมื่อเช็กอิน ที่แอพฯ เป๋าตัง เวลา 17.00 น. ของทุกวัน ถ้าใช้ไม่หมดสามารถยกไปรวมกับวันถัดไปได้ แต่ต้องใช้ก่อน 23.59 น. ของวันที่เช็คเอาท์   3. ค่าตั๋วเครื่องบิน : ผูกกับการจองห้องพัก ได้รับสิทธิ2 ใบต่อ 1 ห้องพัก ต้องจ่ายค่าตั๋วเต็มจำนวนไปก่อน รัฐจะคืนให้ 40% ต่อใบแต่ไม่เกิน 1,000 บาท โดยให้ลงทะเบียนขอคืนเงินเมื่อเช็กเอาท์ออกจากที่พัก โดยไปกรอก Booking Number ที่เว็บไซต์ เราเที่ยวด้วยกัน.com รัฐจะโอนเงินคืนให้ทุกวันที่ 15 และ 30 ของเดือน ย้ำว่าจำกัดสิทธิเพียง 2 ล้านใบเท่านั้น    หากคุณคิดว่าแพคเกจ 'เราเที่ยวด้วยกัน' น่าสนใจ และมีแพลนจะไปเที่ยว คุณสมบัติง่ายๆ ที่คุณต้องมีก็คือ คุณเป็นคนไทย อายุ 18ปีขึ้นไป เท่านี้ก็รอลงทะเบียนได้เลย ทางเว็บไซต์ เราเที่ยวด้วยกัน.com ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ เวลา 06.00 - 21.00 น. ขั้นตอนลงทะเบียนก็ไม่ยาก มีเพียง 5 ขั้นตอน ดังนี้   1. ไปที่เว็บไซต์ เราเที่ยวด้วยกัน.com ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกัน แบบไม่จำกัดจำนวน โดยเข้ามากี่ล้านคนก็ได้    2. อ่านและกดยอมรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ    3. กรอกข้อมูล และยืนยันรหัส OTP ที่ได้รับทางข้อความ SMS บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมาจากผู้ส่งชื่อ “TTogether”   4. รอ SMS แจ้งผลการลงทะเบียน ภายใน 3 วัน หลังยืนยันการลงทะเบียน   5. ดาวน์โหลด ติดตั้งแอปพลิเคชัน "เป๋ าตัง" เพื่อใช้สำหรับใช้จ่าย   สำหรับการลงทะเบียนในส่วนของผู้ประกอบการ ก็ง่ายๆ เช่นกัน โดยมีเงื่อนไขแค่ โรงแรม-ที่พัก จะต้องมีใบอนุญาตประกอบการธุรกิจโรงแรม / ร้านอาหาร ต้องประกอบกิจการจริง / สถานที่ท่องเที่ยว ก็จะต้องอยู่ในรายชื่อของ ททท. ที่สำคัญต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย และแอปพลิเคชันถุงเงิน จากนั้นก็ไปที่เว็บไซต์ เราเที่ยวด้วยกัน.com / คลิกที่ สมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับกิจการ และเริ่มลงทะเบียน กรอกข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วน เสร็จแล้วรอรับการแจ้งผลลงทะเบียน ทาง SMS ที่เบอร์โทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนไว้ เป็นอันเรียบร้อย   นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีอีกหนึ่งแพคเกจคือ 'กำลังใจ' ที่เปิดให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), อาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (อสส.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้ไปเที่ยวผ่านบริษัทท่องเที่ยว รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 2 วัน 1 คืน คนละไม่เกิน 2,000 บาท โดยสามารถเข้าไปลงทะเบียนในวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ผ่าน www.เที่ยวปันสุข.ไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FSYfGXFOfBk

เมื่อวานนี้

251 views

สรุปแล้วใช้ #ลิงเก็บมะพร้าว จริงหรือ และ “ใช้คน” หรือ “ใช้ลิง” แบบไหนประหยัด และเก็บมะพร้าวได้มากกว่ากัน?

สรุปแล้วใช้ #ลิงเก็บมะพร้าว จริงหรือ และ “ใช้คน” หรือ “ใช้ลิง” แบบไหนประหยัด และเก็บมะพร้าวได้มากกว่ากัน?

ประเด็นร้อนแรงที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นกรณีห้างสรรพสินค้าในประเทศอังกฤษ แบนกะทิกล่อง รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของประเทศไทย โดยอ้างว่า ลิงเก็บมะพร้าวเป็นการใช้แรงงานและทารุณกรรมสัตว์   เรื่องนี้เริ่มต้นจาก สื่อต่างชาติรายงานว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในอังกฤษนำผลิตภัณฑ์มะพร้าว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะพร้าว กะทิ และน้ำมันมะพร้าว ออกจากชั้นวาง เนื่องจากตรวจสอบพบว่าแหล่งที่มาของลูกมะพร้าวเหล่านี้ มาจากการใช้แรงงานลิง ที่ถูกจับมาจากป่า และนำมาฝึกฝนเพื่อเก็บมะพร้าว วันละเป็นพันๆ ลูก   ประเด็นสำคัญก็คือ มีองค์กรที่ชื่อว่า PETA (พีตา) : People for the Ethical Treatment of Animals หรือที่มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า องค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้คนไม่สนับสนุนการใช้แรงงานลิง ด้วยการเลิกซื้อผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทย PETA ยังระบุอีกด้วยนะครับว่า ฟาร์ม 8 แห่งในไทย บังคับใช้แรงงานลิงเก็บลูกมะพร้าวเพื่อส่งออกไปทั่วโลก โดยลิงตัวผู้เก็บมะพร้าวได้วันละ 1,000 ลูก ขณะที่มนุษย์เก็บได้วันละประมาณ 80 ลูก นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนลิงเพื่อฝึกฝนให้ลิงเก็บผลไม้ ขี่จักรยาน หรือเล่นบาสเก็ตบอล เพื่อสร้างความบันเทิงให้นักท่องเที่ยว   ล่าสุด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุว่า ภาพที่ออกไปนั้นเป็นการเข้าใจผิด เพราะปัจจุบันการใช้ลิงเก็บมะพร้าวแทบจะไม่มีแล้ว และทางกระทรวงพาณิชย์ได้เรียกภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าจากมะพร้าวมาหารือ และเตรียมสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความมั่นใจว่า สินค้าจากประเทศไทยไม่ได้มีการทารุณกรรมสัตว์อย่างที่สงสัย นอกจากนี้ จะเชิญเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย รวมไปถึงองค์กรพิทักษ์สัตว์ ลงพื้นที่เพื่อดูขบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ เริ่มจากการเก็บมะพร้าว จนกระทั่งการผลิต เพื่อสร้างความแน่ใจว่าประเทศไทยไม่ได้มีการทารุณกรรมสัตว์ สำหรับรูปแบบผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่นิยมบริโภคทั่วไปในตลาดโลก คือ มะพร้าวผล น้ำมันมะพร้าว มะพร้าวแห้ง และกะทิ   หากนับย้อนหลังกลับไป 8 ปี ตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2562 ประเทศไทย มีมูลค่าส่งออกหลายพันล้านบาทต่อปี โดยในประเทศกลุ่มยุโรปมีตลาดหลัก 3 อันดับ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีร้านอาหารไทยจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวปรุงอาหารและทำขนมหวาน  ในด้านการส่งออกมะพร้าวและผลิตภัณฑ์ของไทย ตอนนี้มีประเทศคู่แข่ง ได้แก่ เวียดนาม, ฟิ ลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ศรีลังกา ส่วนประเทศที่ผลิตมะพร้าวชนิดเดียวกับไทยก็คือ ฟิลิปปินส์ กับอินโดนีเซีย   ตามข้อมูลมาจากประธานสมาพันธ์เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวไทย และภาคเอกชน เทียบให้เห็นว่า ระหว่างการเก็บมะพร้าวโดยใช้แรงงานลิง กับใช้แรงงานคน แบบไหนคุ้มกว่ากัน ซึ่งจากภาพเราจะเห็นว่า ถ้าเราใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าวใน 1 วัน เราจะได้มะพร้าว 100-200 ลูก แต่ถ้าใช้แรงงานคนเก็บมะพร้าว เราจะได้มากถึง 500-1,000 ลูกต่อวัน ส่วนเรื่องค่าจ้างกันบ้างดีกว่า ถ้าใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าวจะมีค่าจ้างตกลูกละ 3 บาท และค่าตัวลิงที่ใช้เก็บมะพร้าวมีราคาสูง เฉลี่ยตัวละ 3-5 หมื่นบาทเชียวนะครับ แต่ถ้าใช้แรงงานคนจะมีค่าจ้างอยู่ที่ลูกละประมาณ 1.50-2 บาท ซึ่งการใช้แรงงานคนย่อมใช้ต้นทุนที่ต่ำกว่าแรงงานลิง   ส่วนวิธีการเก็บมะพร้าวของลิงกับคน การเก็บมะพร้าวโดยลิงทำได้เพียง 100-200 ลูกต่อวันเท่านั้น เพราะกว่าลิงจะบิดให้มะพร้าวตก มันกินเวลาพอสมควร เทียบกับแรงงานคนใช้ขอเกี่ยวได้ 500 ลูก หรือสูงสุดสามารถทำได้ไปจนถึงหลักพันลูกต่อวัน เพราะคนมีเครื่องทุ่นแรงที่เก็บครั้งเดียวสามารถดึงลงมาได้ทั้งทลาย   ท้ายที่สุด เรื่องนี้ทางภาครัฐ และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคฝ่าย กำลังระดมความคิดหามาตรการแก้ไขอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเข้าใจ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประชาคมโลก เพื่อไม่ให้กระแสเรื่องนี้ขยายตัวจากประเทศอังกฤษ ลุกลามไปสู่กลุ่มประเทศในยุโรป และอเมริกา หรือขยายผลไปทั่วโลก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jtu6laXjYwg

เมื่อวานนี้

1,324 views

ข่าวดี! คนอยากกู้ กยศ. โอกาสกู้ผ่านสูงขึ้น เพิ่มค่าครองชีพให้อีก นักเรียนนักศึกษาได้สูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน

ข่าวดี! คนอยากกู้ กยศ. โอกาสกู้ผ่านสูงขึ้น เพิ่มค่าครองชีพให้อีก นักเรียนนักศึกษาได้สูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน

ในเศรษฐกิจแบบนี้ บวกกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ยิ่งซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายของแต่ละครอบครัว ผมเชื่อว่าหลายครอบครัวอาจเจอปัญหารายจ่ายบานตะไท รายได้ที่เข้ามาก็แค่หยิบมือ โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอม ช่วงเวลาสำคัญของลูกๆ หัวแก้วหัวแหวน หลายครอบครัวคงหนีไม่พ้นเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับเป็นทุนการศึกษาของลูกหลาน ซึ่งผู้ปกครองอาจต้องไปกู้หนี้ยืมสินหยิบยืมเงินจากแหล่งต่างๆ  มาใช้จ่ายเพื่อแก้ขัด   ล่าสุด ถือเป็นข่าวดีของเหล่านักเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครองเลยก็ว่าได้ครับ เพราะ กยศ. หรือกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้ปรับเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่สามารถกู้ยืมเงิน อธิบายง่ายๆ ก็คือ การปรับเกณฑ์ครั้งนี้จะช่วยให้ครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์มีโอกาสได้เข้ามากู้ยืมได้เพิ่มขึ้น และถ้าถามว่าปรับเกณฑ์ยังไงล่ะ    โดยแต่เดิม กยศ.จะให้กู้ยืมเงินเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี แต่ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้ ทาง กยศ.ได้ปรับเกณฑ์ใหม่ โดยขยายวงเงินรายได้ของครอบครัวเป็นไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี ทีนี้ก็จะช่วยให้ผู้ปกครองได้มีโอกาสเข้ามากู้ยืมเพิ่มขึ้น และครอบคลุมได้หลายครอบครัวมากขึ้น   นอกจากนี้ ทาง กยศ.ยังมีการปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนเพิ่มอีกรายละ 600 บาทต่อเดือน ในส่วนของนักเรียน ม.ปลาย จากเดิม 1,200 บาท เพิ่มเป็น 1,800 บาทต่อเดือน ส่วนนักเรียนนักศึกษา ระดับ ปวช., ปวส. และปริญญาตรี จากเดิมได้รายละ 2,400 บาทต่อเดือน เพิ่มป็น 3,000 บาทต่อเดือน แม้หลายคนอาจมองว่า อาจจะดูเป็นเม็ดเงินที่ไม่ได้มากมายนัก แต่เชื่อว่าช่วยจุนเจือหลายครอบครัวได้ไม่มากก็น้อย   ให้ผู้ปกครองนำไปใช้จ่ายดูแลบุตรหลานในด้านการศึกษาเล่าเรียน จำนวน 34,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 6,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ปล่อยกู้ 28,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของผู้ปกครองที่มีความจำเป็นต้องกู้ยืมมากขึ้น ในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด ซึ่งมีผลกระทบต่อการหารายได้และภาวะเศรษฐกิจแบบนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yLADfXp3wnU

เมื่อวานนี้

4,093 views

เงิน 3,000 บาท ที่กลุ่มเปราะบางเฝ้ารอ ถามจากปาก พม. สรุปได้วันไหน? ฟังชัดๆ ในคลิปนี้ รู้แน่ #เงินกลุ่มเปราะบาง

เงิน 3,000 บาท ที่กลุ่มเปราะบางเฝ้ารอ ถามจากปาก พม. สรุปได้วันไหน? ฟังชัดๆ ในคลิปนี้ รู้แน่ #เงินกลุ่มเปราะบาง

 ‘เงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง’ เรื่องที่หลายคนเฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ว่าเงินจำนวน  3,000 บาท ที่เปรียบเสมือนกับการต่อลมหายใจให้แก่ผู้พิการ คนชรา และเด็กน้อย จะมีกำหนดจ่ายเงินเมื่อไหร่ เพราะถ้าใครติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด จะพบว่าเงินเยียวยาถูกปรับเปลี่ยน เลื่อนเวลาจ่ายเงินมาแล้วหลายครั้ง จนสังคมเกิดคำถามว่า ภาครัฐจะจ่ายเงินกลุ่มเปราะบางวันไหน?    ทีมงานรายการรอดไปด้วยกัน  ได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง น.ส.สราญภัทร อนุมัติราชกิจ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งได้รับคำตอบว่า  “ขณะนี้กรมบัญชีกลางมีการหารือกันว่าจะจ่ายเงินในช่วงระหว่าง วันที่ 17-20 ก.ค.นี้ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะจ่ายเงินในวันใด โดยจะทราบวันที่แน่นอนภายในสัปดาห์นี้”   ทั้งนี้ เงินเยียวยากลุ่มเปราะบางเป็นเงินที่จะมอบให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ และเด็กแรกเกิด แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับ เพราะมีเงื้อนไขอยู่ว่ากลุ่มเปราะบางที่จะได้รับเงิน 3,000 จะต้องไม่เคยได้รับเงินเยียวยาจากมาตรการเราไม่ทิ้งกัน ต้องไม่ได้รับเงินจากมาตรการเยียวยาเกษตรกร และจะต้องไม่ได้รับเงินจากมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33  ดังนั้น ถ้าไม่เคยได้รับเงินทั้งหมดนี้ถึงจะมีสิทธิได้รับเงิน 3,000 บาท   ส่วนคำถามที่ว่าจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับเงินหรือไม่นั้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีฐานข้อมูลของผู้มีสิทธิอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน ทั้งนี้ หลายคนสงสัยว่าหากเป็นผู้ที่ได้รับเบี้ย 2 สิทธ จะได้รับเงินกลุ่มเปราะบางกี่บาท ยกตัวอย่างเช่น นายเอเป็นผู้สูงอายุและเป็นผู้พิการ ซึ่งที่ผ่านมา นายเอได้รับสิทธเบี้ยยังชีพคนชรา และคนพิการ แล้วนายเอจะได้รับเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง  3,000 บาท หรือ 6,000 บาท โดยทีมงานของเราได้คำตอบจาก รองปลัด พม. สราญภัทร ว่ากรณีเช่นนี้ นายเอจะได้รับเงินเพียงแค่สิทธิเดียวเท่านั้น นั่นก็คือได้เงิน 3,000 บาท   ส่วนวิธีการโอนเงินจะยึดตามวิธีที่แต่ละคนได้ที่รับเงินเบี้ยยังชีพ โดยมีทั้งหมด 2 แบบ คือจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งจะได้ภายในวันที่ประกาศจ่ายเงินทันที และจ่ายผ่านเงินสดสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร ซึ่งทาง พม. จะโอนเงินไปให้หน่วยงานท้องถิ่น ผู้รับหน้าที่นำเงินไปมอบให้หลังจากวันที่กรมบัญชีกลางประกาศ โอนเงินไปแล้วประมาณ 15 วัน   อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องของวันจ่ายเงิน แต่ รองปลัด พม. สราญภัทร ก็ได้แย้มข่าวดีว่า “ภายในเดือนนี้จะจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบางรวดเดียว 3 เดือน รวมเป็นเงินทั้งหมด 3,000 บาท”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LbsPFt7HgEc  

เมื่อวานนี้

7,881 views

'จุรินทร์' เคาะ 3 แนวทาง แก้ปัญหาดราม่าใช้แรงงานลิง

'จุรินทร์' เคาะ 3 แนวทาง แก้ปัญหาดราม่าใช้แรงงานลิง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปไทย ตัวแทนจากผู้ผลิตกะทิมะพร้าว ถึงแนวทางดำเนินการหลังองค์กรมนุษย์เพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม (PETA) หรือ พีต้า กล่าวอ้างว่าในประเทศไทยบังคับใช้แรงงานลิงกังเก็บมะพร้าว     เบื้องต้นที่ประชุมได้ข้อสรุป 3 แนวทางที่จะดำเนินต่อไปในอนาคตหลคือ เอกชน หรือโรงงานผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวได้ให้คำสัญญาว่า การผลิตนับจากนี้ไปจะมีการกำหนดมาตรการที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์นั้น ผลิตจากมะพร้าวที่มาจากสวนใด มีการใช้แรงงานลิงหรือไม่ ด้วยการใส่รหัสลงบนผลิตภัณฑ์     ทั้งนี้เพื่อให้ผู้นำเข้าและผู้กระจายสินค้า รวมถึงตัวแทนห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์มะพร้าวของไทย ได้รับทราบกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่ามีกระบวนการอย่างไร จะมีการเชิญผู้แทนเอกอัคราชฑูตต่างๆ พร้อมทั้งสื่อมวลชน ภาคเอกชน องค์กรพิทักษ์สัตว์ เข้ามาร่วมตรวจสอบ และเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จะให้ผู้นำเข้าต่างประเทศดูกระบวนการผลิตทั้งหมด ซึ่งในส่วนของทีมไทยแลนด์ที่ประจำอยู่ในต่างประเทศจะได้ช่วยทำคำชี้แจงกับผู้นำเข้าเพื่อทำความเข้าใจต่อไป     นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังห้างสรรพสินค้าในอังกฤษถอดสินค้ากะทิจากไทยออกจากชั้นจำหน่าย ไม่ใช่การกีดกันทางการค้าตามกรอบกติกาการค้าสากล เนื่องจากเป็นมาตรการของทางภาคเอกชนที่ดำเนินการกันเอง ไม่ใช่เกิดทางภาครัฐ       รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7j6zD4V2uT0

09 ก.ค. 2563

128 views

1234...198