การเมือง

'พล.อ.ประยุทธ์' อุบชื่อ รมว.คลังคนใหม่ บอก "ฉันรู้ของฉันคนเดียว"

'พล.อ.ประยุทธ์' อุบชื่อ รมว.คลังคนใหม่ บอก "ฉันรู้ของฉันคนเดียว"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงคนที่จะมานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ โดยกล่าวเพียงว่า "ฉันรู้ของฉันคนเดียว"     เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า รายชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ลงตัวแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ถามกลับว่า เรื่องนี้มีผลกระทบกับสื่อหรือไม่ ก่อนจะกล่าวว่า ก็รอดูกันไป   ชมผ่านยูทูบได้ที่นี่ : https://youtu.be/OBH1CNnISws

11 ชม. ที่ผ่านมา

782 view

'สมพงษ์' ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย - ลือ 'คุณหญิงพจมาน' มานำทัพ ประสานงานเอง

'สมพงษ์' ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย - ลือ 'คุณหญิงพจมาน' มานำทัพ ประสานงานเอง

วันที่ 26 ก.ย. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยให้เหตุผลว่า ด้วยองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร และการกำหนดภารกิจในส่วนต่าง ๆ ของพรรค ทำให้คณะกรรมการบริหารยังไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุผลตามนโยบายและข้อบังคับของพรรค     จึงเห็นสมควรที่จะปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารใหม่ เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนี้ และเพื่อให้การบริหารงานของพรรคเพื่อไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุตามนโยบายของพรรคที่ได้ประกาศไว้ ซึ่งการลาออกจะมีผลตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป     ขณะที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ซึ่งได้รับมอบหมายรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า หลังจาก นายสมพงษ์ ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง และจะต้องมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่     ตนในฐานะผู้รักษาการหัวหน้าพรรค จึงขอเรียกประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดให้มีการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญในการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยจะมีการประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.     ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำหรับเหตุผลการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทำให้ต้องมีการแตกพรรคแกนนำส่วนหนึ่งออกไปด้วย แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองก็ทำให้ขาลอย ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งมาเป็นที่หนึ่ง ประกอบกับกระแสเรียกร้องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ทำให้มีแนวคิดระดมกำลังกลับมาฟื้นฟูพรรคเพื่อไทยให้ยิ่งใหญ่ เหมือนสมัยไทยรักไทย     แต่การจะให้แกนนำที่ออกไปจะกลับเข้าสู่โครงสร้างเดิม อาจสร้างความไม่พอใจให้กับ ส.ส. ทำให้จำเป็นต้องปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมด โดยจะให้มีกรรมการบริหารพรรคน้อยลงกว่าเดิม และให้ตัวแทนจากทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น     มีกระแสข่าวว่าในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเข้ามานำทัพ และเป็นผู้ประสานสิบทิศด้วยตัวเอง โดยจะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น และจะรวบรวมนักการเมืองที่แตกออกไปทั้งหมด ให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อให้การบริหารงานเป็นเอกภาพ จึงต้องปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างเดิม ผู้ใหญ่ในพรรคซึ่งไม่ได้เป็น ส.ส. และได้บริหารพรรคอยู่ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์จึงต้องลาออก เพื่อจะยุบคณะกรรมการชุดนี้ ให้มาทำงานภายใต้คุณหญิงอ้อโดยตรง   ชมผ่านยูทูบได้ที่นี่ : https://youtu.be/zX5xWdnDzBU  

11 ชม. ที่ผ่านมา

4.5K view

'พล.อ.ประยุทธ์' เปิดงาน JOB EXPO แกนนำกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน ชูป้ายขอสมัครงาน

'พล.อ.ประยุทธ์' เปิดงาน JOB EXPO แกนนำกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน ชูป้ายขอสมัครงาน

วันที่ 26 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงาน JOB EXPO THAILAND 2020 โดยบรรยากาศก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะมาเปิดงาน นายสัตวแพทย์บูรณ์ อารยพล แกนนำกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน ได้มายืนชูป้ายหน้าเวทีกลาง ซึ่งเป็นจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางผ่านเพื่อขึ้นเปิดงานบนเวที     ป้ายดังกล่าวระบุข้อความว่า ขอสมัครงานกับนายกรัฐมนตรี​ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมกล่าวว่า ตนเองไม่ได้ตั้งใจมาก่อกวนหรือสร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด แต่มาเพื่อยื่นใบสมัครงานกับนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องสิทธิ์ในฐานะผู้ประกันตน ส่วนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะรับข้อเรียกร้องหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง     ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบได้เข้ามาเจรจา โดยขอให้ไปสมัครงานที่บูธภายในงานหากต้องการสมัครงานจริง เพราะการชูป้ายแบบนี้ไม่ได้เป็นการมาสมัครงาน แต่เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์      อย่างไรก็ตาม นายสัตวแพทย์บูรณ์ เคยมายื่นเรื่องร้องเรียนกรณีเงินสมทบประกันสังคม ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงที่ประชุม ครม.สัญจร จ.ระยอง เมื่อวันที่ 24-25 ส.ค.ที่ผ่านมา   ชมผ่านยูทูบได้ที่นี่ : https://youtu.be/SKI1GGMztZ8  

11 ชม. ที่ผ่านมา

1.8K view

พรรคเพื่อไทย นัด 28 ก.ย.เคาะวันเลือก กก.บห.ชุดใหม่ หลัง 'สมพงษ์' ลาออก

พรรคเพื่อไทย นัด 28 ก.ย.เคาะวันเลือก กก.บห.ชุดใหม่ หลัง 'สมพงษ์' ลาออก

จากกรณีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยให้เหตุผลว่า ด้วยองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร และการกำหนดภารกิจในส่วนต่างๆ ของพรรค ทำให้คณะกรรมการบริหารยังไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุผลตามนโยบายและข้อบังคับของพรรค      จึงเห็นสมควรที่จะปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารใหม่ เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนี้ และเพื่อให้การบริหารงานของพรรคเพื่อไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุตามนโยบายของพรรคที่ได้ประกาศไว้ ซึ่งการลาออกจะมีผลตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2563 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป     ขณะที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ซึ่งได้รับมอบหมายรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าหลังจาก นายสมพงษ์ ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง และจะต้องมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่     ตนในฐานะผู้รักษาการหัวหน้าพรรค จึงขอเรียกประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดให้มีการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญในการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยจะมีการประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 10.00 น.   ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/Jk_IuiC8XWM

17 ชม. ที่ผ่านมา

942 view

#ไม่ออกไม่เรียน ผุดโลกโซเชียล ยังไม่ชัดใครเริ่ม หลังพบไม่ใช่แคมเปญกลุ่มคนรุ่นใหม่

#ไม่ออกไม่เรียน ผุดโลกโซเชียล ยังไม่ชัดใครเริ่ม หลังพบไม่ใช่แคมเปญกลุ่มคนรุ่นใหม่

เกิดการเคลื่อนไหวในสังคมออนไลน์ จนเกิดกระแสแห่ติดแฮชแท็ก #ไม่ออกไม่เรียน หลังมีการแชร์รูปคล้ายกิจกรรมของกลุ่มนักเรียน ขณะที่ในบางส่วนกำลังหาที่มาว่ากลุ่มไหนที่เป็นฝ่ายเคลื่อนไหวก่อน      ซึ่งตอนนี้ในสังคมออนไลน์ได้แชร์รูปภาพดังกล่าวออกไปอย่างมากมาย มีเนื้อหาระบุว่า "หยุดคุกคาม ยัดข้อหา ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย อุ้มหาย เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ฉันทามติทั่วประเทศ หยุดเรียนจนกว่ารับบาลเผด็จการลาออก"     จากการตรวจสอบไปยังเพจเฟซบุ๊กหลักของแนวร่วมคนรุ่นใหม่อย่าง สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย - Student Union of Thailand , แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม , เยาวชนปลดแอก และนักเรียนเลว ไม่พบว่ามีเพจไหนนำประเด็นนี้มานำเสนอ จึงไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นผู้ที่ออกมาเรียกร้อง   ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/GVg5thsW4Yo

17 ชม. ที่ผ่านมา

6.3K view

แกนนำคนรุ่นใหม่ เปิดใจเหตุเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะการกดทับทางสังคม ภายใต้ระบอบเผด็จการอำนาจนิยม

แกนนำคนรุ่นใหม่ เปิดใจเหตุเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะการกดทับทางสังคม ภายใต้ระบอบเผด็จการอำนาจนิยม

การเสวนา 'เยาวชนกับการเมือง' จัดโดยกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงบ่าย ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน มีแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ เข้าร่วมอาทิ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี กลุ่มประชาชนปลดแอก น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส กลุ่มนักเรียนเลว นายธนวัฒน์ วงค์ไชย ผู้จัดงาน 'วิ่งไล่ลุง' เป็นต้น   นายทัตเทพ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามกลุ่มประชาชนปลดแอกเป็นเพราะถูกกดทับทางสัมคมภายใต้ระบอบเผด็จการ รวมถึงปัญหาทางสังคมที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมืองช่วงปี 2556 -2557 ทำให้มีความสนใจทางการเมืองมากขึ้น และได้เรียนรู้กับปัญหากับอำนาจรัฐจนเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในมหาวิทยาลัย จนโดนปลดออกจากการเป็นสภานิสิตจุฬาฯ และออกมาเคลื่อนไหวเกิดการตั้งเป็นกลุ่มเยาวขึ้นปลดแอกขึ้น เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2562 มาอย่างต่อเนื่อง จนถูกคุกคามตามดำเนินคดีหลายข้อหา และมีการรวมตัวครั้งใหญ่ขึ้น ทำให้การต่อสู้ขยายต่อไปเรื่อยๆ ทั่วประเทศ เพื่อต้องการรีเซ็ตรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับและให้เกิดการเลือกตั้งใหม่   เช่นเดียวกับ น.ส.เบญจมาภรณ์ กล่าวว่าเหตุผลที่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะถูกกดทับกับอำนาจนิยมจากในสังคมและครอบครัวมาโดยตลอด โรงเรียนฝึกให้เป็นทาสมากกว่าการสอนให้เป็นมนุษย์ โดยเฉพาะปัญหาระบบชายเป็นใหญ่ ที่เป็นการแบ่งแยกทางเพศในสังคมทั้งที่ผู้หญิงสามารถเป็นผู้นำได้ ส่วนตัวจึงอยากอยากโตมาในสังคมที่ดีมีรัฐสวัสดิการที่ดี   ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/jY-sKjPh5Zk

17 ชม. ที่ผ่านมา

107 view

กลุ่มคนรุ่นใหม่ แจงเหตุเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะอยากจบระบบอำนาจนิยม

กลุ่มคนรุ่นใหม่ แจงเหตุเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะอยากจบระบบอำนาจนิยม

การเสวนา "เยาวชนกับการเมือง" จัดโดยกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงบ่าย ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน มีแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ เข้าร่วมอาทิ     - นาย ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี (ฟอร์ด) กลุ่มประชาชนปลดแอก - น.ส. เบญจมาภรณ์ นิวาส กลุ่มนักเรียนเลว - นายธนวัฒน์ วงค์ไชย ผู้จัดงาน "วิ่งไล่ลุง" เป็นต้น     นายทัตเทพ กล่าวว่าการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามกลุ่มประชาชนปลดแอกเป็นเพราะถูกกดทับทางสัมคมภายใต้ระบอบเผด็จการ รวมถึง ปัญหาทางสังคมที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมืองช่วงปี 2556 -2557 ทำให้มีความสนใจทางการเมืองมากขึ้น และได้เรียนรู้กับปัญหากับอำนาจรัฐจนเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในมหาวิทยาลัย จนโดนปลดออกจากการเป็นสภานิสิตจุฬาฯ      และออกมาเคลื่อนไหวเกิดการตั้งเป็นกลุ่มเยาวขึ้นปลดแอกขึ้นเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2562 มาอย่างต่อเนื่อง จนถูกคุกคามตามดำเนินคดี หลายข้อหา และมีการรวมตัวครั้งใหญ่ขึ้น ทำให้การต่อสู้ขยายต่อไปเรื่อยๆทั่วประเทศ เพื่อต้องการรีเซ็ตรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และให้เกิดการเลือกตั้งใหม่     เช่นเดียวกับ น.ส.เบญจมาภรณ์ กล่าวว่าเหตุผลที่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะถูกกดทับกับอำนาจนิยมจากในสังคมและครอบครัวมาโดยตลอด โรงเรียนฝึกให้เป็นทาสมากกว่าการสอนให้เป็นมนุษย์ โดยเฉพาะปัญหาระบบชายเป็นใหญ่ ที่เป็นการแบ่งแยกทางเพศในสังคมทั้งที่ผู้หญิงสามารถเป็นผู้นำได้ ส่วนตัวจึงอยากอยากโตมาในสังคมที่ดีมีรัฐสวัสดิการที่ดี   ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/So7WCfYIFnA

17 ชม. ที่ผ่านมา

3.3K view

#ประชาชนปลดแอก แจงเคลื่อนไหวเพราะการกดทับทางสังคม ภายใต้ระบอบเผด็จการ-อำนาจนิยม

#ประชาชนปลดแอก แจงเคลื่อนไหวเพราะการกดทับทางสังคม ภายใต้ระบอบเผด็จการ-อำนาจนิยม

ที่อนุสรณ์สถาน14ตุลา ถนนราชดำเนิน กรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรม ตลาดนัด "งานสภากับประชาชน" เพื่อเสวนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้กลไกสภาเพื่อแก้ปัญหาชุมชน จากประชาชนกลุ่มต่างๆ และอีกเวทีเสวนาในหัวข้อ "เยาวชนกับการเมือง" โดยมีแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ร่วมแสดงความเห็น ซึ่งตัวแทนกลุ่มประชาชนปลดแอก บอกว่า สาเหตุที่ตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเพราะการกดทับทางสังคมภายใต้ระบอบเผด็จการ      นาย ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด ตัวแทนกลุ่มประชาชนปลดแอก น.ส. เบญจมาภรณ์ นิวาส กลุ่มนักเรียนเลวและนายธนวัฒน์ วงค์ไชย ผู้จัดงาน "วิ่งไล่ลุง" ร่วมแสดงความเห็นในเวทีเสวนา "เยาวชนกับการเมือง" ซึ่งนายทัตเทพ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นเพราะการกดทับทางสังคมภายใต้ระบอบเผด็จการ รวมถึง ปัญหาทางสังคมที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมืองช่วงปี 2556 -2557 ทำให้มีความสนใจทางการเมืองมากขึ้น และได้เรียนรู้กับปัญหากับอำนาจรัฐจนเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในมหาวิทยาลัย จนถูกปลดออกจากการเป็นสภานิสิตจุฬาฯ  และตั้งเป็นกลุ่มเยาวขึ้นปลดแอกขึ้นเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี2562 ถูกคุกคามตามดำเนินคดี หลายข้อหา และมีการรวมตัวครั้งใหญ่ขึ้น ทำให้การต่อสู้ขยายต่อไปเรื่อยๆทั่วประเทศ เพื่อต้องการรีเซ็ตรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และให้เกิดการเลือกตั้งใหม่      ส่วนเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้กลไกสภาเพื่อแก้ปัญหาชุมชน จากประชาชนกลุ่มต่างๆ นายบารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน กล่าวว่า กลไกสภาที่ผ่านมามีปัญหากับประชาชนมาก เมื่อมีการเสนอกฎหมายหรือปัญหาร้องเรียนกลับมีการดึงเรื่องไว้ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงกลไกของสภาได้ หลายกรรมาธิการในสภาไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา และส.ส.ฝ่ายรัฐบาลในกรรมาธิการ ไม่มีการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ กลับปกป้องฝ่ายรัฐบาล ดึงเรื่องของประชาชนไม่ให้ไปถึงรัฐบาล นอกจากนี้ กรรมาธิการแต่ละชุดมักจะตั้งที่ปรึกษาซึ่งเป็นคนที่ เอกชนหรือส่วนราชการส่งมาต่อรองผลประโยชน์ จนเกิดเป็นข่าวเรียกรับผลประโยชน์ในสภา เหมือนมานั่งเป็นมาเฟีย      ด้านเจ้าหน้าที่รัฐสภา ซึ่งเป็นฝ่ายเลขาของกรรมาธิการกิจการสภาที่มาร่วมชี้แจงว่าปัจจุบันรัฐสภาถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลตามรัฐธรรมนูญปี60 แต่ระเบียบของสภายังไม่ออกมาล้อตามทำให้ไปติดล็อกตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารปี2540 ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลการทำงานของสภาได้ทั้งหมดให้ประชาชนทราบได้  

เมื่อวานนี้

1.3K view

พรรคเพื่อไทย เตรียมเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ หลัง 'สมพงษ์' ลาออก เชื่อไม่กระทบต่อฝ่ายค้าน

พรรคเพื่อไทย เตรียมเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ หลัง 'สมพงษ์' ลาออก เชื่อไม่กระทบต่อฝ่ายค้าน

ความเคลื่อนไหวในพรรคเพื่อไทย ที่กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้ง หลัง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ลาออกจากหัวหน้าพรรค เและคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนการบริหารงานในพรรคใหม่ และได้นัดประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคในวันจันทร์ ที่ 28 กันยายนนี้      นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนยื่นใบลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในเวลา 16.00 น.ของวันที่ 26 กันยายน ยอมรับว่า การลาออกจากตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทย ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ มีความสำคัญกับพรรค และกรรมาการบริหารพรรคบางส่วน ลาออก ส่งผลให้นายสมพงษ์ ตัดสินใจยื่นใบลาออก โดยให้เหตุผลว่า ต้องการให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคเสียใหม่ เพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคทำงานให้เป็นไปตามกฏหมายและนโยบายพรรค หลังจากนายสมพงษ์ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2562     โดยก่อนลาออกจากตำแหน่ง นายสมพงษ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้มอบหมายให้นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฏาคม 2563 เนื่องจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏรจึงมีภารกิจมาก ส่งผลให้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรค เรียกประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันจันทร์ ที่ 28 กันยายน เพื่อกำหนดให้มีการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญในการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่      สำหรับการเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทย เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวานนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมกายุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โดยมีกรรมการยุทธศาสตร์ และกรรมการบริหารพรค ทยอยลาอออกตาม เช่น นายโภคิน พลกุล นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายวัฒนา เมืองสุข และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ลาออกจากรองเลขาธิการพรรค ซึ่งต่างเป็นแกนนำที่อยู่ในสายคุณหญิงสุดารัตน์ แม้ในการลาออกของคุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ได้ให้เหตุผลเรื่องการทำงานในพรรค แต่ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวถึงปัญหาความไม่มีเอกภาพในพรรคมาโดยตลอด ทำให้ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำพรรคกับสายที่สนับสนุนนายสมพงษ์      โดยตามขั้นตอน สามารถเสนอชื่อ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคได้ใหม่ แต่ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวว่า ส.ส.สายอีสาน จะมีการเสนชื่อ นายสุทิน คลังแสง มาเป็นหัวหน้าพรรคด้วย จากบทบาทที่ผ่านมาในการเป็นประธานวิปรัฐบาล และเป็นคนกลางที่จะประสานการทำงานในพรรคเพื่อไทยได้กับทุกฝ่าย  

เมื่อวานนี้

1.2K view

'บิ๊กตู่' เผยจับตา 28 ก.ย.นี้ ศบค.ชุดใหญ่แถลง จ่อต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน-ลดวันกักเหลือ 7 วัน

'บิ๊กตู่' เผยจับตา 28 ก.ย.นี้ ศบค.ชุดใหญ่แถลง จ่อต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน-ลดวันกักเหลือ 7 วัน

1 ตุลาคมนี้ ประเทศไทยจะเปิดน่านฟ้าให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กลุ่มพิเศษเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่จะต้องเป็นกลุ่มที่อยู่ยาว อย่างน้อย 90 วัน สูงสุด 9 เดือน ซึ่งวานนี้มาตรการได้ออกมาเป็นที่เรียบร้อย    สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ต้องมีเอกสารที่จำเป็นต่าง ๆ เช่น หนังสือรับรองจากสถานทูตไทยหรือกงสุลไทยประจำประเทศต้นทาง ใบรับรองการตรวจโควิด 19 ด้วยวิธี RT-PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ประกันภัยครอบคลุมการรักษาโควิด 19 ไม่น้อยกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อถึงประเทศไทย จะต้องตรวจคัดกรองอาการ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อใช้ติดตามอาการ และเข้ารับการกักตัว 14 วัน กำหนดให้ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากตลอดการเดินทาง    ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยว่า กรณีที่มีกระแสข่าวจะให้ลดการกักตัวเหลือเพียง 7 วัน โดยเฉพาะผู้ที่มาท่องเที่ยวยังไม่ได้มีการพูดว่า 6 วัน 7 วัน และ 14 วัน ต้องไปดูว่าเขามาภารกิจอะไร ถ้ามาจากการท่องเที่ยว อยู่ 14 วัน ตรวจสอบคัดกรอง และอยู่ต่อท่องเที่ยวได้หรือไม่ ส่วนที่มาอยู่ไม่กี่วัน เช่น มาตรวจงาน จะทำแบบ ผบ.ทบ.สหรัฐฯได้หรือไม่ เพราะถ้าหากตัว เขาก็มาไม่ได้ ธุรกิจก็เดินไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่า เราทำแล้วเขาจะมา เพราะเราไม่รู้ แต่เป็นเพียงการรับมือ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และสิ่งสำคัญคือประชาชนต้องเข้าใจ ซึ่งมาตรการต่างที่ๆ ออกมาต้องถามความเห็นประชาชน ก็ฝากสื่อด้วย ถ้าเราไม่ปรับตัวก็ไม่ได้อะไรเหมือนกันทำอะไรก็ได้อย่างนั้นแหละ ให้จับตาวันที่ 28 กันยายนนี้ว่าจะมีมาตรการอะไรบ้าง        รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/nSnvjK3E_qk

เมื่อวานนี้

2.5K view

นร.กลุ่มบอดินไม่อินเผด็จการ จัดกิจกรรม 'ทุบกะลาตาสว่าง' พร้อมชูสามนิ้ว

นร.กลุ่มบอดินไม่อินเผด็จการ จัดกิจกรรม 'ทุบกะลาตาสว่าง' พร้อมชูสามนิ้ว

  วานนี้ (25 ก.ย.) โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นักเรียนกลุ่ม ‘บอดินไม่อินเผด็จการ’ ร่วมกับกลุ่มนักเรียนเลว องค์กรนักเรียน 6 องค์กร ครู และนักกิจกรรมฯ กว่า 100 คน จัดกิจกรรมปราศรัยทุบกะลาตาสว่าง พร้อมชูสามนิ้วและโยนสำเนาหนังสือของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีการประกาศระบุว่าสามารถใช้พื้นที่โรงเรียนการแสดงความคิดเห็นได้ เข้าไปภายในเนื่องจากโรงเรียนไม่ให้ใช้สถานที่    ขณะที่ นายธนวรรธน์ สุวรรณปาล หรือครูทิว จากกลุ่มครูขอสอน ได้ร่วม ปราศรัยโดยเผยว่า อยากให้ครูทุกคนออกมาแสดงความคิดเห็น แสดงความกล้าหาญ ออกมาปกป้องนักเรียน ตามจิตวิญญาณครู ซึ่งเราต้องกล้าปกป้องนักเรียนในการแสดงออกความคิดเห็น        รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/Lhv_t3FCvOk  

เมื่อวานนี้

660 view

ตร.เผยออกหมายเรียก นักเรียนจริง แต่อายุ 16 ปี ชี้เพื่อสอบถามเท่านั้น - พบแอดมินเพจเชียร์ลุง เป็นผู้กล่าวหา

ตร.เผยออกหมายเรียก นักเรียนจริง แต่อายุ 16 ปี ชี้เพื่อสอบถามเท่านั้น - พบแอดมินเพจเชียร์ลุง เป็นผู้กล่าวหา

จากกรณีทวิตเตอร์แอคเคาท์นักเรียนเลว  ได้โพสต์ ภาพหมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เรียกนักเรียนวัย 15 ปีรายหนึ่งเข้าให้การกับตำรวจ โดยพบว่าผู้กล่าวหาคือแอดมิน เพจเชียร์ลุง   โดยข้อความระบุว่า ด่วน!!! มีหมายเรียกมายัง “เด็กหญิง” ระบุสาเหตุว่าเป็นเจ้าของบัญชีเฟสบุ๊กชื่อหนึ่ง ซึ่งเป็นเฟสบุ๊กส่วนตัว เจ้าตัวระบุว่าตนเองแชร์โพสต์การเมือง ม็อบ และรัฐบาลค่อนข้างบ่อย โดยผู้ที่กล่าวหา คือนางสาววริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ ถูกระบุในหน้าข่าวว่าเป็นแอดมินเพจเชียร์ลุง   ซึ่งจากการตรวจสอบว่าเป็นหมายเรียกจาก สน.บางนา ให้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยให้มาพร้อมกับผู้ปกครองในวันที่ 5 ตุลาคมนี้    ขณะที่แอดมินเพจ “เชียร์ลุง” ในการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกิจกรรมวิ่งเชียร์ลุงเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา   ทางด้าน พนักงานสืบสวนกล่าวว่าเป็นการกล่าวหาเกี่ยวกับ “การดูหมิ่นทั่วไป” ร.ต.อ.ไพบูลย์ ยืนยันว่าได้ออกหมายเรียกพยานดังกล่าวจริง เนื่องจากข้อกล่าวหานั้นยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงเป็นการออกหมายเรียกพยานเพื่อสอบถามเบื้องต้น ไม่ใช่หมายเรียกผู้ต้องหา พร้อมระบุว่า นักเรียนคนดังกล่าวอายุ 16 ปี ไม่ใช่ 15 ปีดังที่เป็นข่าว   อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่าไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า นักเรียนหญิงคนดังกล่าว เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้โดยตรงหรือไม่ เนื่องจากสามารถให้ข้อมูลกับญาติหรือผู้ปกครองเท่านั้น   พนักงานสอบสวนคนดังกล่าว อธิบายว่า คดีดังกล่าว เป็นการกล่าวหาเกี่ยวกับการดูหมิ่น ซึ่งได้พยายามติดต่อผู้ที่ต้องให้ข้อมูลแล้วทั้งหมด 6 คน โดยสามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้แล้ว 5 คน แต่ไม่สามารถติดต่อนักเรียนคนดังกล่าวได้ จึงทำให้ออกหมายเรียกพยานในครั้งนี้ โดยระบุว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องนับ 100 ราย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/TqWlGcTO6pQ

เมื่อวานนี้

1K view

'เศรษฐา' ตั้งคำถามที่มาของ ส.ว. 250 คน ความเท่าเทียมอยู่ตรงไหน?

'เศรษฐา' ตั้งคำถามที่มาของ ส.ว. 250 คน ความเท่าเทียมอยู่ตรงไหน?

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแสนสิริ ทวีตข้อความ ระบุว่า "38 ล้านคนเลือก ส.ส. 500 คน…..10 คนคัดเลือก ส.ว. 250 คน…สิทธิ์ของคน 38 ล้านคนน้อยกว่า 10 คนผู้คัดเลือก ส.ว. กี่เท่า ? 250 ส.ว. มีสิทธิ์เลือกนายกอีกด้วย ความเท่าเทียมอยู่ตรงไหน?"     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/_kIgvXDqbaw

เมื่อวานนี้

1.2K view

'ภูมิธรรม' ชี้มติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรธน. เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง

'ภูมิธรรม' ชี้มติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรธน. เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "จากการประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 มีมติตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาก่อนพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า กระบวนการความคิดของกลุ่มผู้มีอำนาจทั้งหลาย มิได้มองอะไรไปไกลกว่าการรักษาอำนาจ และผลประโยชน์ของพรรคพวกและกลุ่มตนเอง     มติดังกล่าวไม่ใช่แค่ฟืนที่สุมเข้าไปในกองไฟ แต่เป็น "น้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง” ซึ่งผู้มีอำนาจตัดสินใจด้วยความผิดพลาด ละทิ้งโอกาสในการนำพาประเทศให้ก้าวหลุดพ้นจากวิกฤติ โดยมิได้คำนึงถึงเสียงเรียกร้องของประชาชน มิได้คำนึงถึงความเสียหายของประเทศชาติที่จะเกิดตามมา โดยเฉพาะโอกาสในการดึงความเชื่อมั่นให้กลับคืน เพื่อเริ่มต้นแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ทับถมสังคมไทยจนวิกฤติ มติจากการประชุมรัฐสภาดังกล่าว ถือเป็นการดับความหวังในการฟื้นคืนประเทศ อย่างน่าเสียดาย     การที่ผู้มีอำนาจในรัฐบาล ดูแคลนพลังของพี่น้องประชาชน และมองข้ามความรู้สึกของประชาชนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการพร้อมใจกันแสดงจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องความต้องการของตน ไม่ยอมให้มีการเปิดช่องทางในการขับเคลื่อนแก้ไข รัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา นับเป็นปัญหาที่ซ้ำเติมประเทศ ทำให้ฝ่ายต่างๆ เชื่อว่า จากนี้ไป รัฐบาลคงเดินหน้าบริหารบ้านเมืองไปโดยไม่ใส่ใจเสียงท้วงติงใดๆ ของประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ซึ่งรังแต่จะสร้างและเพิ่มปริมาณปัญหาให้มากยิ่งขึ้น…ซึ่งวิกฤติของประเทศต่อจากนี้ คงยากจะคลี่คลาย     ทางออกของประเทศวันนี้…รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะต้องตระหนักถึงวิกฤติการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการถอดสลักชนวน เพื่อคลี่คลายปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะสถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ล้วนเปราะบาง ง่ายต่อการแตกหักและพังทลาย     สังคมไทยจับจ้องการบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่แทบไม่มีความหวังว่ารัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะแก้ปัญหาใดๆ ได้     สถานการณ์จากนี้ เป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้าย ที่รัฐบาลจะต้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์ ให้ประเทศ ออกจากวิกฤติให้ได้     อย่าปล่อยให้คำทำนายเรื่อง “ตุลาเดือด” เกิดขึ้นจริงๆ เลยครับ เพราะหากเป็นเช่นนั้น พวกท่านทั้งหลายมิอาจรับผิดชอบกับความเสียหายทั้งมวลที่จะเกิดขึ้นได้เลย     ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 25 กันยายน 2563"     ด้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย บอกว่า ประเทศชาติประชาชนเสียโอกาสมามากแล้ว อย่าพยายามยื้อเวลา การทำแบบนี้ ประชาชนเห็นความไม่จริงใจของรัฐบาล ที่ใช้วิปรัฐบาล วิปวุฒิสภา ยื้อเวลา นอกจากไม่ถอนฟืนออกจากกองไฟ ยังยั่วยุ ผลักสถานการณ์ของประเทศไปสู่การเผชิญหน้ากับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชน       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/wWDBkhKzeyk

เมื่อวานนี้

350 view

'บิ๊กตู่' ปัดล็อบบี้ ส.ว. ยื้อแก้ รธน. ด้าน 'ไพบูลย์' ยันไม่มีใบสั่งตั้งกมธ. โยนโทษฝ่ายค้านเสนอหลายญัตติ

'บิ๊กตู่' ปัดล็อบบี้ ส.ว. ยื้อแก้ รธน. ด้าน 'ไพบูลย์' ยันไม่มีใบสั่งตั้งกมธ. โยนโทษฝ่ายค้านเสนอหลายญัตติ

จากกรณีการประชุมร่วมรัฐสภามีมติเห็นชอบตั้งกรรมมาธิการเพื่อศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับ ส.ว. ไปอีก 1 เดือน ส่งให้เลื่อนการลงมติ แก้ไขรัฐธรรมนูญไปเป็นสมัยการประชุมสมัยหน้า เริ่ม 1 พ.ย. 63 นั้นจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยว่าตนไม่เคยสั่งใคร ซึ่งการลงมติไม่ใช่ว่าจะเห็นชอบกันทั้งหมด ซึ่งอาจจะมีบางส่วนก็เห็นกันแตกต่างซึ่งก็ต้องเคารพเพราะ เขาคือผู้ทรงเกียรติ ส.ว. ก็มีเกียรติของเขาอย่าลืมว่า  ส.ว. 250 คน นั้น ก็ให้ฟังพวกเขาบ้าง เนื่องจากเป็นตัวแทนของประชาชน ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจว่ามาจากนายกฯ ซึ่งตนก็ไม่ได้รู้จักทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องของการกักกรองขึ้นมาโดยการมองประสบการณ์จึงอนุมัติ   ส่วนกรณีกระแสวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความเห็น รวมถึงกรณีที่นักวิชาการประเมินว่าอาจทำให้การเมืองนอกสภารุนแรงขึ้นนั้น ส่วนตัวไม่ขอมอง เพราะมองอะไรที่รุนแรงคงไม่มอง และไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะหยิบไปเป็นเงื่อนไขการเคลื่อนไหวในเดือนตุลาคม โดยระบุสั้นๆ ว่าไม่ทราบ และไม่มีความเห็นเรื่องนี้   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีความเห็น ส.ว. ระบุเหตุผลที่ประชุมร่วมรัฐสภา ตั้งคณะกรรมมาธิการศึกษาญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กำหนดกรอบเวลา 30 วันเพื่อรอให้รัฐบาลส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยพูดคุย และไม่แน่ใจใครพูดแบบนั้น และแปลความหมายว่าอะไร ส่วนตัวเข้าใจว่าเป็รการย้ำถึงหลักการ ว่าผู้ที่สามารถเสนอร่างได้ คือ ครม. รัฐสภา และประชาชน ซึ่งส่วนของรัฐบาล ก็ได้มอบให้พรรคร่วมรัฐบาล จัดทำเป็นร่างกลางเข้าสู่สภา เนื่องจากมีบางประเด็นที่เห็นไม่ตรงกัน ไม่สามารถนำเสนอเป็นร่างของรัฐบาลได้   นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การเตะทวงเวลา หรือเล่นไม่ซื่อตามที่หารือร่วมกันไว้ในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เพราะต้องมีการเตรียมแผนสำรอง โดยไม่จำเป็นต้องต้องแจ้งทุกเรื่อง อีกทั้งต้องโทษพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติรายมาตรามาเพิ่มอีก 4 ญัตติ แล้วจะให้เร่งพิจารณาในเวลาอันรวดเร็ว จึงเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการฯตามข้อบังคับที่ 121 วรรค 3 ใช้เวลา 30 วันเพื่อศึกษาร่วมกันโดยเฉพาะกับ ส.ว. และแม้ฝ่ายค้านไม่ร่วมเป็นกรรมาธิการด้วย ก็ยังสามารถเดินหน้าทำงานต่อได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/eWjfhb3v5LU

เมื่อวานนี้

587 view

1234...421