การเมือง

นายกฯ ยันไม่เรียก 'ประวิตร-สมคิด' เคลียร์ใจปมขัดแย้งใน พปชร. เผยจะปรับคณะรัฐมนตรีเอง

นายกฯ ยันไม่เรียก 'ประวิตร-สมคิด' เคลียร์ใจปมขัดแย้งใน พปชร. เผยจะปรับคณะรัฐมนตรีเอง

รักษาการณ์นายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่าการประชุมพรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้ทันเวลา ขณะที่นายกรัฐมนตรี ไม่ขอยุ่งปัญหาภายในพรรคการเมือง ยืนยันไม่จำเป็นต้องเรียกสองฝ่ายมาปรับความเข้าใจ     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ขอกล่าวถึงปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ ภายหลังคณะกรรมการบริหาร ลาออกเกินครึ่ง ส่งผลให้ต้องเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องการเมืองในระดับพรรคการเมือง ที่ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว แม้นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ที่ไม่อยากให้ดราม่ากันเกินไป และไม่จำเป็นต้องเรียก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาปรับความเข้าใจ รวมถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรี จะต้องพิจารณา      ขณะที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งถูกมองว่า จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ไม่มีท่าทีใดๆ ส่วนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีบอกว่า เป็นเรื่องภายในพรรคที่ต้องมานั่งคุยกัน ซึ่งน่าเสียดายที่น่าจะนำพลังที่มีอยู่ไปใช้ในการแก้ปัญหาบ้านเมืองมากกว่า ซึ่งจะส่งผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรีสายเศรษฐกิจหรือไม่ นั้นไม่รู้ และเมื่อถามถึง พลเอก ประวิตร ว่าได้พูดคุยกันหรือไม่ นายสมคิด ได้แต่อมยิ้ม     สำหรับขั้นตอนการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นายวิเชียร ชวลิต รักษาการนายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงขั้นตอน หลังจากนี้ จะต้องจัดมีการประชุมภายใน 45 วัน ซึ่งเชื่อว่า จะดำเนินการได้ทันเวลา โดยใช้องค์ประชุมจาก 3 ส่วน จาก กรรมการบริหารพรรค ผู้แทนสาขาพรรคการเมืองประจำจังหวัด และสมาชิก รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 250 คน     ส่วนที่มีรายงานว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น นายวิเชียร ปฏิเสธไม่สามารถตอบคำถามได้ เพราะจะต้องขึ้นอยู่กับสมาชิก      สำหรับการลาออกของกรรมการบริหารพรรคเกินครึ่ง ทำให้ฝ่ายสนับสนุน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นั้นสำเร็จแล้ว เพราะมีผลทางกฏหมาย แต่เนื่องด้วยการดำเนินการเรียกประชุมยังต้องจัดการโดยกลุ่มนายอุตตม สาวนายน ที่ย้ำว่าการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ต้องมาจากการตัดสินใจของสมาชิกพรรค ที่มีสิทธิ์เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จึงยังมีความพยายามในการแสดงท่าทีว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากการช่วงชิงทางการเมือง      แต่จากท่าทีในพรรคพลังประชารัฐ ก็ต่างออกมาแสดงความเห็นว่า พลเอกประวิตร เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ และเชื่อว่าทุกคนในพรรคให้การยอมรับ  

5 ชม. ที่ผ่านมา

78 views

'ประยุทธ์' ปรามศึก พปชร. ย้ำไม่เรียก 'ประวิตร-สมคิด' เคลียร์ ชี้เป็นเรื่องปกติของการเมือง

'ประยุทธ์' ปรามศึก พปชร. ย้ำไม่เรียก 'ประวิตร-สมคิด' เคลียร์ ชี้เป็นเรื่องปกติของการเมือง

เรื่องความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ วันนี้รองนายกฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ออกมาตำหนิสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่นายกรัฐมนตรี บอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง อย่าดราม่ากันมาก   สำหรับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นหัวหน้าทีมของนายอุตตม สาวนายน และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่เพิ่งโดนเดินเกมปลดออกจากหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ปกติท่านไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ แต่วันนี้เหมือนท่านตั้งใจมาให้สัมภาษณ์   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีข่าวว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรคแทนนายอุตตม ยังคงบ่ายเบี่ยงไม่ตอบรับว่าจะมานั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่   ทั้งนี้ หลังจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออก 18 คนเมื่อวานนี้ จะต้องมีการ เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 45 วัน คือภายใน 15 ก.ค.นี้ ซึ่งก็มีการมองไปถึงการปรับ ครม.ที่จะตามมาด้วย โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ของนายสนธิรัตน์ ที่มีข่าวว่าแกนนำหลายคนในพรรคหมายตาอยู่   ชมผ่านยูทูบที่นี่ :  https://youtu.be/7JBjj1RQvX8

11 ชม. ที่ผ่านมา

443 views

วธ.เตรียม ชง ศบค.ชดเชยวันหยุดสงกรานต์ หยุดยาว 6 วัน เดือน ก.ค.นี้

วธ.เตรียม ชง ศบค.ชดเชยวันหยุดสงกรานต์ หยุดยาว 6 วัน เดือน ก.ค.นี้

วธ.เตรียม ชง ศบค.ชดเชยวันหยุดสงกรานต์ ต่อเนื่องวันอาสาฬหบูชา ก.ค.นี้ หยุดยาว6วัน     นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงการพิจารณา วันหยุดชดเชย สงกรานต์ ในช่วงเดือนกรกฎาคม ว่า จะเสนอให้ที่ประชุม ศบค. วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายนนี้ พิจารณากำหนดวันหยุดชดเชย ต่อจากช่วง วันอาสาฬหบูชา และ วันเข้าพรรษา ที่จะมีวันหยุด ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 4 - 7 กรกฎาคม ซึ่งมีความเป็นไปได้ ที่จะเป็นวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 4 - 9 กรกฎาคม หรืออาจจะพิจารณาหยุดชดเชยสงกรานต์ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่ง จะมีวันหยุดเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม     นอกจากนี้ จะเสนอ ให้ ศบค.พิจารณาเพิ่มจำนวน เจ้าหน้าที่ในกองถ่ายภาพยนตร์ 80 คน จากเดิมไม่เกิน 50 คน รวมถึง กองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศ ที่ขออนุญาตเป็นการเฉพาะ หลังจาก พบว่า สามารถดำเนินมาตรการตามแนวทางของสาธารณสุขได้อย่างดี และมีความจำเป็น ที่ต้องทำงานต่อเนื่องโดยใช้จำนวนคนที่มากขึ้น     ส่วนกรณี 18 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ลาออก ส่งผลให้ กรรมการบริหารพรรคทั้งชุดต้องพ้นสภาพไปนั้น นายอิทธิพล ในฐานะ กรรมการบริหารพรรค ระบุว่า กรรมการบริหารพรรคอีก 16 คนที่ไม่ได้ลาออกก็จะทำหน้าที่รักษาการ ต่อไป จากนั้นจะยื่นขออนุญาต กกต.จัดการประชุมสามัญประจำปี ภายใน 45 วัน ซึ่ง กกต. ต้องพิจารณา ร่วมกับ ศบค. ด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y-VTmXeBkTw

14 ชม. ที่ผ่านมา

5,022 views

นายกฯไม่ยุ่งดราม่า พปชร. 'บิ๊กป้อม' ปัดตอบนั่ง หัวหน้าพรรคคนใหม่

นายกฯไม่ยุ่งดราม่า พปชร. 'บิ๊กป้อม' ปัดตอบนั่ง หัวหน้าพรรคคนใหม่

เมื่อวานนี้ 1 มิ.ย. 63 มีรายงานข่าวกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ 18 คน ยื่นลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นจำนวนเกินครึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดซึ่งมี 34 คน จึงเป็นผลให้จำนวนเก้าอี้ว่างเกินกึ่งหนึ่งของทั้งหมด ทำให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด ต้องพ้นจากตำแหน่ง   นอกจากนี้ยังส่งผลให้ หัวหน้าพรรคอย่างนายอุตตม สาวนายน และ เลขาธิการพรรค อย่างนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ หลุดจากเก้าอี้ทันที และถูกมองว่าเป็นการเดินเกมบีบให้ 2 ท่านนี้ออก และเป็นการล้างไพ่ใหม่หรือไม่   อย่างไรก็ตามตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐข้อที่ 15 วรรคสาม เมื่อคณะกรรมการว่างลงเกินกึ่งหนึ่ง มีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคพ้นตำแหน่งทั้งคณะ จำเป็นต้องตั้งกรรมการชุดใหม่ภายใน 45 วัน และให้กรรมการชุดรักษาการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีกรรมการชุดใหม่   นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เหตุผลของกรรมการที่ลาออกเพราะเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อถึงเวลาหนึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้การทำงานของพรรคดีขึ้น และเป็นเอกสิทธิ์ของกรรมการแต่ละคนที่ต้องการให้เป็นไปตามข้อบังคับข้อที่ 15 ส่วนรายละเอียดอื่นๆ   สำหรับรายชื่อกรรมการบริหารพรรค ที่ยื่นลาออก 18 คน ประกอบด้วย 1.นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ     2.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ   3.นายสุพล ฟองงาม        4.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา   5.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ     6.นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร   7.นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์     8.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส   9.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ     10.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ   11.นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม.      12. นายสกลธี ภัทรธิยกุล   13.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ     14. นายสุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร   15.นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง       16.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ   17.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ     18.นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ     ต้องจับตาว่าจะมีการวางใครมานั่งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง อย่างหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐต่อไป ซึ่งหลายแหล่งมองว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแค่เพียง ตนเองไม่ทราบอะไร เท่านั้น   ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคถูกมองว่าอาจตกเป็นของฝ่านวิปรัฐบาล ซึ่งปรากฎชื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ซึ่งเป็นเจ้าของตึกที่ทำการพรรคใหม่ ที่ย่านรัชดา จึงถูกมองเป็นตัวเต็ง ที่จะมารับตำแหน่งนี้ และยังมีกลุ่มสามมิตร ที่นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่มีรายงานว่าอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเข้ามารับตำแหน่งนี้หรือจะสนับสนุนให้นายอนุชา นาคาศัย เข้ามารับหน้าที่แทน   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออกจากตำแหน่ง ว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมือง  เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นเรื่องของตน ตนจะเป็นผู้พิจารณาเอง ร้อมระบุว่ายังไม่ทราบว่าจะเป็นเมื่อไหร่ เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะคิดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากขณะนี้มีประชาชนที่เดือดร้อนอยู่จำนวนมาก   สำหรับตำแหน่งที่เป็นที่จับตา สำหรับการปรับครม. ก็จะเป็นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นสายเดียวกันกับนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรี รมว.อุดมศึกษา และวิทยาศาสตร์ รวมไปถึง รมช.เกษตรฯ ของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xkJNMxeRYag

17 ชม. ที่ผ่านมา

464 views

'ประวิตร' ปัดตอบกรรมการบริหารพรรค พปชร.ลาออก บอกยังไม่รู้นั่งหัวหน้าพรรค

'ประวิตร' ปัดตอบกรรมการบริหารพรรค พปชร.ลาออก บอกยังไม่รู้นั่งหัวหน้าพรรค

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรงงการคลังในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.คลัง ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เข้าอวยพรวันเกิดครบรอบ 20ปี ก้าวสู่ปีที่ 21 ของเนชั่นทีวี พร้อมตอบประเด็นทางการเมือง หลัง กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐยื่นหนังสือลาออกแล้ว 18 คน โดยนายอุตตม บอกว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจะต้องมาจาก ส.ส.ที่ตัดสินใจว่าจะให้พรรคเดินไปทางไหน ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค และกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจลาออกเป็นสิทธิ์สามารถทำได้ ส่วนการดำเนินการต่อไป เป็นไปตามกฎระเบียบของพรรค มองว่าวันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องตัวบุคคล ควรทำงานเพื่อประเทศชาติ ขณะที่สนธิรัตน์ บอกว่า การเปลี่ยนแปลงในพรรคไม่จำเป็นต้องให้กรรมการบริหารพรรคลาออก แต่การเปลี่ยนแปลงควรเกิดขึ้นในที่ประชุมใหญ่ของพรรค พร้อมยอมรับว่า น่าเสียใจที่มีกรรมการบริหารพรรคลาออก เพราะวุฒิภาวะทางการเมืองและเวลามีความสำคัญ น่าเสียดายที่ไม่ใช้เวลานี้แก้ปัญหาให้กับประชาชนแต่กับใช้เวลานี้เพื่อผลประโยชน์บางอย่างของคนบางคน ทั้งนี้ขอให้การตัดสินใจทั้งหมดขึ้นกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค เพื่อให้ได้ร่วมกันตัดสินใจเพราะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่อยากเห็นการใช้การเมืองแบบเก่า เพราะเราพยายามปฏิรูปการเมือง และการปฏิรูปการเมืองจะไม่มีความหมายหากตัวผู้เล่นไม่คิดจะปฏิรูป จึงอยากขอร้องให้ทบทวนให้ดี คิดถึงประชาชนมากกว่าคิดถึงตัวเอง ส่วนพลเอกประวิตร ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ บอกไม่ทราบเรื่องการลาออกของกรรมการบริหารพรรคเลย แต่ก็ไม่ได้ปฎิเสธว่าจะไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคหากได้รับการสนับสนุน ขณะที่พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรับมนตรีให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ บอกว่าเป็นเรื่องภายในพรรค ไม่เกี่ยวกับการปรับ ครม. ซึ่งตัวท่านจะพิจารณาเองตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา       รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5vrrjWat184

17 ชม. ที่ผ่านมา

628 views

ผู้ว่าฯกทม.สั่งปิด 16 สถานที่เสี่ยง ยาวถึง 30 มิ.ย.

ผู้ว่าฯกทม.สั่งปิด 16 สถานที่เสี่ยง ยาวถึง 30 มิ.ย.

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกประกาศฉบับที่ 10 สั่งปิดสถานที่เสี่ยงออกไปอีกถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยมี 16 สถานที่สั่งปิด ได้แก่     1.สถานบริการ ผับ บาร์ สถานบันเทิง และสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ   2.สวนน้ำ สวนสนุก   3.สนามเด็กเล่น เครื่องเล่นสําหรับเด็กในตลาด ตลาดน้ำและตลาดนัด   4.โต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด   5.สถานที่เล่นตู้เกม   6.ร้านเกม และร้านอินเทอร์เน็ต   7.สนามชนไก่ และสนามซ้อมชนไก่   8.สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ (ยกเว้นที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติธุระ)     9.สนามมวย   10.โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ (ยิม) 11.สนามม้า   12.สถานประกอบกิจการอาบนํ้า   13.สถานประกอบกิจการอาบอบนวด   14.สนามแข่งขันทุกประเภท   15.สถานที่ให้บริการห้องจัดเลี้ยง สถานที่จัดเลี้ยง รวมถึงสถานที่อื่นใดที่มีลักษณะ ทํานองเดียวกัน   16.สนามชนโค สนามกัดปลา หรือสนามแข่งขันอื่นในลักษณะทํานองเดียวกัน     ทั้งนี้หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2448 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2448 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อ 4 จะถูกสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/39P2L_6_w5s

21 ชม. ที่ผ่านมา

5,909 views

ฮือฮา! 'จิรายุ' สวมหน้ากากเทรนด์ใหม่ ในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ฮือฮา! 'จิรายุ' สวมหน้ากากเทรนด์ใหม่ ในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า หลังจากที่นายกฯ ชี้แจง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้สวมใส่หน้ากากผ้าที่มีการสกรีนรูปใบหน้าคนครึ่งหน้า ปากสีชมพู ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมากมาย     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tiRdGr97-QQ

21 ชม. ที่ผ่านมา

3,891 views

18 กก.บห.พปชร.ลาออก 'บิ๊กป้อม' จ่อนั่ง หน.พรรคคนใหม่

18 กก.บห.พปชร.ลาออก 'บิ๊กป้อม' จ่อนั่ง หน.พรรคคนใหม่

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวฟหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า ตนได้รับแจ้งจากกรรมการบริหารพรรค 18 คน พร้อมส่งหนังสือลาออก โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 63 เป็นต้นไป ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคชุดเก่า 34 คน ที่มีนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค ส่งผลให้เป็นเพียงรักษาการแทน โดยตนจะยื่นหนังสือลาออกของทั้ง 18 คนให้แก่นายอุตตมภายในวันนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับขั้นตอนเป็นไปตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐข้อที่ 15 วรรคสาม เมื่อคณะกรรมการว่างลงเกินกึ่งหนึ่ง มีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคพ้นตำแหน่งทั้งคณะ จำเป็นต้องตั้งกรรมการชุดใหม่ภายใน 45 วัน และให้กรรมการชุดรักษาการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีกรรมการชุดใหม่ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ประชุมใหญ่มาตั้งแต่ 26 ม.ค. จึงอยากให้สื่อมวลชนจับตาว่าจะมีการประชุมในวันใด และเชื่อว่านายอุตตมจะจัดประชุมเพราะเป็นคนรักษากฎระเบียบ     นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุผลของกรรมการที่ลาออกเพราะเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อถึงเวลาหนึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้การทำงานของพรรคดีขึ้น และเป็นเอกสิทธิ์ของกรรมการแต่ละคนที่ต้องการให้เป็นไปตามข้อบังคับข้อที่ 15 ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่ ตนไม่ขอตอบแต่มองว่าท่านเป็นเสาหลักของพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว     เมื่อถามว่า มีความขัดแย้งใดในพรรคหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ขอก้าวล่วง เพราะวันนี้ตนมาแถลงเพราะเป็นรองหัวหน้าและทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกฎหมายในพรรคให้เป็นไปตามข้อบังคับ     เมื่อถามว่า เหตุผลการยื่นใบลาออกของกรรมการบริหารพรรคหลังผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ 1.9 ล้านล้านบาท เกี่ยวกับทีมเศรษฐกิจหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า วันที่ 1 มิ.ย. ถือเป็นวันดี ไม่มีนัยยะใดๆทั้งสิ้น เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในพรรค     สำหรับรายชื่อกรรมการบริหารพรรค ที่ยื่นลาออก 18 คน ประกอบด้วย 1.นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.นายสุพล ฟองงาม 4.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา 5.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6.นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร 7.นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ 8.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส 9.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 10.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 11.นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม. 12. นายสกลธี ภัทรธิยกุล 13.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ 14. นายสุรชาติ ศรีบุษกร ส.ส.พิจิตร 15.นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง 16.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 17.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ18.นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qp1rsK1BRE4

21 ชม. ที่ผ่านมา

613 views

เปิดเบื้องหลังการลาออกของ 18 กก.บห.พปชร. หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัย 'เพื่อเปลี่ยนหัวหน้าพรรค'

เปิดเบื้องหลังการลาออกของ 18 กก.บห.พปชร. หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัย 'เพื่อเปลี่ยนหัวหน้าพรรค'

การลาออกของกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ 18 คน ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันพ้นจากตำแหน่งทันที โดยเฉพาะนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ซึ่งต้องจัดประชุมใหญ่ภายใน 45 วัน เพื่อเลือกหัวหน้าใหม่ ท่ามกลางกระแสข่าว ว่า การลาออก เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค มาเป็นพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ยังไม่ส่งผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรี     การเปิดเผยของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ได้กลายเป็นรักษาการณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หลัง กรรมการบริหารพรรค 18 คน ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรค ปัจจุบัน 34 คน พ้นจากตำแหน่งไปด้วย ตามข้อบังคับพรรค 15 วรรค 2 ซึ่งแม้นายไพบูลย์ ไม่ได้เซ็นใบลาออกด้วย แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ซึ่งใบลาออกได้ส่งถึงหัวหน้าพรรคแล้ว ส่งผลให้ นายอุตตม สาวนายน รักษาการณ์หัวหน้าพรรค ต้องเรียกประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 45 วัน      นายไพบูลย์ ให้เหตุผลแทนกรรมการบริหารที่ลาออกว่า เป็นธรรมดาทางการเมืองที่พรรคการเมืองต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมืองและตอบโจทย์ผู้แทนของประชาชน แต่ไม่ขอตอบว่า การลาออกนี้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเป็นพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค หรือการปรับคณะรัฐมนตรี หรือไม่ แต่เห็นว่าพลเอกประวิตร เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรค     แต่การลาออกของกรรมการบริหารพรรค 18 คน ที่เป็นทั้งกลุ่มสามมิตร นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และกลุ่มอดีตกปปส. นำโดย นายณัฐพล ทีปสุวรรณ และนายพุฒิพงษ์ ปุณณกัณฑ์ และกลุ่มร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า กลับไม่มีเสียงตอบรับจากกลุ่มของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ที่เห็นว่าน่าเสียใจกับการลาออกของกรรมการบริหารพรรค ที่ควรเป็นการตัดสินใจของสมาชิกพรรคมากกว่ามาใช้เกมการเมืองแบบเก่า จึงอยากให้มีการทบทวนให้ดี      กระแสข่าวการลาออกของกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เกิดขึ้นกว่าสองเดือนที่ผ่านมา ที่ส.ส.ในพรรคเห็นว่า ที่ผ่านมา นายอุตตม ไม่ได้ทำงานร่วมกับ ส.ส.และขาดการสนับสนุน และต้องการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี จึงต้องการสนับสนุนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคแทน เพราะมองว่าที่ผ่านมาก็เป็นคนที่มีบทบาทสำคัญอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถกดดันให้นายอุตตม ลาออก เองได้ เพราะ มั่นใจในเสียงสนับสนุนจาก พลเอกประยุทธ์ ที่ยังมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หนุนหลังด้วย      ฝ่ายที่อยากเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจึงใช้การดึงเสียงกรรมการบริหารรวบรวมให้ได้เกินครึ่ง เพื่อให้หัวหน้าพรรคพ้นจากตำแหน่งไปเอง แม้พลเอกประวิตร ปฏิเสธ ไม่รู้เรื่องนี้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ไฟเขียว     นายกรัฐมนตรี มองว่า การลาออกของกรรมการบริหารพรรคเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง แต่ไม่ขอนำตัวเองไปเกี่ยวข้อง เพราะไม่ใช่สมาชิกพรรค และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีใดๆทั้งสิ้น     แม้นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่นับจากนี้จะมีการเสนอให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะไม่ส่งผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรี แต่การเปลี่ยนสถานะของพลเอกประวิตร มาเป็นผู้นำพรรคการเมืองแกนนำรัฐบาลนี้เป็นบทบาทสำคัญที่ต้องจับตาสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ แม้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยันมาว่าไม่รับตำแหน่งนี้และยังรักน้องตู่พลเอกประยุทธ์อย่างแนบแน่น แต่กลุ่มของนายอุตตม ก็ต้องสู้เต็มที่เพื่อรักษาเก้าอี้รัฐมนตรีไว้อย่างเหนียวแน่นเช่นกัน

เมื่อวานนี้

10.7k views

'บิ๊กตู่' ชี้ 18 กก.บห.พปชร. ลาออก เป็นเรื่องภายในพรรค ไม่เกี่ยวปรับ ครม.

'บิ๊กตู่' ชี้ 18 กก.บห.พปชร. ลาออก เป็นเรื่องภายในพรรค ไม่เกี่ยวปรับ ครม.

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง 18  กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออกจากตำแหน่ง ว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมือง     ส่วนหลังจากที่คณะกรรมการบริหารพรรคลาออก ส่งผลให้พ้นทั้งคณะ ไม่มีตำแหน่งในพรรค จะมีผลต่อตำแหน่งต่อรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พลเอกประยุทธ์ ระบุว่า การปรับคณะรัฐมนตรีเป็นเรื่องของตน ตนจะเป็นผู้พิจารณาเอง พร้อมระบุว่ายังไม่ทราบว่าจะเป็นเมื่อไหร่ เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะคิดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากขณะนี้มีประชาชนที่เดือดร้อนอยู่จำนวนมาก     ส่วนเรื่องการลาออกและการปรับคณะกรรมการบริหารพรรค ก็เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองที่จะมีการปรับคณะกรรมการบริหารพรรค จึงขออย่านำตนเองไปเกี่ยว เนื่องจากไม่ใช่สมาชิกพรรค และย้ำว่าไม่เกี่ยวกับตำแหร่งรัฐมนตรี จะยังไม่มีการปรับตำแหน่งใดใดทั้งสิ้น   รับชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : youtu.be/v7pDoGnrjBs

เมื่อวานนี้

1,099 views

พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้าน ผ่านฉลุยทั้ง 3 ฉบับ นายกฯไม่ค้านตั้ง กมธ.สอบ แต่อย่าให้ช้าเกินไป

พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้าน ผ่านฉลุยทั้ง 3 ฉบับ นายกฯไม่ค้านตั้ง กมธ.สอบ แต่อย่าให้ช้าเกินไป

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติอนุมัติให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ผ่านความเห็นชอบของสภาทั้ง 3 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เห็นชอบ 274 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 207 เสียง   พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เห็นชอบ 275 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 205 เสียง และ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เห็นชอบ 274 เสียง ไม่เห็นชอบ 195 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง ไม่ออกเสียง 1 เสียง   โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวันนี้ (1 มิ.ย.) เพื่อให้ความเห็นชอบตามต่อไป   ด้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน พูดปิดว่า ถ้าไม่ให้ผ่านสงสารชาวบ้าน ให้ผ่านโดยง่ายก็สงสารลูกหลานในอนาคต เสียงฝ่ายค้านสู้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่อภิปรายทั้งหมดจะได้บันทึกว่าฝ่ายค้านพูดไว้อย่างไร สำหรับการลงคะแนน อะไรที่งดออกเสียงคือการที่เราให้ผ่านอย่างขมขื่น ส่วนที่ลงมติไม่เห็นชอบคือเรื่องที่เหลือเกินจริง ๆ   ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการลงมติ พ.ร.ก.กู้เงิน ทั้ง 3 ฉบับว่า การประชุมถือว่าเรียบร้อยดี แต่มีหลายอย่างที่จะนำไปพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น ในส่วนที่เป็นกังวลก็ได้ชี้แจงไปบ้างแล้ว และรองนายกรัฐมนตรีก็ชี้แจงได้ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมองว่างบฯ ที่กู้มาแล้ว กู้มาด้วยเหตุผลความจำเป็นอะไร และมีมาตรการในการใช้อย่างไร ที่เหลือจากนี้คือการคัดกรองโครงการ และการจัดทำโครงการที่ผ่านการคัดกรองมาจากข้างล่างระดับหนึ่งแล้ว   ส่วนที่ระบุว่า ไม่ขัดข้องข้อเสนอตั้งคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบการใช้เงินกู้ ก็เป็นเรื่องการพิจารณาในระยะต่อไป จะมาถามอะไรตอนนี้ ซึ่งตนก็บอกว่าไม่ขัดข้องหากพิจารณากันแล้วจากในงานของสภา ถ้าสามารถตั้งได้ก็ตั้งได้ แต่ในพรรคก็ต้องร่วมกันหารือว่าจะตั้งหรือไม่ตั้งอย่างไร ไม่ได้ขัดข้องและไม่ได้คัดค้านอะไรทั้งสิ้น ถ้าทำให้ดีขึ้นและได้รับความไว้วางใจมากขึ้น แต่ต้องไม่ทำให้ชักช้าจนไม่ทันการณ์ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความล่าช้า และจะไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน เพราะมีเงินแต่ออกไปทีหลัง ก็เหมือนเขาหมดลมไปแล้ว จึงต้องให้ตอนนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ydvdEZZ6HBg

เมื่อวานนี้

470 views

ผ่านฉลุย! พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้าน ด้านฝ่ายค้านยังไม่ไว้ใจระบบตรวจสอบการใช้เงิน

ผ่านฉลุย! พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้าน ด้านฝ่ายค้านยังไม่ไว้ใจระบบตรวจสอบการใช้เงิน

วันนี้ (31 พ.ค.) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร มีมติให้ความเห็นชอบ พระราชกำหนดกู้เงิน ทั้ง 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เนื่องจากต้องรอให้มีบรรจุระเบียบวาระการประชุมตามญัตติเสียก่อน ขณะที่นายกรัฐมนตรี ไม่คัดค้าน หาก ส.ส.เห็นด้วย ด้านฝ่ายค้านชี้แจงการงดออกเสียงที่แตกต่างกัน      ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยคะแนนเเสียงเห็นชอบ 274 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 207 เสียง     พระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เห็นชอบ 275 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 205 เสียง     และพระราชกำหนด การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เห็นชอบ 274 เสียง ไม่เห็นชอบ 195 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง ไม่ออกเสียง 1 เสียง     โดยวันพรุ่งนี้ (1 มิ.ย.) จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อให้ความเห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป ในส่วนที่ส.ส.เข้าชื่อยื่นญัตติ ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ติดตามการใช้พระราชการกำหนดกู้เงินนั้น ยังไม่มีการพิจารณา เพราะต้องรอกำหนดระเบียบวาระการประชุมใหม่      พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า รัฐบาลพยายามดำเนินมาตรการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจให้ทุกกลุ่ม โดยไม่เคยเอื้อประโยชน์ให้กับใคร ทุกกลุ่มคนในประเทศต้องได้รับการเยียวยา ทั้ง 5 มิติ ไม่ว่าจะเป็น การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มสภาพคล่อง เยียวยาทุกกลุ่ม ชะลอหนี้สิน และ การเข้าถึงแหล่งเงิน      ส่วนมาตรการฟื้นฟูและสร้างความแข็งแกร่ง 4 แสนล้านบาท ที่ฝ่ายค้านแสดงความเป็นห่วง นั้น ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีเป็นห่วงยิ่งกว่าฝ่ายค้าน แต่ต้องทำเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยยินดีให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณ ไม่คัดค้านการตั้งคระกรรมาธิการตรวจสอบการกู้เงินทั้ง 3 ฉบับ     ขณะที่วิปฝ่ายค้านร่วมกันแถลงข่าวให้เหตุผลถึงการลงมติ พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ โดยนายสุทิน คลังแสง ประธานวิป กล่าวว่า ในพ.ร.ก. ฉบับแรกแม้จะเห็นด้วยในหลักการที่นำไปเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องคือระบบการตรวจสอบที่ยังไม่ดีพอ และไม่เชื่อว่ามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจจะทำได้จริง จึงเห็นว่าการงดออกเสียง เช่นเดียวกับพ.ร.ก.ฉบับที่ 2 ที่งดออกเสียง แม้จะมุ่งช่วยเหลือกลุ่มSME ผู้ประกอบการรายย่อย แต่วิธีการยังไม่ถูกต้อง ยังมีความไม่ชอบมาพากล และระบบตรวจสอบก็ยังไม่มีเช่นเดียวกันกับฉบับแรก     พ.ร.ก.ฉบับที่ 3 นั้น กลุ่มเป้าหมายยังไม่ใช่ผู้เดือดร้อนที่จะต้องเร่งรีบในการออก พ.ร.ก. ผู้ประกอบการรายใหญ่แม้จะได้รับกระทบเดือดร้อน แต่ยังมีเวลาในการช่วยเหลือรูปแบบอื่น จึงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน     ส่วนเสียงที่พรรคเสรีรวมไทยมีความเห็นต่างใน พ.ร.ก.ฉบับที่ 3 โดยของดออกเสียงนั้น เพราะมีจุดยืนมาตลอดว่าที่มาของพลเอกประยุทธ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเสนอกฎหมายโดยนายกจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน จึงงดออกเสียงทุกฉบับ     ขณะที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายพระราชกำหนดกู้เงิน ในส่วนที่จะนำไปฟื้นฟูเศรษฐกิจ กว่า 4 แสนล้านบาท ยังไม่มีแผนที่ชัดเจน แต่กลับได้รับทราบข้อมูลว่าจัดสรร แบ่งปันงบประมาณที่จะลงสู่จังหวัดให้กับ ส.ส.คนละ 80 ล้านบาท แทนที่จะถูกนำไปฟื้นฟูเศรษฐกิจกลับถูกกันไว้ให้กับส.ส.แต่ละคน      โดยข้อมูลระบุว่าเมื่องบประมาณลงสู่จังหวัด ส.ส.ในพื้นที่สามารถเข้าไปกำหนดว่าจะนำเงิน 80 ล้านบาท ไปใช้ในโครงการใดซึ่งเรื่องนี้จะนำไปสู่การหักหัวคิว เป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มคนบางกลุ่ม ทั้งที่งบประมาณนี้สามารถนำไปสร้างความยั่งยืน สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชนในท้องถิ่น แต่กลับเป็นโครงการที่สร้างความมั่นคงและยังยืนให้กับนักการเมืองบางกลุ่มบางพรรค จึงอยากให้มีการตั้งกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบงบประมาณตาม พระราชกำหนดกู้เงิน  

31 พ.ค. 2563

263 views

สภาผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้าน ฝ่ายค้านซัดเอื้อประโยชน์ให้เจ้าสัว

สภาผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้าน ฝ่ายค้านซัดเอื้อประโยชน์ให้เจ้าสัว

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติอนุมัติให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 1.9 ล้านล้านผ่านความเห็นชอบของสภาทั้ง 3 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เห็นชอบ 274 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 207 เสียง   พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เห็นชอบ 275 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 205 เสียง   และ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เห็นชอบ 274 เสียง ไม่เห็นชอบ 195 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง ไม่ออกเสียง 1 เสียง   โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวันพรุ่งนี้เพื่อให้ความเห็นชอบตามต่อไป   ขณะที่ วิปฝ่ายค้านร่วมกันแถลงข่าวให้เหตุผลถึงการลงมติพ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ โดยนายสุทิน คลังแสง ประธานวิป กล่าวว่า ใน พ.ร.ก. ฉบับแรกแม้จะเห็นด้วยในหลักการที่นำไปเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องคือระบบการตรวจสอบที่ยังไม่ดีพอ และไม่เชื่อว่ามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจจะทำได้จริง จึงเห็นว่าการงดออกเสียง เช่นเดียวกับพ.ร.ก.ฉบับที่ 2 ที่งดออกเสียงแม้จะมุ่งช่วยเหลือกลุ่มSME ผู้ประกอบการรายย่อย แต่วิธีการยังไม่ถูกต้อง ยังมีความไม่ชอบมาพากล และระบบตรวจสอบก็ยังไม่มีเช่นเดียวกันกับฉบับแรก   ส่วน พ.ร.ก.ฉบับที่ 3 นั้น กลุ่มเป้าหมายยังไม่ใช่ผู้เดือดร้อนที่จะต้องเร่งรีบในการออก พ.ร.ก. ผู้ประกอบการรายใหญ่แม้จะได้รับกระทบเดือดร้อน แต่ยังมีเวลาในการช่วยเหลือรูปแบบอื่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนนอกจากนี้ยังมีความกังวลในหลายข้อ จึงไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ดังกล่าวนี้   ส่วนเสียงที่พรรคเสรีรวมไทยมีความเห็นต่างใน พ.ร.ก.ฉบับที่ 3 โดยของดออกเสียงนั้น เพราะมีจุดยืนมาตลอดว่าที่มาของพลเอกประยุทธ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเสนอกฎหมายโดยนายกจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน จึงงดออกเสียงทุกฉบับ       สามารถรับชมทางยูทูปได้ที่  : https://youtu.be/bFwZEX4rVe0

31 พ.ค. 2563

843 views

‘ปารีณา’ เตรียมแจ้งความ ‘ปิยบุตร’ พาดพิงปมนาฬิกา ‘บิ๊กป้อม’

‘ปารีณา’ เตรียมแจ้งความ ‘ปิยบุตร’ พาดพิงปมนาฬิกา ‘บิ๊กป้อม’

กรณี ป.ป.ช.ส่งหนังสือถึงนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ โดยแจ้งผลเรื่องขอให้พิจารณาชี้มูลความผิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ฐานไม่แจ้งหนี้สินมูลค่านาฬิกาหรูที่มาจากการยืม    โดย คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เป็นเจ้าของนาฬิกา ตามที่ปรากฏเป็นข่าวและได้ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืมใช้ในโอกาสต่างๆ และ พล.อ.ประวิตร ได้คืนนาฬิกาให้นายปัฐวาท เมื่อใช้สอยเสร็จแล้ว   การยืมดังกล่าว เป็นการยืมใช้คงรูป และการยืมใช้คงรูปแม้เป็นหนี้ แต่มิใช่หนี้สินตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดให้ต้องแสดงในแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะตามคำอธิบายการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินท้ายแบบบัญชีรายการหนี้สิน ล้วนหมายถึงหนี้สินที่เป็นเงินตราเท่านั้น มิใช่เป็นการยืมใช้สอยได้เปล่าและมีการคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้ให้ยืม ดังนั้น พล.อ.ประวิตร จึงไม่มีหน้าที่ต้องแสดงการยืมนาฬิกาดังกล่าว เป็นหนี้สินในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน   ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีดังกล่าวว่า ‘เป็นการรอดพ้นจากการถูกตรวจสอบ (อีกเช่นเคย) และทำให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำงานขององค์กรอิสระในประเทศไทย โดยเฉพาะบรรดาคนที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหลายในเวลานี้ ต่างก็มีจุดเชื่อมโยงที่มาไปถึงคณะรัฐประหาร คสช.   อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่รัายแรงกว่านั้น ซึ่งไม่ทราบว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เล็งเห็นถึงบ้างหรือไม่ นั่นคือ แนวทางการวินิจฉัยกรณี “ประวิตรยืมใช้คงรูป” นี้ส่งผลพวงทำลายระบบการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองและข้าราชการ ทำลายระบบบังคับให้นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไปหมดสิ้น   ต่อไป นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงคนใดที่ต้องการ “ซุก” ทรัพย์สิน ก็สามารถ “ยืม” มุก “ยืมใช้คงรูปแบบประวิตร” มาใช้ได้   ทรัพย์สินราคาแพงๆ จำพวกเครื่องประดับ แหวน สร้อยทอง นาฬิกา รถสปอร์ต ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องถูกแจ้งในบัญชีอีกต่อไป ขอเพียงหาเพื่อนเศรษฐีสักคนมาแสดงตนเป็นเจ้าของ แล้วอธิบายว่า เครื่องประดับ รถ ข้าวของแพงๆ ที่ใช้อยู่ยืมเขามาทั้งนั้น   ในอดีต นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินโดยใช้วิธีเอาชื่อคนอื่นมาใส่ความเป็นเจ้าของ คนใช้บ้าง คนขับรถบ้าง คนสนิทบ้าง แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็เพียรพยายามตรวจสอบ จนทำให้นักการเมืองและข้าราชการไม่อาจใช้ช่องทางเหล่านี้ได้ง่ายนัก   มาวันนี้ ผลพวงของการพิจารณาของ ป.ป.ช. กรณี “ประวิตรยืมใช้คงรูป” กลับทำให้นักการเมืองและข้าราชการมี “ช่องทาง” ใหม่ในการซุกทรัพย์สิน เพื่อเซฟ “กล่องดวงใจ” ของระบอบ คสช. เราต้องแลกกับระบบการตรวจสอบการทุจริตที่พยายามสร้างกันมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 อย่างนั้นหรือ?   ตั้งแต่คนกลุ่มนี้ครองอำนาจด้วยรัฐประหารและสืบทอดอำนาจมาจนถึงวันนี้ประเทศไทยสูญเสียทรัพยากร งบประมาณ ระบบรัฐธรรมนูญ ระบบกฎหมาย ระบบตรวจสอบ ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน ไปมหาศาล เพื่อเอาไปค้ำบัลลังก์ของพวกเขา   พอกันที ประเทศไทยเสียให้พวกเขามากเกินพอแล้ว อย่าปล่อยให้คนเหล่านี้สูบกินพวกเราต่อไปอีกเลยพจนานุกรม ให้ความหมายคำว่า “ปรสิต” ไว้ว่า สิ่งมีชีวิตที่อาศัยผู้อื่นหรือเซลล์ชนิดอื่นเป็นที่พักอาศัยและแหล่งอาหาร บางครั้งทำร้ายสิ่งมีชีวิตหรือเซล์ที่พวกมันใช้ประโยชน์นั้นจนเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ได้เวลากำจัด “ปรสิต” ได้เวลาจัดการ “ระบอบคณาธิปไตยกินคน”   ล่าสุดวันนี้ (31 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ปารีณา เปิดเผยว่า หลังการประชุมสภาเสร็จสิ้นในวันเดียวกัน (31 พ.ค.) ตนจะเดินทางไป สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ที่มีการพาดพิงถึงมติ ป.ป.ช .ในเรื่องผลการไต่สวนเรื่องนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตรไม่ผิด เนื่องจากเป็นการยืมคงรูป ซึ่งหากนายปิยบุตรยังไม่หยุดใส่ร้าย พล.อ.ประวิตร จะดำเนินคดีไปเรื่อยๆ     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PLv_EgXzPUk

31 พ.ค. 2563

2,509 views

‘วิษณุ’ เผย ป.ป.ท. อาสาตรวจสอบการใช้เงิน พ.ร.ก.กู้เงินแก้โควิด รอเข้า ครม.อนุมัติ

‘วิษณุ’ เผย ป.ป.ท. อาสาตรวจสอบการใช้เงิน พ.ร.ก.กู้เงินแก้โควิด รอเข้า ครม.อนุมัติ

วิปฝ่ายค้าน ส.ส.ประชาธิปัตย์และส.ส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนพร้อมสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท   โดยในส่วนของแกนนำวิปรัฐบาลและแกนนำพรรคประชารัฐไม่เห็นด้วย เนื่องจากมีหน่วยงานที่ตรวจสอบ อาทิ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน( สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 35 ชุด โดยแกนนำพรรคพลังประชารัฐ จะขอหารือกับแกนนำฝ่ายบริหารในรัฐบาล อีกครั้งว่าจะมีการตั้งกมธ.วิสามัญฯหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันนี้   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ เพื่อเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม จากผลกระทบโควิด-19 ว่า ให้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ    แต่ในส่วนของรัฐบาลมีหน่วยงานตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ซึ่งทาง ป.ป.ท. ได้เสนอมาตรการตรวจสอบมายังรัฐบาล ก่อนที่สภาจะมีการพิจารณา พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ โดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ทราบเรื่องนี้   ทั้งนี้ ป.ป.ท. ถือเป็นกลไกตรวจสอบในฝ่ายบริหาร โดยจะเป็นผู้ตรวจสอบเอง ด้วยการสร้างองคาพายพขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมาป.ป.ท.ก็เป็นผู้ตรวจสอบอย่างกรณีเงินทอนวัดและกรณีทุจริตเงินผู้ยากไร้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ด้วย โดยตนเป็นผู้เสนอ แต่ขณะนี้ยังต้องรอบรรจุเป็นวาระเข้าสู่ที่ประชุมครม.     รับชมผ่านทางยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bcoiq-B-IxY

31 พ.ค. 2563

1,078 views

1234...341