การเมือง

‘วีรวิชญ์’ เขาคือใคร? ชายผู้ชกหน้าพี่ศรี - ไล่ประยุทธ์ - ตบหัวแรมโบ้

โดย thichaphat_d

18 ต.ค. 2565

3.4K views

จากเหตุสนั่นโซเชียล กรณีที่นายศรีสุวรรณ เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มาร้องเรียน ปอท. เพื่อให้ดำเนินการกับ โน้ส อุดม กรณีเดี่ยว 13 พูดประเด็นเรื่องม็อบต่อต้านรัฐบาล แล้วถูกนายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล บุกเดี่ยวชกใบหน้าและทำร้ายร่างกายกลางวงสัมภาษณ์ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์



หลังเกิดเหตุทำให้ชื่อของนายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล ซึ่งเป็นชายคนที่ก่อเหตุดังกล่าว เป็นที่ถูกพูดถึง และหลายคนอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน ?

อย่างไรก็ตาม นายวีรวิชญ์ได้กล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ตนเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ซึ่งวันนี้ตั้งใจมาตบเพื่อสั่งสอนนายศรีสุวรรณที่ชอบไปร้องเรียนคนเห็นต่างอย่างไม่มีเหตุผล มองว่าเป็นการชะเลียรัฐบาล ถ้าจะร้องเรียน ควรร้องให้ถูกต้อง ซึ่งตนต้องขอโทษทางตำรวจ ปอท. ด้วย ที่มาก่อเหตุที่นี่ เพราะไม่มีโอกาส และหากตนต้องถูกดำเนินคดี ตนก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการ



หากนายศรีสุวรรณว่า จะดำเนินคดีกับตน ตนพร้อม เพราะมีหมายจับมาแล้วประมาณ 40 หมาย ส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการชุมนุม และคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

สำหรับประวัติของนายวีรวิชญ์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ลุงศักดิ์ วัย 62 ปี อดีตผู้ชุมนุมเสื้อแดง และผู้ชุมนุมคณะราษฎร เป็นนักต่อสู้ทางการเมืองตั้งแต่ ปี 2549 เป็นเจ้าของช่องยูทูบ ศักดินาเสื้อแดง

เคยก่อเหตุตบหัว นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้ อีสาน ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2564 มาแล้ว และยังเคยถูกฟ้องในคดีร่วมชุมนุม 21 ตุลาคม 2563 แต่ศาลแขวงดุสิต ได้ยกฟ้องไป



ทั้งนี้ นายวีรวิชญ์ เคยประกอบอาชีพดีไซเนอร์ ทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับการออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าและส่งออกไปยังต่างประเทศฐานะการเงินดี แต่จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจของเขาได้รับผลกระทบขนาดหนัก ถึงขนาดกับถูกฟ้องล้มละลาย เสียหายกว่า 30 ล้านบาท จนเป็นเหตุให้เขาตัดสินใจลงถนน เพื่อร่วมชุมนุมขับไล่นายกฯ เพราะมองว่าพลเอกประยุทธ์ จัดการโควิดล้มเหลว ทำเศรษฐกิจประเทศพังพินาศ



หลังก่อเหตุ นายวีรวิทย์ ได้ไลฟ์เปิดใจ ขอบคุณทุกกำลังใจ และเผยเลขบัญชี หลังมีผู้ชมหลายรายมีความประสงค์จะโอนเงินช่วยเป็นค่าปรับหากถูกดำเนินคดี ทั้งนี้เจ้าตัวบอกว่า หากไม่ถูกดำเนินคดี ก็จะเก็บเงินเป็นค่าเทอมลูกสาว

คุณอาจสนใจ

Related News