เกิดอะไรขึ้นกับ 'ฉลามชล' จากทีมลุ้นแชมป์ สู่การหนีตกชั้นเต็มตัว

สถานการณ์ไทยลีก ณ ตอนนี้ต้องบอกว่ากำลังเข้มข้นเลยทีเดียวเพราะว่าเหลือการแข่งขันเพียงไม่กี่นัดก็จะจบฤดููกาลแล้ว กลุ่มทีมลุ้นแชมป์ก็กำลังขับเขี้ยวกันอย่างเมามัน ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์ แบ็งค็อก ท่าเรือ บีจี ส่วนกลุ่มทีมหนีตกชั้นที่ลุ้นกันสนุกไม่แพ้กลุ่มทีมลุ้นแชมป์เลยทีเดียว โดยเฉพาะ ทีมอย่าง ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี ที่ปีนี้ก็หนีตายกับเขาด้วย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเอามากๆว่าทีมอย่าง ชลบุรี เอฟซี ที่เคยเป็นทีมยักษ์ใหญ่กลับต้องมาหนีตาย ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับทีม ฉลามชล จากทีมลุ้นแชมป์ สู่การหนีตกชั้นเต็มตัว เรามาวิเคราะห์หาคำตอบจากเรื่องนี้กัน


หากลองมองย้อนกลับไปประมาณ 1 ทศวรรษ ที่ผ่านมา ฉลามชล ชลบุรี ถือว่าเป็นทีมชั้นนำของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ พวกเขามักคว้าแชมป์ไทยลีกได้อยู่บ่อยครั้ง ในทีมเต็มไปด้วยนักเตะทีมชาติ ถึงแม้ว่าบางฤดูกาลพวกเขาจะมีพลาดแชมป์ไปบ้าง แต่ก็จะอยู่กลุ่มหัวตารางอยู่เสมอ


แต่หลังฤดูกาล 2017 เป็นต้นมา ภายใต้การทำทีมของ เทิศศักดิ์ ใจมั่น ชลบุรี เริ่มหลุดมากลางตารางบ้าง อาจจะด้วยนโยบายของทีมที่เปลี่ยนไป จากทีมที่มีนักเตะชั้นนำ เริ่มเน้นปั้นดาวรุ่งมากขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้ฟอร์มการเล่นของทีมตกลงไปบ้าง  


จนกระทั่งมาถึงกลางฤดูกาล 2019 บอร์ดบริหาร ชลบุรี  ตัดสินใจแต่งตั้ง 'โค้ชเตี้ย' สะสม พบประเสริฐ เข้ามาแทนที่ของ จักรพันธ์ ปั่นปี ที่พาทีมรั้งอันดับ 10 โดยเริ่มแรกนั้น โค้ชเตี้ย ใช้วิธีการแก้ปัญหาระยะสั้นเพื่อประคองทีมไปก่อนด้วยการดึงนักเตะตัวเก๋าอย่าง ดัสกร ทองเหลา , ธีรเทพ วิโนทัย , สมปอง สอเหลบ , มงคล นามนวด  สินทวีชัย หทัยรัตนกุล รวมถึงใช้กองหน้าตัวเป้าอย่าง ดราแกน บอสโควิช และเอาผู้เล่นตัวเก๋าผสมรวมกับเยาวชนในทีม ซึ่งโค้ชเตี้ยก็ไม่ทำให้แฟนบอลฉลามชลผิดหวัง เพราะสามารถเปิดบ้านทุบ บุรีรัมย์ ได้ตั้งแต่เกมแรก 1-0 และต่อด้วยการจบอันดับที่ 7 ของตาราง


หลังจากนั้น โค้ชเตี้ย เริ่มผลักดันและให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งมากขึ้น จนเป็นที่มาของการแจ้งเกิดของ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ และ กฤษฎา กาแมน ซึ่งช่วงแรกในฤดูกาลใหม่นั้นผลงานของ ชลบุรี อาจจะยังไม่เข้ารูปเข้ารอย ผลงานไม่ค่อยสม่ำเสมอ และจบฤดูกาล 2020 ชลบุรี จบอันดับ 12 ของตาราง ถึงแม้ผลงานจะยังไม่ได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ วิธีการทำทีมของ โค้ชเตี้ยที่เน้นให้โอกาสดาวรุ่งโดยใช้ผู้เล่นตัวเป๋าคอยประกองน้องๆภายในทีม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่สโมสรจะเน้นการพัฒนาดาวรุ่ง


จนกระทั่งเริ่มฤดูกาล 2021/22 เด็กดาวรุ่งที่ โค้ชเตี้ย ดันขึ้นมาจากปีก่อนเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น  15 นัดแรกในลีก ชลบุรี เก็บได้ 28 คะแนน รั้งอันดับที่ 3 ของตาราง จนแฟนๆเริ่มมีความหวังขึ้นมาแล้วว่า ชลบุรี จะกลับมามีลุ้นแชมป์อีกครั้ง แต่แล้วจู่ๆ เกิดข่าวใหญ่ชนิดที่ว่า ช็อคแฟนบอลเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อสโมสรมีความจำเป็นต้องปล่อยตัวผู้เล่นคนสำคัญที่ปลุกปลั้นมากับมืออย่าง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ไปให้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสูงถึง 30 ล้านบาท เพื่อพยุงสภาพคล่องทางการเงินสโมสรหลังจบเลกแรก แถมกองหน้าตัวหลักอย่าง เดนนิส มูริลโล ก็มาประสบกับอาการบาดเจ็บ ทำให้ฟอร์มการเล่นของฉลามชลที่กำลังเข้ารูปเข้ารอย สุดท้ายทำได้เพียงจบฤดูกาลด้วยอันดับ 7


ฤดูกาล 2022/23 สโมสรตั้งเป้าหมายคว้าแชมป์ 1 รายการ ซึ่งปีนี้พวกเขาเริ่มต้นได้ดี ชนะ 7 จาก 9 นัด รวมทุกรายการ แต่หลังจากนั้นมีประเด็นดรามาเกิดขึ้นในเกมที่ ชลบุรี ต้องบุกไปเยือน บุรีรัมย์  เมื่อ อิชิอิ เฮดโค้ชของ ปราสาทสายฟ้า ในเวลานั้น เดินไปขอจับมือ โค้ชเตี้ย แต่ โค้ชเตี้ย ปฏิเสธ ไม่ยอมจับมือทำให้ โค้ชเตี้ย โดนกระแสโจมตีเข้ามามากมายถึงความเป็นมืออาชีพ หลังจากนั้นฟอร์มของ ฉลามชล ก็ตกลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้าย โค้ชเตี้ย ตัดสินใจแยกทางกับสโมสร


หลังจากนั้น ฉลามชล แต่งตั้ง อดุลย์ หละโสะ กองกลางตำนาน รักษาการชั่วคราวจนจบฤดูกาล และฤดูกาลนั้น อดุลย์พาทีม ชลบุรี จบอันดับ 6 ซึ่งดีที่สุดนับตั้งแต่หมดยุคของ เทิดศักดิ์ ใจมั่น


ฤดูกาล 2023/24 บอร์ดบริหารแต่งตั้ง มาโกโตะ เทกุระโมริ แต่ผลงานก็ไม่ดีขึ้นแถมต่ำกว่ามาตราฐานลงไปมาก โดยเทกุโมริ พาทีมชนะได้เพียง 4 จาก 13 นัดจากทุกรายการ  ทำให้ทีมหล่นไปอยู่ในโซนตกชั้น สุดท้ายต้องแยกทางกัน


ปัจจุบัน ฉลามชล อยู่ภายใต้การคุมทีมของ โค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล ที่ต้องรับหน้าที่ประคับประคองไม่ให้ทีมตกชั้น โดย ณ ตอนนี้ แข่งไปแล้ว 23 นัด ชลบุรี อยู่อันดับ 13 และมีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่ 2 แต้ม ซึ่งต้องบอกว่าเป็นสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงเอามากๆ และ ชลบุรี จำเป็นต้องเก็บชัยชนะให้ได้ทั้งหมดในนัดที่เหลือ เพื่อการรันตี การอยู่รอดในไทยลีก


ถ้าหากจะวิเคราะห์หาสาเหตุว่าทำไม ชลบุรี ถึงมาอยู่จุดนี้ได้ อาจเป็นเพราะ เรื่องสภาพการเงินเป็นหลัก เพราะด้วยการประสบปัญหาการเงิน ทำให้สโมสรจำเป็นต้องปล่อยตัวหลักออกไปถึง 2 คน ทั้ง วรชิต และ กฤษดา ข้อต่อมาคือเม็ดเงินที่ได้จากการขาย 2 คนนี้ กลับไม่ได้ผู้เล่นที่สเป็คใกล้เคียงเลย แถมพวกเขามั่นใจอคาเดมีตัวเองมากเกินไป เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีข่าวในทางลบอีกเรื่องการเล่นนอกเกม ฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบโดยรวมทำให้ทีมผลงานตกลงได้ขนาดนี้ บางทีถ้าหาก โค้ชเตี้ย ยังคุมทีมอยู่ ด้วยบารมีและประสบการณ์ อาจจะช่วยประคองทีมได้ดีกว่านี้ก็เป็นได้ เพราะตอนนี้ โค้ชเตี้ย กำลังทำผลงานได้ดีกับทีม ประจวบ เอฟซี



อย่างไรก็ตามก็คงต้องเอาใจช่วยให้ ชลบุรี อยู่รอดในไทยลีก และในช่วงปิดฤดูกาลอาจจะต้องปรับโครงสร้างกันใหม่เพื่อให้ทีมกลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น

โดย chawalwit_m

7 เม.ย. 2567

127 views

EP อื่นๆ