อาชญากรรม

รวบแก๊ง 'เบล พันกระบอก' ค้าปืนข้ามชาติ เงินหมุนเวียน 150 ล้าน พบ ‘จนท.รัฐ’ มีเอี่ยวด้วย

โดย thichaphat_d

14 มิ.ย. 2565

257 views

ทลายแก๊งค้าปืนข้ามชาติ 'เบล พันกระบอก' ค้น 21 จุด ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวบ 17 ผู้ต้องหา พร้อมตัวการใหญ่ เบล แสมสาร มีนายอำเภอศรีราชา และอดีตนายอำเภอ ร่วมแก๊ง ช่วยปลอมแปลงเอกสารสวมสิทธิซื้อปืนสวัสดิการ พบเงินหมุนเวียน 150 ล้านบาท


ตำรวจกองปราบ จับ “เบล พันกระบอก” พร้อมเครือข่ายยึดปืนได้ 100 กระบอก จับผู้เกี่ยวข้อง 16 คน มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมด้วย พบมีการนำเอกสารส่วนตัวของบุคคลอื่นไปสวมสิทธิ์ซื้อปืนของกลางเป็นปืนสงคราม ปืนพก รวม 100 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนกว่า 1 หมื่นนัด เป็นของกลางที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามยึดได้จากนายดนุพล หรือ เบล พันกระบอก พร้อมกับเครือข่ายรวม 16 คน


คดีนี้ตำรวจได้สืบสวนพบว่านายดนุพล มีพฤติการณินำเอกสารของผู้อื่นไปสวมสิทธิ์ในการขออนุญาตซื้ออาวุธปืน จนเมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ตำรวจ ตชด. และทหารได้ร่วมกันจับขบวนการค้าอาวุธสงคราม ทั้งปืน และระเบิด ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าซื้อาวุธปืนมาจากนายดนุพล เพื่อไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน จึงเข้าไปจับตัวนายดนุพลได้ และพบอาวุธปืนในบ้านจำนวนมาก และยังพบพยานหลักฐานสำคัญที่ขบวนการนี้ใช้ชื่อบุคคลอื่นมาขอใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนมากกว่า 2,000 ใบ โดยอ้างว่าขอมาใช้เพื่อการกีฬา


โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตซึ่งเป็นเอกสารเท็จให้ เมื่อได้ใบอนุญาตเท็จแล้ว ก็จะไปซื้อปืนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และขายในตลาดมืด


การตรวจสอบยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะได้กำไรจากการขายอาวุธปืนกระบอกละ 3 หมื่น ถึง 5 หมื่นบาท เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินยังพบเงินหมุนเวียนกว่า 150 ล้านบาท และยึดทรัพย์สินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท


โดยเช้าวานนี้ (13 มิ.ย.) ตำรวจกองปราบปราม ได้ร่วมเข้าตรวจค้น 21 จุด ทั่วประเทศ จับผู้ต้องหาได้ 16 คน โดยมีผู้ต้องหาทั้งนายทุน กลุ่มนายดนุพล กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มร้านปืน ส่วนนายดนุพล ยังให้การปฏิเสธ ไม่ขอให้การในชั้นสอบสวน ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีทั้งนายอำเภอแห่งหนึ่ง และราชการที่เกษียณไปแล้วมาเกี่ยวข้อง ส่วนปืนที่พบมีบางส่วนเป็นปืนสวัสดิการของตำรวจ ที่พบว่าถูกขายต่อให้กับเครือข่ายนี้ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่ขายให้ต่อไป


ตำรวจยังเตือนประชาชนระมัดระวังการให้เอกสารสิทธิ์กับบุคคลอื่น โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจนำเอกสารไปสวมสิทธิ์ไปกระทำผิดกฎหมาย และหากพบว่ามีการกระทำผิดโดยยินยอม หรือรู้เห็น จะถือว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด มีโทษ 2 ใน 3 ของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่นเดียวกับการรับจ้างเปิดบัญชี ถือว่าจะมีความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินด้วย


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A2KV2UZeujE


คุณอาจสนใจ