ล่าแก๊งชายฉกรรจ์ ต้อนสาวเข้าซุ้มปาโป่งงานวัด รุมล้อมบังคับเล่นพนัน สูญเกือบ 3 แสน

สังคม

ล่าแก๊งชายฉกรรจ์ ต้อนสาวเข้าซุ้มปาโป่งงานวัด รุมล้อมบังคับเล่นพนัน สูญเกือบ 3 แสน

โดย thichaphat_d

21 ก.พ. 2565

200 views

นางสาวสิริลักษณ์ เจริญกิจเจริญ อายุ 41 ปี พร้อมด้วยทีมงาน เพจสายไหมต้องรอด นำเอกสารการโอนเงิน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ให้ดำเนินคดีกับแก๊งมิจฉาชีพ หลอกให้เล่นการพนันปั่นสามแปด ภายในงานประจำปีของวัดคู้บอน ซึ่งอยู่ติดกับสถานีตำรวจ สน.คันนายาว ทำให้สูญเงินไปเกือบ 3 แสนบาท


ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกลับจากทำงาน ก็ได้แวะเที่ยวงานวัด เมื่อเดินมาถึงบริเวณซุ้มปาลูกโป่ง ก็พบโต๊ะลักษณะมีคนมุงจำนวนมาก เมื่อเดินผ่าน ก็ถูกกลุ่มคนในนั้นชักชวนให้เข้าไปเล่น ตนเองบอกว่าไม่เล่น เล่นไม่เป็น


แต่ก็ถูกกลุ่มคนดังกล่าวจับมือเข้าไปเล่นเสี่ยงทาย ซึ่งมีลักษณะเป็นการหมุนเหรียญ 2 ด้าน ซึ่งมี เลข 3 ด้านนึงและ เลข 8 อีกด้านนึง ก่อนจะใช้ฝาครอบ และให้ผู้เล่นทายเลข โดยครั้งแรกตนเองเสียเงินไป 6,000 บาท ตนเองพยายามบอกว่าไม่มีเงินสด ไม่ต้องการเล่น แต่กลุ่มคนดังกล่าวก็บอกให้โอน พร้อมกับมีกลุ่มการ์ดเป็นผู้ชาย ร่างใหญ่ รวมกว่า 10 คน มาล้อมหน้าล้อมหลัง ปิดทางไม่ให้ตนเองหนีไปไหน จึงทำให้เกิดความหวาดกลัว ยอมโอนเงินให้


จากนั้นพวกกลุ่มดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเป็นหน้าม้า พยายามพูดจาเชียร์ และจับมือตนเองไปเล่นเสี่ยงทายต่ออีกเกือบ 10 ครั้ง ตนเองก็ไม่กล้าหนี และเล่นเสียทุกตา โดยครั้งสุดท้ายเสียเงินไป 1 แสนบาท รวมทั้งหมดเป็นเงินจำนวนเกือบ 3 แสนบาท แบ่งโอนหลายครั้งให้กับบัญชีของมิจฉาชีพ 3 บัญชี


ทั้งนี้ตนเองอยากได้เงินจำนวนดังกล่าวคืน เพราะเป็นเงินเก็บทั้งชีวิต และกำลังจะนำไปจ่ายค่าโอนที่ดิน แต่กลับต้องมาถูกหลอกหมดตัว จึงอยากฝากเป็นอุทาหรณ์ เตือนภัยหากใครพบแก๊งลักษณะนี้ ให้เดินเลี่ยงไปเลย อย่าไปยุ่งเกี่ยว


จากนั้นผู้เสียหายได้พาทีมข่าวไปชี้จุดเกิดเหตุภายในงานประจำปีของวัดคู้บอน เบื้องต้นไม่พบโต๊ะพนันดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วย ส.ส.เขตสายไหม ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่าเมื่อคืนวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด ก็ได้ลงพื้นที่ ยังพบโต๊ะพนันดังกล่าวอยู่ มีการ์ดคอยเฝ้า ห้ามไม่ให้คนที่ผ่านไปมาถ่ายรูปหรือคลิปวิดีโอด้วย


ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า เป็นล็อกเสริม ที่มาเช่าเป็นรายวัน บางวันก็มา บางวันก็ไม่มา เมื่อหลอกเหยื่อได้ตามเป้าแล้ว ก็จะย้ายร้านไปที่งานอื่น ขณะที่ซุ้มปาลูกโป่งบริเวณดังกล่าว เมื่อวานนี้ 20 ก.พ. ยังคงมีอยู่ แต่ก็กำลังเก็บร้านเช่นกัน


ซึ่งร้านค้าบอกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เมื่อช่วงเช้าวานนี้ 20 ก.พ. ก็มีเจ้าหน้าที่ไม่ทราบหน่วยงานโทรศัพท์มาแจ้งให้ซุ้มเล่นเกมทุกร้านเก็บของกลับทันที เหลือไว้เฉพาะโซนร้านอาหารเท่านั้น สร้างความเดือดร้อนให้ร้านค้าต่างๆ เป็นอย่างมาก และไม่เห็นด้วยกับการที่ทางผู้จัดงานนำโต๊ะพนันลักษณะนี่มาตั้งในงานวัด


ด้านพันตำรวจเอกนเรนทร์ เครื่องสนุก ผู้กำกับการ สน.คันนายาว ระบุว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะเร่งรัดติดตามผู้กระทำความผิดมาสอบสวน หากเข้าข่ายความผิดก็จะดำเนินคดี ทั้งนี้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ออกตรวจตรางานวัดดังกล่าวทุกวัน และไม่พบการลักลอบเล่นการพนัน จึงคาดกว่าแก๊งดังกล่าวน่าจะฉวยโอกาสที่ตำรวจตรวจตราไม่ทั่วถึง จัดให้มีการเล่นการพนันขึ้น


ขณะที่ พลตำรวจตรีอรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า ได้กำชับและสั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามตัวผู้จัดงาน และกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว และหากสอบสวนแล้วพบว่ามีการจัดให้เล่นการพนัน ก็จะแจ้งข้อหาลักลอบเล่นการพนัน


ส่วนที่ผู้เสียหายระบุว่ามีการบังคับให้เล่น ก็ต้องพิจารณาพยานหลักฐานก่อนว่าจะเข้าข่ายความผิดใดบ้าง ซึ่งหากเป็นการบังคับลักษณะไม่ให้ไปไหน ก็จะเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยว ส่วนตำรวจท้องที่จะเข้าข่ายปล่อยปละละเลยให้มีการเล่นการพนันหรือไม่นั้น ยังไม่พบว่าเข้าข่ายความผิด เพราะทราบว่าเป็นลักษณะลักลอบเข้ามาเล่น



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jhxhcqlLZ3s

คุณอาจสนใจ