ข่าวโซเชียล

บทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ พิธีกรสาวตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินล้านหมดบัญชี

โดย nicharee_m

12 เม.ย. 2565

1.2K views

พิธีกรหญิงรายหนึ่ง โพสต์เฟซบุ๊กภาพและข้อความบอกเล่าเรื่องของเธอ ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินกว่า 1 ล้านบาท โดยระบุว่า

เหตุการณ์เกิดเมื่อเช้านี้ อ้อตกเป็นเหยื่อของแก็งค์มิจฉาชีพที่อ้างตัวเองว่าเป็นตำรวจ สภ. เมืองระนอง เสียเงินไป 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเก็บจากการทำงานที่ได้มาด้วยความยากลำบาก   อยากเล่าสิ่งนี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการคนแบบนี้ออกไปจากสังคมไทยให้ได้

มิจฉาชีพแจ้งว่าอ้อเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินระดับประเทศ เป็นคดีอาญา อ้อได้ยินคำนี้ตกใจมาก เพราะ เราไม่เคยทำสิ่งผิดกฎหมายใดๆเลย

อ้อบอกกับมิจฉาชีพ (ปลอมเป็นตำรวจ) ไปว่า อ้อไม่เคยทำเรื่องทุจริต มิจฉาชีพ (ปลอมเป็นตำรวจ) บอกว่า มีชื่ออ้อเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ต้องดำเนินคดี  อ้อพูดไปว่าอ้อจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาคือตำรวจจริง เขาก็ขู่อ้อว่าจะเพิ่มคดีข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่  เขาทำทุกอย่างให้เรากลัว

โจร (ปลอมเป็นตำรวจ) บอกว่า ถ้าอ้อไม่ได้ทำ และอยากยืนยันความบริสุทธิ์ อ้อต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจในการให้ข้อมูลและปากคำทุกอย่าง ห้ามปิดบัง และ ต้องเป็นข้อมูลจริง หากตรวจพบว่าโกหก บอกไม่ครบ จะโดนคดีให้ความเท็จ โจร (ปลอมเป็นตำรวจ) จะทำการบันทึกเสียงอ้อในการให้ปากคำ หากอ้อไม่ให้ความร่วมมือเขาจะดำเนินคดีและออกหมายจับอ้อ ข้อหาขัดขืนคำสั่งตำรวจ ตอนนั้นอ้อกังวล และกลัว โจรขู่เราสารพัดเพื่อให้เราหลงเชื่อ อ้อเลยขอเขาดูบัตรตำรวจก่อนให้ปากคำ โจรเลยแอดไลน์อ้อและส่งรูปบัตรตำรวจมาให้อ้อทางไลน์ และเขาก็พูดหมายเลขคดี รายละเอียดคดี รวมถึงกลุ่มคนที่แอบอ้างชื่อถึงเรา ส่งรูปผู้ต้องหามาให้เราดู โจรพูดทุกทางให้อ้อหลงเชื่อ

หลังจากนั้นเขาสอบสวนอ้อต่อ ประมาณครึ่งชม. มิจฉาชีพ (ปลอมตำรวจ) บอกต้องยึดเงินอ้อไว้เพื่อเป็นของกลางก่อน เพื่อตรวจสอบกับ ปปง ก่อนว่าอ้อเป็นผู้บริสุทธิ์จริง เขาให้อ้อโอนเงินไปให้เขาทั้งหมดจำนวนเงินกว่าล้านบาท หมดบัญชีอ้อเลยคะ ตอนนั้นเราคิดว่าเพื่อแสดงความบริสุทธิ์และให้ความร่วมมือกับตำรวจ เราจึงปฎิบัติตามคำสั่งโจร (ปลอมเป็นตำรวจ) หลังจากเขาวางหูไป อ้อเข้าไปดูในไลน์เขา เขาลบข้อมูลที่ส่งมาให้อ้อออกหมด อ้อถึงได้ทราบว่าเราโดนหลอกแล้ว

อ้อเก็บฐานไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว และบันทึกเสียงเขาเอาไว้ อ้อได้ส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้กับตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป ในระหว่างที่อ้อรอแจ้งความมีผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชื่อเดียวกันใช้มุกแบบเดียวกัน หลอกให้โอนเงินเหมือนกันเข้ามาแจ้งความอีก 4 คน

การที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพื่อที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจกับตำรวจ (โจรปลอมเป็นตำรวจ) เราอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้  มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะมาก เพื่อทำให้เราหลงเชื่อทุกทาง ทำให้เราสูญเสียเงินมากมาย เหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นกับเรา หรือ อาจเกิดกับคนใกล้ตัวเรา หรือคนในครอบครัวเรา อ้อเขียนไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ตัวเองและคนอื่นๆ ที่อาจโดนหลอกแบบนี้

#ให้สังคมลงโทษคนแบบนี้ #โดยเฉพาะเหตุการณ์แบบนี้ #บทเรียนครั้งยิ่งใหญ่



ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565  เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดระนอง ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองระนอง และเข้าพบ พ.ต.อ.พรพรหม จักษุรักษ์  ผกก.สภ.เมืองระนอง ซึ่งได้ออกมาขออนุญาตนำเรียนชี้แจงดังนี้

กรณีที่มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำรูปภาพไปทำเป็นข้าราชการ ขออนุญาตชี้แจงว่าเป็นรูปจริง ตำแหน่งจริง แต่หมายเลข 13 หลักในบัตรไม่ใช่หมายเลข 13 หลักของผม ตัวลายเซ็นของผู้กำกับ คือผู้บัญชาการร่าง ก็เป็นของผู้จัดการภาค 7 ซึ่งสถานีตำรวจภูธรเมืองระนองนั้นอยู่ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8

หลังจากที่ทราบข่าวว่ามีผู้นำชื่อและตัวสถานีตำรวจไปแอบอ้าง ได้ดำเนินการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ แต่เราดำเนินการได้เพียงเท่านี้ ผู้ว่าเหตุเกิดที่ต้องที่อื่นตัวตัวบัญชีที่จะให้โอนไปแล้วเราก็ไม่ทราบว่าโอนไปบัญชีใด ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบบัญชีต่างๆ ว่าเป็นหมายเลขบัญชีใดบ้างที่ผู้เสียหายแต่ละคนที่ถูกหลอกแล้วโอนไปกลับ น่าจะต้องไปถามทางสถานีตำรวจที่รับแจ้งความหาย

แต่ว่าล่าสุดก็จะมีทางสถานีตำรวจต่างๆ ส่งมาสอบถาม ว่ามีจริงไหม แต่ว่าในรายละเอียดความคืบหน้าการสอบถามทาง แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนนะครับที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรเข้ามา ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเราได้มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องมาตลอด อย่าหลงเชื่อต่างๆ ส่วนราชการโดยเฉพาะสถานีตำรวจจะไม่มีการติดต่อประสานทางโทรศัพท์

คุณอาจสนใจ