สังคม

“ปวีณา” พา 3 แม่ผู้เสียหาย ร้องตำรวจเอาผิดคนขับรถรับส่งนักเรียน ลวนลานเยาวชน

โดย paranee_s

14 มิ.ย. 2565

80 views

วันนี้ (14 มิ.ย. 2565) เวลา 11.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เดินทางพร้อมผู้เสียหาย 3 รายซึ่งเป็นแม่ของเด็กหญิง อายุ 8 ขวบ 9 ขวบ และ 11 ขวบ ไปที่ สน.ฉลองกรุง เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี กับ ชายอายุประมาณ 56 ปี คนขับรถตู้รับ-ส่งนักเรียน (ส่วนบุคคล) รายหนึ่ง หลังเด็กทั้ง 3 ถูกชายคนดังกล่าวลวนลาม ซึ่งเหตุเกิดช่วงเดือนมิ.ย. 2564


นางปวีณา หงสกลุ ระบุว่า ส่วนตัวได้รับการประสานร้องทุกข์ในช่วงค่ำวานนี้ (13 มิ.ย.) ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยคดีได้มีการแจ้งความตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่มีความคืบหน้าแค่เพียง 1 คดี และล่าสุดคนขับรถตู้ก็กลับมาขับรถรับส่งนักเรียนแล้ว จึงได้มีการประสานมาที่ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รอง ผบก.น.3 เพื่อสอบถามความคืบหน้า และพาผู้เสียหายเข้าพบเพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีในวันนี้


แม่ของเด็กอายุ 8 ปี เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตนเองได้รับการบอกเล่าจากลูกสาวว่าถูกคนขับรถตู้โรงเรียนลวนลาม โดยจะขับรถเลยเข้าไปจอดบริเวณท้ายหมู่บ้าน และลวนลาม ก่อนจะนำมาส่งที่บ้าน ซึ่งนอกจากตัวเองแล้ว ยังเคยเห็นว่ามีเพื่อนอายุ 9 ขวบ และรุ่นพี่อายุ 11 ขวบโดนด้วยเช่นกัน


เมื่อได้รับข้อมูลจากทางลูกสาวจึงติดต่อผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 คน ตามที่ลูกได้บอกเล่า จึงทำให้มีการสอบถามจนทราบว่าเด็กทั้ง 3 ถูกชายคนดังกล่าวกระทำการลวมลามจริง จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2564 และติดตามความคืบหน้าของคดีมาโดยตลอด


ก่อนที่ล่าสุดจะทราบว่าเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนมีการแจ้งข้อหากับชายคนดังกล่าว เพียง 1 คดี คือคดีลูกสาวตนเอง แต่คดีของเพื่อนวัย 9 ขวบ และรุ่นพี่วัย 11 ขวบ ยังไม่มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่มีการแจ้งความไว้ในใบแจ้งความเดียวกัน


เมื่อมีการพยายามสอบถามพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กลับได้รับคำตอบว่าพนักงานสอบสวนมีคดีรับผิดชอบอยู่หลายคดี ทำให้อีก 2 คดีต้องล่าช้า นอกจากนี้ ตัวผู้ต้องหายังถูกให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน และออกมาใช้ชีวิตรวมถึงขับรถรับส่งตามปกติ จึงทำให้บุตรหลานกลับมาหวาดกลัวอีกครั้ง เมื่อเปิดภาคเรียนการศึกษาแล้วต้องเดินทางไปโรงเรียนและพบเห็นรถตู้คันดังกล่าวมารับส่งนักเรียนคนอื่นที่โรงเรียน หรือขับผ่านบริเวณหน้าบ้าน


นอกจากนี้ในวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา คนขับรถตู้ยังได้เดินทางไปที่บ้านพักของตนเอง เพื่อขอเจรจายอมความ โดยเสนอว่าจะชดใช้ให้เป็นค่าทำขวัญ แต่ไม่ได้มีการระบุตัวเลขชัดเจน ซึ่งตนเองยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นการปกป้องบุตรหลาน รวมถึงเพื่อนและรุ่นพี่ที่ถูกกระทำ


ซึ่งจากการหาข้อมูลของตนเอง ทราบว่านอกจากเคสของทั้ง 3 รายแล้ว ยังมีอีก 5-6 รายที่เคยถูกก่อเหตุจากชายคนนี้ แต่ผู้ปกครองของกลุ่มนักเรียนไม่มีการดำเนินการทางคดี เพราะอาจจะเป็นเงื่อนไขส่วนตัว ซึ่งตนเองไม่ทราบ จึงอยากให้ทางตำรวจจัดการทางคดีให้ถึงที่สุด


ในส่วนของโรงเรียนที่ตนเองได้พยายามติดต่อสอบถามถึงการดำเนินการกับคนขับรถตู้รายนี้ ได้รับคำตอบว่าเป็นข้างบุคลากรนอก ไม่ใช่พนักงานของโรงเรียน จึงไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ ทั้งที่ในตอนแรกทางโรงเรียนเป็นคนแนะนำให้ตนเองและครอบครัวอื่นๆ ใช้บริการกับชายคนนี้ ทำให้กลุ่มผู้ปกครองไว้ใจใช้บริการกับชายคนดังกล่าว แต่เมื่อเกิดเรื่องโรงเรียนกลับบอกว่าไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว ชายคนนี้จะมีการรับนักเรียนจากบ้าน ไปส่งที่โรงเรียนสองแห่งในเขตพื้นที่ ซึ่งตอนนี้ยังมีผู้ปกครองอีกหลายรายที่ยังไม่ทราบถึงพฤติกรรมของชายคนดังกล่าว


ด้านพ.ต.อ.รัฐศักดิ์ ระบุว่า ในวันนี้หลังทราบเรื่องจึงได้นัดหมายให้ผู้เสียหายเข้ามาพบ เพื่อสอบถามรายละเอียดทางคดีและจะตรวจสอบถึงสาเหตุของการดำเนินคดีที่ล่าช้า ในส่วนอีก 2 คดีที่ยังไม่มีการดำเนินการ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สน.ฉลองกรุง จำนวน 2 คดี ส่วนอีกหนึ่งคดีอยู่ในอำนาจการสอบสวนของ สน.ลำผักชี ซึ่งตนเองยังไม่ทราบว่าการดำเนินการทางคดีล่าช้ามาจากสาเหตุใด


ส่วนที่ผู้เสียหาย ระบุว่า พนักงานสอบสวนอ้างว่าคดีในความรับผิดชอบเยอะ ตนเองมองว่าไม่สามารถพูดได้ เนื่องจากข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชน และไม่ควรพูดกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในลักษณะคำพูดแบบนี้ แต่ยอมรับว่าในส่วนของสน.ฉลองกรุง มีอัตรากำลังตำรวจที่ทำงานด้านการสอบสวนน้อย ซึ่งในบางวันมีเพียงหนึ่งคนที่ต้องทำงานทั้งวัน แต่ต่อจากนี้ตนขอรับหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามคดีนี้ ซึ่งหากยังเกิดความล่าช้าขึ้นอีกในอนาคตจะขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว


ในการดำเนินการเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหาที่ทางกลุ่มผู้ปกครองยังรู้สึกไม่สบายใจ ตนเองมีแนวทางปฏิบัติไว้ในใจแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยต่อสาธารณชน เนื่องจากเกรงว่าตัวผู้ต้องหาจะรู้ตัวก่อน ซึ่งคาดว่าใน 1-2 วันนี้ จะสามารถดำเนินการได้


โดยเบื้องต้นในส่วนของการเร่งรัดคดีจะให้ทาง สน.ฉลองกรุง ดำเนินการเร่งรัดอีกคดีในความรับผิดชอบที่ยังไม่ดำเนินการให้รับดำเนินการทันที ส่วนทาง สน. ลำผักชี ได้สั่งการให้เตรียมรับคดีทันทีเช่นกัน เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการทางคดีได้ในไม่ช้า


ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวนต้องแยกคดีทั้งหมดออกเป็นสามคดีทั้งที่เป็นพฤติการณ์เดียวกัน และผู้ก่อเหตุเป็นคนเดียวกัน รวมถึงยังได้แจ้งความในวันเดียวกัน เนื่องจากลักษณะของคดี ต้องแยกออกเป็นต่างกรรมต่างวาระ เพื่อดำเนินการเอาผิดรวมถึงลงโทษแยกกัน จึงทำให้ไม่สามารถรวบรวมเป็นคดีรับผิดชอบเดี๋ยวได้ รวมถึงยังมีหนึ่งคดีที่อยู่นอกอำนาจสอบสวนของ สน.ฉลองกรุง ด้วย และคดีนี้ยังเป็นคดีที่เกิดขึ้นกับเยาวชนจึงทำให้ต้องมีการประสานหน่วยงานอื่นให้เข้ามาสอบสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบด้วย


ขณะที่ภายหลังการเข้าพูดคุยกับพนักงานสอบสวนและการตรวจสอบคดีของทาง พันตำรวจเอกรัฐศักดิ์ พบว่าในส่วนของคดีที่มีการดำเนินการไปแล้ว ส่วนที่มีการประกันตัวไปเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา เป็นเคสของเด็กอายุ 11 ขวบ ส่วนคดีของเด็กอายุ 8 และ 9 ขวบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการประสานให้เจ้าของพื้นที่รับคดี ซึ่งแบ่งเป็นเยาวชนอายุ 8 ขวบอยู่ในความดูแลของ สน.ลำผักชี และเยาวชนอายุ 9 ขวบอยู่ในความดูแล ของ สน. ฉลองกรุง ซึ่งหลังจากการพูดคุยภายในห้องประชุมจะดำเนินการเร่งรัดทางคดีทันที


คุณอาจสนใจ

Related News