สังคม

คาใจ นักธุรกิจทำจมูกไม่ฟื้น แพทย์ชี้ภาวะผิดปกติ จากดมยาสลบ เจอไม่บ่อย แต่อันตรายมาก

9 มี.ค. 2569

59 views

ครอบครัวนักธุรกิจร้องสายไหมต้องรอด หลังไปทำจมูก คลินิกชื่อดัง (มีดาราเป็นพรีเซนเตอร์) ราคากว่า 480,000 บาท ผ่าตัดเสร็จไม่รู้สึกตัว แพทย์แจ้งมีภาวะไตวายและเสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา ค่ารักษาทะลุกว่า 2 ล้าน คลินิกบ่ายเบี่ยงอ้างรอสรุปผลการประชุม

ครอบครัวนักธุรกิจหนุ่ม เดินไปร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด หลังจากที่นักธุรกิจรายดังกล่าวไปใช้บริการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกที่คลินิกชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ รวมราคากว่า 480,000 บาท ปรากฏว่าภายหลังผ่าตัดเสร็จ ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ นักธุรกิจหนุ่มรายนี้ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย ไม่รู้สึกตัว ค่ารักษาพยาบาลทะลุ 2 ล้านบาท

นายจิรภัทร อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของผู้เสียหาย เล่าว่า พี่ชายของตนอายุ 37 ปี ได้ไปผ่าตัดศัลยกรรมจมูกและคางที่คลินิกแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยคลินิกดังกล่าวเป็นคลินิกที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้พี่ชายก็ได้แจ้งให้กับตนและครอบครัวทราบ รวมทั้งได้จ่ายเงินค่าหัตถกรรมไปแล้วประมาณ 480,000 บาท ซึ่งทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะเห็นว่าเป็นคลินิกที่โด่งดัง มีดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์และดูน่าเชื่อถือ

ปรากฏว่าหลังจากที่พี่ชายผ่าตัดศัลยกรรม จนถึงช่วงกลางดึกทางแพทย์กับแจ้งว่า พี่ชายไม่มีสติรู้สึกตัว มีภาวะหัวใจเต้นแรง คาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายสูง และชีพจรเต้นเร็ว จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาล

เส้นทางแพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นเห็นว่า พี่ชายของตนอาการไม่ตอบสนอง รูม่านตาไม่ขยาย ซ้ำยังมีอาการไข้ขึ้นสูง ต้องเจาะคอใส่เครื่องช่วยหายใจ ที่สำคัญคือ เริ่มมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจฉีกและไตวายเฉียบพลัน ต้องดำเนินการฟอกไต ซึ่งผ่านมาถึงวันนี้พี่ชายของตนก็ยังไม่รู้สึกตัว

ตนเองรู้สึกช็อกตกใจอย่างมาก เพราะพี่ชายของตนนั้นเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และออกกำลังกายเป็นปกติ ไม่เคยล้มป่วยแบบนี้มาก่อน ซึ่งตอนนี้หมอก็ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ชัดว่าเป็นผลจากการทำหัตถกรรมหรือการดมยาสลบของคลินิกหรือไม่

แต่ตนเองมองว่า คลินิกต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะทำให้พี่ชายของตนต้องมาล้มป่วยแบบนี้ และยืนยันว่า ที่ผ่านมาพี่ชายก็เคยผ่าตัดศัลยกรรม แต่ไม่เคยดมยาสลบมาก่อน นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ดมยาสลบ

ที่ผ่านมา ทางคลินิกก็ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าจะดูแลพี่ชายของตนหรือไม่ เวลาสอบถามก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าให้รอสรุปผลการประชุมจากคณะผู้บริหารก่อน เคยบอกว่าจะรับผิดชอบบางส่วนแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน

ตอนนี้ทางครอบครัวจึงทำได้เพียงแค่รอย้ายไปยังโรงพยาบาลที่รองรับสิทธิบัตรทอง เนื่องจากตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลทะลุสูงถึง 2 ล้านบาท ถ้าจะให้สำรองจ่ายก่อนก็เกรงว่าจะไม่ไหว รวมทั้งเกรงว่าค่ารักษาพยาบาลจะบานปลายไปมากกว่านี้ เบื้องต้นทางครอบครัวทำได้เพียงแค่เซ็นยอมรับสภาพค่าใช้จ่ายกับทางโรงพยาบาลไปก่อน

สาเหตุที่ตนมาร้องเรียน เป็นเพราะอยากให้ทางคลินิกมีความชัดเจนในเรื่องของการช่วยเหลือดูแลและรับผิดชอบ กับอาการป่วยของพี่ชายของตน เพราะถ้าพี่ชายของตนไม่มาผ่าตัดศัลยกรรมที่นี่ ก็คงไม่ต้องล้มป่วยแบบนี้ จากคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่ตอนนี้ต้องมาเจอภาวะไตวายและเสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา เชื่อว่ายังไงคลินิกต้องรับผิดชอบด้วย ควรจะต้องมาร่วมเซ็นรับสภาพค่ารักษาพยาบาลด้วยซ้ำ

ตอนนี้ขอแค่ทำให้พี่ชายของตนกลับมาเป็นปกติให้ได้ก่อน เพราะเขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลทั้งครอบครัว ธุรกิจ และลูกน้อง ส่วนสาเหตุจะมาจากคลินิกจริงหรือไม่ ค่อยมาพิสูจน์ภายหลังกันก็ได้ ขอแค่ให้ทางคลินิกแสดงสปิริตมาช่วยรับผิดชอบก็เป็นพอ แต่ถ้าทางคลินิกยังเพิกเฉยไม่มาช่วยเหลือ ก็คงจะต้องพิจารณาเรื่องของการใช้ข้อกฎหมายต่อไป

หลังจากนี้ ทางเพจสายไหมต้องรอดจะดำเนินการประสานกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ทั้งเรื่องอาการป่วยของผู้เสียหายและสาเหตุว่ามาจากคลินิกจริงหรือไม่ เพื่อเป็นการเยียวยาและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ด้านนายแพทย์สุรเวช น้ำหอม ศัลยแพทย์ตกแต่ง โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงประเด็นดังกล่าวว่า เพิ่งได้รับสายตรงจากหมอเจ้าของไข้ บอกว่าความจริงไม่เหมือนในข่าวเลยแม้แต่นิดเดียว การผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยดีไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ปัญหาที่ต้องนอนดูอาการและใส่ท่อช่วยหายใจไว้ก่อน

เพราะคนไข้มีภาวะ Malignant Hyperthermia ระหว่างดมยาสลบซึ่งเป็นภาวะผิดปกติที่พบได้น้อยมากแต่อันตราย จึงต้องดูอาการให้แน่ใจ ซึ่งในเคสนี้คุณหมอวิสัญญีก็แก้ไขได้จนเรียบร้อยดีและคนไข้ก็รู้ตัวดีแล้ว

อีกสักพักทางแพทย์เจ้าของไข้และคลินิก คงออกมาชี้แจงความจริงทั้งหมด แต่เนื้อหาที่เพจเขียนคิดว่าน่าจะทำให้เข้าใจผิด นึกว่าเป็นการผ่าตัดที่ผิดพลาด ยังไงรอฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายก่อนจะดีกว่านะครับ

เพจDrama addict ได้เผยข้อมูลอีกด้านหนึ่ง โดยอ้างอิงคำชี้แจงจาก นพ.สุรเวช น้ำหอม อาจารย์แพทย์ด้านศัลยกรรม ซึ่งระบุว่าเพิ่งได้รับการติดต่อโดยตรงจากแพทย์เจ้าของไข้ และให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เป็นไปตามที่มีการนำเสนอในข่าวก่อนหน้านี้

แพทย์เจ้าของไข้ระบุว่า การผ่าตัดจมูกดังกล่าวเสร็จสิ้นเรียบร้อยและไม่ได้เกิดปัญหาระหว่างการผ่าตัด แต่ผู้ป่วยมีภาวะ Malignant Hyperthermia ระหว่างการดมยาสลบ ซึ่งเป็นภาวะผิดปกติที่พบได้ค่อนข้างน้อยแต่มีความอันตรายสูง จึงจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ทีมวิสัญญีแพทย์ได้ทำการแก้ไขภาวะดังกล่าวจนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และปัจจุบันผู้ป่วยรู้สึกตัวแล้ว

สำหรับภาวะ Malignant Hyperthermia ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการดมยาสลบ เกิดจากการตอบสนองผิดปกติของร่างกายต่อยาบางชนิด เช่น ยาดมสลบกลุ่ม Halogenated agents หรือยาคลายกล้ามเนื้อ Succinylcholine ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็งอย่างรุนแรง อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นเร็ว และอาจเกิดการสลายตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นภาวะที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง และมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังต้องรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากแพทย์เจ้าของเคส รวมถึงทางคลินิกที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อเท็จจริงครบถ้วนจากทุกฝ่ายต่อไป



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/P9hrjqns7a8

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ทำจมูก ,ศัลยกรรมจมูก ,ยาสลบ

คุณอาจสนใจ

Related News