สังคม

เจ้าสาวสุดช้ำ วิวาห์ล่มถูกเจ้าบ่าวทหารหลอกจัดงานแต่ง สุดท้ายโดนเท เสียหายนับแสน

โดย thichaphat_d

5 พ.ค. 2565

177 views

วิวาห์ล่ม สาวโรงงานสุดช้ำ ถูกเจ้าบ่าวที่เป็นทหารหลอกให้จัดงานแต่ง สุดท้ายไม่มาตามนัด จัดงานเสียหายนับแสน

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 65 ผู้สื่อข่าวปราจีนบุรี ได้รับแจ้งร้องทุกข์ จากน.ส.น้ำทิพย์ อายุ 40 ปี เป็นสาวโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ได้ร้องทุกข์ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็นทหารชื่อ จ.ส.อ.เอก สุวรรณหงส์ ได้ตกลงกับน.ส.น้ำทิพย์ และบิดามารดาว่าจะมาจัดพิธีมงคลสมรสในวันที่ 1 พ.ค.65 จึงตกลงกัน

พอถึงวันพิธีแต่งงานทางด้านเจ้าสาวได้จัดเตรียมงานทั้ง มีทั้งพิธีทางศาสนา โต๊ะจีน พร้อมเครื่องดื่มจำนวน 50 โต๊ะ สำหรับเลี้ยงแขก พอถึงเวลาแขกเริ่มเข้ามาภายในงาน ซึ่งเจ้าสาว และ ญาติได้ต้อนรับแขก พอถึงเวลาเข้าพิธีรอเจ้าบ่าว มาแต่เวลาผ่านไปไม่พบว่าเจ้าบ่าวจะมาเข้าพิธี ติดต่อไปก็ไม่รับสาย จึงรู้ว่าถูกหลอกให้จัดงานแต่ง

ตนเสียใจอย่างมาก แต่ก็ต้องทนยืนรับแขกที่มาร่วมพิธีคนเดียวโดยไร้เงาเจ้าบ่าวจนเสร็จงาน ทั้งทุกข์ระทมใจ แม้งานจะจัดเสร็จไปโดยไร้เจ้าบ่าว แต่ที่สำคัญคือตอนนี้ ตนและครอบครัวเป็นหนี้เกือบ 300,000 บาท เป็นเงินที่นำมาใช้จัดงานทั้งหมด และที่มาร้องผู้สื่อข่าว แม้เวลาจะล่วงเลยมา 2-3 วันแล้วก็ยังไร้เงาเจ้าบ่าวที่อ้างเป็นทหารมารับผิดชอบกับเรื่องนี้

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่บ้านเลขที่ 360 หมู่ที่ 6 บ้านสระจาน ตำบลนาดี อำเภอก นาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งไปพบกับ นางสาวน้ำทิพย์ ยังคงอยู่ในอาการที่เหม่อลอยและซึมเศร้า ทุกครั้งเมื่อกลับจากงานที่ทำมาอยู่บ้าน ซึ่งทางญาติเองก็ยังคงให้กำลังใจตลอด

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวยังพบว่าทางครอบครัวยังคงเก็บหลักฐานไว้โดยเฉพาะดอกไม้ ที่ประดับในพิธีรดน้ำสังข์ ป้ายชื่อ เจ้าบ่าว เจ้าสาว นอกจากนั้นที่บริเวณลานที่จัดสำหรับโต๊ะจีน เพื่อรองรับแขกที่มาร่วมงาน ยังมีร่องรอย ให้เห็นว่ามีการจัดเลี้ยงแขกจริง หลังจากนั้นทาง นางสาวน้ำทิพย์ ยังได้นำภาพถ่าย ที่ตนเองต้องจัดงานพิธีสมรส โดยไม่มีเจ้าบ่าวมาให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกับบิลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมแล้วเกือบ 300,000 บาท ซึ่งตนและครอบครัวจะต้องหามาใช้หนี้เค้า

จากการสอบถาม นางสาวน้ำทิพย์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนกับแฟนหนุ่ม ที่อ้างตัวเป็นจ่าสิบเอก ได้คบหาดูใจตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2564 โดยตลอดเวลาที่คบกัน เขาได้บอกกับเขาเป็นทหารยศจ่าสิบเอก และยังอ้างว่าเป็นบอดี้การ์ดให้กับนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลนาดี

ด้วยความบุคลิกการแต่งกาย และ การพูดจา จึงเชื่อแฟนหนุ่มว่าเป็นทหารจริง และเป็นบอดี้การ์ดของนักการเมืองท้องถิ่นจริง จึงไม่ได้สอบถามเพิ่มเติม ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา ชายคนดังกล่าวนั้นเป็นคนที่นิสัยดีเสมอต้นเสมอปลายเข้ากับคนที่บ้านพ่อแม่พี่น้องได้ดี โดยจะคอยทำอาหารกับข้าวภายในบ้านและดูแลทุกอย่างแทบจะทุกวัน

โดยก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ทิ้งงานแต่งนั้น ฝ่ายชายได้มาพูดคุย บอกว่าอยากจะขอแต่งงาน แต่เนื่องจากตนเคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่งจึงบอกกับฝ่ายชายว่า ไม่ต้องจัดงานใหญ่ก็ได้ แต่ฝ่ายชายบอกว่า อยากได้งานใหญ่นิดนึง เพราะเป็นทหาร และยังเป็นบอดี้การ์ดของนักการเมืองท้องถิ่น และมีบุคคลที่รู้จักใหญ่โตอีกหลายคน จึงตามใจแฟนโดยไม่ได้ห้ามอะไร

หลังจากนั้น แฟนก็ได้คุยกับพ่อแม่ โดยพ่อแม่ได้เรียกค่าสินสอดเป็นเงิน 200,000 บาท และทองคำหนัก 3 บาท เบื้องต้นทางแฟนรับปากว่าไหวและจะหาเงินมาทันในงานวันแต่งแน่นอน เดิมทีกำหนดงานไว้วันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ถ้าว่าเกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19 จึงไม่สามารถจัดงานได้ จึงได้เลยมาเป็นวันที่ 1 พฤษภาคม 2565 โดยที่ฝ่ายชายเป็นคนดำเนินการเรื่อง การจัดดอกไม้จัดซุ้มอาหารดนตรีเครื่องดื่ม ด้วยตนเอง

พอถึงงานวันแต่งวันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 02.00 น. ฝ่ายชายได้เก็บกระเป๋า แล้วบอกว่าจะไปนอนกับแม่ และ ญาติของตนซึ่งได้มาจองรีสอร์ทไว้ใกล้เคียงกับบ้านของต้น ส่วนตนนั้นต้องแต่งหน้าต่อจึง มอบเงินให้ฝ่ายายจำนวน 20,000 บาทเพื่อนำเป็นค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆในระหว่างงาน หลังจากนั้นตนก็แต่งตัวแต่งหน้าจนถึงเวลาประมาณ 06.00 น. กระทั่งหลานชายมาบอกว่าน้ำแข็งในงานมาลงแล้วจะต้องจ่ายเงินสดเขา จึงพยายามโทรหาแฟนว่าให้นำเงินมาจ่าย และ มาแต่งหน้าแต่งตัวเพราะว่าอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จะมีพิธีสงฆ์ ฝ่ายชายจึงรับปากว่ากำลังมา

และเมื่อถึงเวลาประมาณ 7:00 น ต้องเข้าสู่พิธีสงฆ์ตนจึงได้โทรหาฝ่ายชายอีกรอบ แต่ได้คำตอบมาว่า ตอนนี้มีปากเสียงเรื่องเงินสินสอดกับแม่ตนอยู่ ขอเวลาประมาณ 07.00 น เจ้าบ่าวจะรีบเข้ามาให้ทันพิธี โดยหลังจากนั้นก็โทรติดต่อแฟนหนุ่มไม่ได้อีกเลย จึงคิดได้ทันทีว่าฝ่ายชายได้หนีการแต่งงานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตอนนั้นรู้สึกช็อก และเสียใจมาก แต่เนื่องด้วยทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้วจึงแข็งใจออกมาทำพิธี โดยการตักบาตรเพียงคนเดียว ทำพิธีทางสงฆ์เพียงคนเดียว และต้อนรับแขกเพื่อให้งานผ่านพ้นไปด้วยดี และหลังจากเสร็จพิธีก็พยายามติดต่อไปยังแฟนของตน ก็ยังติดต่อไม่ได้ทนจึงได้ปรึกษากับครอบครัวและนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความบันทึกประจำวันแก่เจ้าหน้าที่ให้ตามหาฝ่ายชายให้มารับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในงานทั้งหมดด้วย

คุณอาจสนใจ

Related News