เลือกตั้งและการเมือง

“ภราดร” แจงอีกจะได้ไม่ต้องจุดธูปเรียก ลั่นรัฐบาลนี้จะเริ่มต้นให้ดู ปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

15 views

“ภราดร” แจงอีกจะได้ไม่ต้องจุดธูปเรียก ลั่นรัฐบาลนี้จะเริ่มต้นให้ดู ปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณ ชี้ถ้าทำตามน้ำแบบเดิมไร้อนาคตแน่ “ชัยชนะ” สวนกลับ อย่าเป็นแค่วาทกรรมกระจายอำนาจท้องถิ่น เหน็บธูปที่ “จูรี” จุดเรียก รมต.มาเยอะจริงๆ

วันที่ 1 ก.ค.69 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงว่า ขอใช้เวลาตรงนี้สั้นๆ เพื่อให้ท่านไม่ต้องจุดธูปเรียก กรณีระบุว่า การจัดทํางบประมาณแบบนี้ เรียกว่าการจัดทํางบประมาณแบบไร้อนาคต ซึ่งตนเองตอบไปตั้งแต่วันแรกแล้วว่าตนเองเห็นด้วยเกือบจะทุกอย่างของการอภิปราย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของระบบจัดทํางบประมาณของประเทศนี้ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนเห็นตรงกันทั้งหมด แต่ตนเองไม่เห็นด้วยอยู่ข้อเดียว คือชื่อที่ท่านตั้งว่างบประมาณไร้อนาคต ถ้าไม่ทํางบประมาณ 70 แบบนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าปี 71-72 ถ้ายังคงดําเนินการทํางบประมาณแบบเดิมที่เคยทํา แบบนั้นไร้อนาคตแน่นอน

“เมื่อรัฐบาลนี้เห็นว่า มันกําลังจะเดินสู่หายนะ เลยจําเป็นที่จะต้องมีการทํางบประมาณแบบปี 70 แบบที่เคยไล่เรียงไปแล้ว และก็ได้ยอมรับกับสภาแห่งนี้ ว่าไม่สมบูรณ์แบบ ด้วยเวลาที่จํากัด และข้อจํากัดของตัวเลขที่ผูกพันมาหลายปี เป็นความเจ็บปวดของประเทศนี้ ที่ผูกพันและหมักหมมมาหลายปีหลายรัฐบาล เชื่อว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เขาก็เห็นเหมือนที่ท่านเห็น เหมือนกับที่รัฐบาลนี้เห็น แต่น่าแปลกใจไหมครับ ว่าไม่มีใครที่จะกล้าลุกขึ้นมาแก้ไข หรือปฏิรูปวิธีการจัดทํางบประมาณเลย” นายภราดร กล่าว

นายภราดร กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเองเคยพูดไปจะเป็นประโยชน์กับประเทศนี้ หากหลังจากนี้มีการนําไปปฏิบัติจริงให้เกิดขึ้น และจะไม่เป็นเพียงวาทกรรมที่หลอกล่อให้พวกเราลงมติเห็นชอบแล้วจบไป ปีหน้ามาทําแบบเดิมอีก

โดยตนเองได้หารือร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งมีหลายประเด็นที่วางแผนไว้ว่าจะลงมือทําหลังจากนี้เป็นต้นไป โดยได้ชวนเพื่อนสมาชิกเอาไว้แล้วด้วย ทั้ง นายกรณ์ จาติกวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์แล้ว วันนี้ชวนท่านด้วยก็ได้ มาช่วยกันทํา เพราะเชื่อว่าถ้าไม่ทําแบบนี้ ในอนาคตระบบโครงสร้างงบประมาณของประเทศไปต่อไม่ได้ จึงจําเป็นต้องมีการปฏิรูป

ส่วนจะทํากันแบบไหน ขอชวนคิดสัก 3-4 ประเด็น แน่นอนว่าจะต้องใช้ความร่วมมือของสภาแห่งนี้ด้วย ทั้งเรื่องการแก้กฎหมาย ขอความรู้ ขอประสบการณ์ จากหลายๆ ท่าน เพื่อมาร่วมกันคิด ระดมสมองว่าจะทําแบบไหน

สําหรับเรื่องการจัดเก็บ ทราบมาว่า กมธ.การเงินการคลังฯ ได้เริ่มตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษา และปฏิรูปวิธีการจัดเก็บรายได้ของรัฐใหม่ ซึ่งตรงกับที่นายเอกนิติเคยวางแผนไว้ว่าจะปฏิรูป เพื่อทําให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

ส่วนเรื่องการจัดทํางบประมาณ ทั้งเรื่องการกู้ การเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ ของการจัดทํางบประมาณไปเรื่อยๆ ตนเองเคยเล่าไปให้ฟังแล้วว่า เรามีแผนและเดินตามแผนการคลังระยะปานกลาง ลดการขาดดุลลงเรื่อยๆ ใน 2-3 ปีนี้ เพราะรู้และเห็นตัวเลขเดียวกัน ชนเพดานแล้ว ซึ่งเราตระหนักรู้ และพยายามวางแผนในการลดการขาดดุลลง

“ขนาดบอกว่ารัฐบาลนี้ ไม่พยายามทําตามน้ำเหมือนอย่างที่เคยทํามา ถ้าทำ ถามว่าทําได้หรือไม่ มีเพดานให้กู้เพิ่มได้ มีแต่ไม่ทํา พยายามลดการขาดดุลลงเรื่อยๆ เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังให้มั่นคงมากขึ้น” นายภราดร กล่าว

สําหรับเรื่องความโปร่งใส รัฐบาลนี้ไม่ต้องให้ขอ ปกติที่ตนเองเคยอยู่ใน กมธ.งบประมาณฯ ที่มีการตั้งข้อสังเกตทุกปี เรื่องขอไฟล์เอ็กเซล จากสํานักงบประมาณ เพื่อจะมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ปีนี้ไม่ต้องขอรัฐบาลจัดให้ และเป็นเรื่องที่ทําให้พวกเราในสภาแห่งนี้ ได้นําข้อมูลไปวิเคราะห์ก่อนเป็นสัปดาห์

ขณะที่การตัดลดโครงการที่ไม่มีความจําเป็น ก็มีนโยบายชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี ให้พยายามต้องรัดเข็มขัด และแหล่งทุนแหล่งใหม่เพิ่มเติม โครงการไหนที่มีความซ้ำซ้อนกัน ก็พยายามตัดลดทอนกันลงมา

ส่วนการติดตามประเมินผล ก็ไม่เคยมีใครทํา ไม่มีรัฐบาลไหนทํา แต่ตนเองชวนสํานักงบประมาณทําแล้ว ปีนี้เรามาเริ่มต้นกันกับเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐ หน่วยงานราชการเอาไปทําให้เกิดมรรคผล เกิดประสิทธิผล ส่งถึงมือประชาชนให้ได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน หน่วยงานไหนประเมิน KPI แล้วดี ก็จะมีมีผลต่อการตั้งงบประมาณในปี 71 ต่อไป หน่วยงานไหนตก ปีหน้าท่านเตรียมตัว นี่คือที่มาการจัดทํางบประมาณแบบฐานศูนย์ ซึ่งเริ่มจากปีนี้ แล้วก็ยอมรับว่ายังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ปี 70 จะเป็นเกณฑ์สำคัญในการตั้งงบประมาณปี 71 เดี๋ยวมาดูกัน หน่วยงานไหน มีผลใช้งบประมาณต่ำกว่าเกณฑ์ ปีหน้าเจอกัน จะถูกตัดลดงบประมาณกันไป

อย่างไรก็ตาม ยังขอชวนสภาทำเรื่องการแก้กฎหมาย กบข. ซึ่งตั้งไว้ 70,000 กว่าล้านบาท ที่ต้องตั้งกลางไปชดเชย และสมทบเงินกองทุน กบข. มีช่องทางที่สามารถทําได้ และไม่กระทบ กบข.ด้วย

เรื่องบุคลากร ข้าราชการ รายจ่ายประจำ ที่รัฐไทยต้องจ่ายในแต่ละปี ก็ข้อมูลตรงกับท่าน ว่าวันนี้เงินรายได้ที่หาได้ จ่ายรายจ่ายประจํา เงินเดือนราชการ ใช้หนี้ก็หมดแล้ว ไม่ต้องไปใช้ในการลงทุน เงินทุนทั้งหมดมาจากการกู้ เพราะฉะนั้น เราต้องมาหาทางเพื่อช่วยกันบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐของประเทศนี้ด้วยกันหรือไม่ ก็ขอชวนท่านอีก

ส่วนสวัสดิการภาครัฐ ก็ได้มีการพูดคุยนอกรอบกับนายอภิสิทธิ์แล้วว่า ถ้าทําตั้งแต่สมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ท่านกรณ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 15 ปีที่แล้ว ไซส์เงินงบประมาณที่จ่าย ก็ไม่เติบโตมาถึงทุกวันนี้ เราเห็นปัญหานี้ร่วมกันมาหลายปีหลายรัฐบาลแล้ว แต่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าลงมือทํา รัฐบาลนี้จะเริ่มต้นให้ดู พวกเราตั้งใจปฏิรูปทั้งโครงสร้างงบประมาณจริงๆ จึงขอชวนทุกคน เพราะรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถทําได้ เราจําเป็นต้องอาศัยฝ่ายการเมือง ความร่วมมือจากข้าราชการ ขอความรู้จากนักวิชาการ ทั้งหมดทั้งสิ้นคือความตั้งใจ ที่รัฐบาลนี้ตั้งใจจะทํา

ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเองตั้งคำถามกับคณะรัฐมนตรี เรื่องงบจังหวัด และกลุ่มจังหวัด ที่ปรับลดไป 2,000 กว่าล้าน และรัฐมนตรีได้ลุกขึ้นตอบ แต่คำตอบยังไม่กระจ่าง ตนเองมีความสงสัยว่า เมื่อวานที่บอกว่างบกลุ่มจังหวัด ในกรรมาธิการงบประมาณ เราเห็นตรงกันว่าควรจะตัด ตนไม่เถียง แต่เราก็เห็นตรงกันว่าควรไปอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งงบปี 70 ได้รับการจัดสรรไปแค่ 880,000 ล้านบาท คิดเป็น 29.3% โดยมิติกรอบอำนาจงบประมาณครั้งนี้ เราควรอุดหนุนท้องถิ่น 900,000 กว่าล้าน และเราบอกว่าเราจะกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นทำไมเราไม่ลดงบตรงนี้และกระจายให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า และที่เอ่ยว่าหัวหน้าพรรคตนเอง ไม่ได้ทำเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ แต่เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ย้อนไปเรามีงบประมาณแค่ล้านล้านกว่าบาท เราเป็นผู้ริเริ่มเงินผู้สูงอายุ และ อสม. ซึ่งวันนี้ยังอยู่ที่เดิม เราริเริ่มพระราชบัญญัติกระจายอำนาจตั้งแต่วันนั้น ถึงวันนี้ เดินทางมา 27 ปีเต็ม เราบอกว่าควรกระจายอำนาจ แต่วันนี้เราหยุดอยู่กับที่ จึงอยากถามรัฐมนตรี

“ในคณะรัฐมนตรี ท่านตอบคำถามอยู่คนเดียว ผมเห็นใจท่าน ท่านทำงานหนักมาก และอยากถามว่าทำไมเราไม่ตัดงบของจังหวัด และมากระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นวันนี้ ธูปที่นายจูรี นุ่มแก้ว ได้จุดเมื่อวานนี้ ได้เรียกรัฐมนตรีมาเยอะจริงๆ แต่ก็ตอบอยู่คนเดียวคือท่านภราดร” นายชัยชนะ กล่าว

นายภราดร กล่าวตอบว่า เรื่องสวัสดิการที่บอกว่าทำไมไม่ทำตั้งแต่สมัยนายอภิสิทธิ์ ตนเองไม่ได้บอกว่าเป็นสวัสดิการผู้สูงอายุ หรือสวัสดิการ อสม. ตนเองพูดชัดว่า พูดถึงสวัสดิการของภาครัฐของข้าราชการ ถ้าเริ่มต้นทำแต่วันนั้น ภาระมันก็จะไม่บวมมาจนถึงวันนี้ ส่วนเรื่องเงินจังหวัดกลุ่มจังหวัด ที่ตัดรถลงไปตามข้อสังเกตของกรรมาธิการ ที่บอกว่าภารกิจใดที่ซ้ำซ้อน ตนเองก็ไม่เห็นมีใครเดือดร้อนคนเดือดร้อน ก็เห็นจะมีแต่ผู้รับเหมาเท่านั้นที่ไปวิ่งงานกับทางจังหวัด

นายภราดร กล่าวอีกว่า การกระจายอำนาจปีนี้จะเห็นว่าทุกหน่วยงานของภาครัฐถูกตัดลดงบประมาณ คงจะเป็นแค่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น เราไม่สามารถดันให้ถึงเป้าหมายที่ทุกคนปรารถนาให้ถึง 35% ด้วยความจำกัดของวงเงินงบประมาณที่เรามีอยู่เท่านี้

“ผมอธิบาย 2-3 วันมานี้ ท่านก็ไม่รู้ฟัง ก็ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะอธิบายท่าไหนแล้ว และรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องกระจายอำนาจรัฐบาล แม้ตัวเลขจะไม่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ก็มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเกือบหมื่นล้านเหมือนกัน และจริงๆ แล้วนายจูรีไม่ได้จุดธูป เพราะผมมาก่อน”

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีได้ตอบคำถามในประเด็นที่ตนเองสงสัย แต่การตัดงบจังหวัดตัดภารกิจที่ซ้ำซ้อน ตนเองไม่เถียง แต่ความเห็นกรรมการงบประมาณ เราพูดชัดเจนว่าตัดก้อนนี้ท้องถิ่นมี 7,000 กว่าที่ หากนำ 20,000 กว่าล้านไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,000 กว่าแห่ง จะได้ไปพัฒนาในองค์กรได้ แล้วที่บอกว่ามีแต่ผู้รับเหมาที่ไปเดือดร้อน ตนเองก็ไม่ทราบว่าผู้รับเหมาเป็นใคร แต่ที่ทราบอยู่ที่นั่งในสภาแห่งนี้ รัฐมนตรีน่าจะทราบมากกว่าตนเอง เพราะอยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะผู้รับเหมาอยู่ซีกทางไหนก็ไม่รู้ แต่ไม่ใช่ซีกฝ่ายค้าน ท่านไปสืบหาได้ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าจะกระจายอำนาจวันนี้ อย่าเป็นเพียงวาทกรรม และไปหลอกใช้เขาตอนหาเสียงเลือกตั้งเลย กระจายอำนาจที่แท้จริง ไม่ใช่กระจายอำนาจ แต่ช่วยกระจายงบประมาณไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง  งบปี 70 ,ภราดร ปริศนานันทกุล

คุณอาจสนใจ

Related News