เลือกตั้งและการเมือง
“ศิริกัญญา” เปิดฉากถกงบปี 70 ไร้แนวทางแก้ปัญหาฝีแตก หั่นงบลงทุนแต่ทำถนนยังนำโด่ง
2 ชั่วโมงที่แล้ว
18 views
“ศิริกัญญา” เปิดฉาก ถกงบปี 70 ไร้แนวทางแก้ปัญหาฝีแตก ไม่สอดคล้องใช้จ่ายจริง หั่นงบลงทุนแต่ทำถนนยังนำโด่ง จัดงบหลอกตาสภาว่าใช้น้อย แต่สุดท้ายไม่พอต้องควักเงินเก๊ะสมบัติเจ้าคุณปู่มาใช้ เหน็บไร้โครงการใหม่ แค่ใส่ “พลัส” ต่อท้าย ขณะโครงการ AI เป็นเหมือนรหัสเอทีเอ็มได้รับงบมากพิเศษ ชี้ปีนี้เดิมพันสูง หากสถานการณ์โลกไม่เป็นไปตามคาด หวั่นหนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 70%
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายเป็นคนแรกหลังนายเอกนิติ แถลงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ว่า เป็นงบประมาณเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 7,400 ล้านบาท ในส่วนของรายได้ 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 79,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่เพิ่ม แต่ทั้งที่งบเพิ่มไม่มากปรากฏว่าเรายังต้องกู้เพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณในระดับที่สูงอยู่มาก ท่านอาจจะบอกว่าเรามีวิกฤตพลังงานที่กำลังซ่อนอยู่ แต่รัฐบาลก็เพิ่งได้เซ็นเซ็กเปล่าให้กับตัวเองได้กู้เงินไปแล้วถึง 4 แสนล้านบาท ดังนั้น เอาวิกฤตมาอ้างในเรื่องของการขาดดุลสูงขนาดนี้ก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก กลายเป็นว่าการขาดดุลงบประมาณเกิน 3% ต่อจีดีพี กลายเป็นความปกติใหม่และสะท้อนว่าเรากำลังอยู่ในปัญหาที่เรื้อรังว่าค่าใช้จ่ายที่มีจะเพิ่มขึ้นแต่รายได้ของรัฐบาลนั้นขยับตามไม่ทัน จึงสะท้อนผ่านการจัดสรรงบประมาณในปี 70 ว่ารายจ่ายลงทุนนั้นโดนหั่นลงไป 70,000 ล้านบาท แต่รายจ่ายประจำกลับเพิ่มขึ้นสวนทาง โดยรายจ่ายประจำที่ตัดไม่ได้หรือปรับอะไรไม่ได้ จนไม่สามารถใช้กลเม็ดทางงบประมาณเพื่อปกปิดอำพรางได้อีกต่อไป ก่อนหน้านี้รัฐบาลที่ผ่านมาก็จะใช้วิธีหลอกตาสภาว่ารายจ่ายประจำนั้นน้อยอยู่ โดยการใส่ตัวเลขให้น้อยไว้ แล้วก็ใช้วิธีหมุนเงินเอาเมื่อถึงเวลาที่ต้องเบิกจ่ายก็ไปหมุนเงินเอาเงินสำรองไปโปะบ้าง ควักเงินคงคลังไปจ่ายบ้าง แต่นานวันก็ยิ่งปกปิดอำพรางเรื่องนี้ออกไปไม่ไหวแล้วจึงจำเป็นต้องใส่เพิ่มเข้าให้เคียงกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า งบประมาณปีนี้เพิ่ม ถึงจะไม่มากแต่ก็เป็นข้อกังขาว่าทำไมหน่วยงานต่างๆกลับได้รับงบประมาณลดลงถ้วนหน้า เกินครึ่งหนึ่งของกระทรวงได้รับงบประมาณลดลง ถ้าดูในระดับกรมพบว่า 70% ของหน่วยรับงบประมาณได้รับงบลดลงจากปี 69 ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ยิ่งหน่วยไหนถืองบลงทุนมาก ก็จะจะยิ่งถูกตัดมากตามไปด้วย เพราะหน่วยที่ได้เพิ่มเยอะจริงๆนั้นมีไม่มาก เพราะส่วนที่เพิ่มมากที่สุดคืองบกลาง โดยเฉพาะรายการประเภทที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นงบบำเหน็จ บำนาญ ข้าราชการ ซึ่งกระทรวงการคลังได้เพิ่มไป 40,000 ล้านบาท ไม่ได้เป็นโครงการที่จะไปพัฒนาอะไรใหม่ๆ แต่เป็นรายจ่ายดอกเบี้ย แล้วเราก็ไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยอะไรเพิ่มมากขนาดนั้น เพียงแต่ใส่ตัวเลขให้สะท้อนกับความเป็นจริงเท่านั้น สะท้อนว่าวันนี้แผลเรื้อรังของงบประมาณไทยเอาอะไรมาปกปิดไว้ก็ไม่อยู่แล้ว
“ฝีที่ถูกบ่มมาหลายปี มันแตกแล้วในปีงบประมาณ 70 แม้ว่ารัฐบาลนี้จะพึ่งเข้ามาได้ไม่นาน เราเข้าใจ แต่ในคำแถลงของรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีการแสดงความรับผิดชอบหรือยื่นอกยอมรับว่าจะต้องมีการปรับปรุงปฏิรูปการคลัง ยังคงกอดแต่คำพูดสวยหรูว่าเรารักษาวินัยการเงินการคลังเอาไว้แล้ว ยังคงภูมิใจที่บริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งเพิ่มเอาท์ลุค แต่ปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรม ปัญหาที่เรื้อรังไม่ได้มีการเก็บมาพูดถึงหรือเอามาจัดการอย่างจริงจัง ถ้ายังคงทำกันแบบเดิมๆแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะไม่ใช่แค่หนองที่ไหลออกมา แต่เลือดก็จะไหลออกไม่หยุดเช่นเดียวกัน เพราะปัญหาที่ซ่อนอยู่คือเราจัดเก็บรายได้ได้ไม่พอกับที่จ่าย เราไม่กู้เท่าที่เราจะจ่ายไหว เราไม่จัดการกับรายการรายจ่ายประจำที่ลดยาก ในอนาคตเหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นวนเป็นลูปนรก งบประมาณของประเทศก็จะขาดดุลในระดับสูงกันไปแบบนี้แบบที่ กดไม่ลง กดอย่างไรก็ไม่ลง แต่การพัฒนาประเทศหรือการทำโครงการอะไรใหม่ๆ เพื่อพาประเทศไปข้างหน้าก็จะไม่เกิดเพราะไม่เหลืองบประมาณอะไรอีกต่อไป ความหวังที่จะลดหนี้สาธารณะลง ลดการขาดดุลลงก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ แล้วเราก็จะมารอดูกันว่า สรุปแล้วเราจะยังรักษาวินัยการเงินการคลังได้นานแค่ไหน แล้วบริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งจะคงอันดับเราไว้นานแค่ไหน” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อไปว่า ในส่วนรายละเอียด เริ่มจากรายจ่าย ในปีนี้ทางสำนักงบประมาณได้ทำไฟล์เป็น Excel ซึ่งมีข้อดีที่ทำให้เห็นว่ารายการใดเป็นรายจ่ายลงทุน รายจ่ายประจำ ตนขอยกตัวอย่างว่า สิ่งที่เราไม่คิดว่าจะนับเป็นรายจ่ายลงทุนแต่ดันนับเป็นรายจ่ายลงทุนคือ ในงบกลาง เงินสำรองจ่ายฉุกเฉินจำเป็นที่ปีนี้มีการอนุมัติ 1 แสนล้านบาท อนุมัติเพราะเป็นเงินสำรองจ่ายใช่หรือไม่ โดยที่เรายังไม่รู้ว่าเงินสำรองจ่ายจะถูกนำไปใช้อะไร เรื่องที่ยังไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้คืองบรายจ่ายประเภทรายจ่ายฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ปีนี้ตั้งมา 12,000 ล้านบาท ก็บอกว่างบรายจ่ายส่วนนี้เป็นรายจ่ายลงทุนถึง 80% ซึ่งปกติที่เห็นคือเป็นการแจกเงิน ไม่มีทางที่จะถูกนับเป็นรายจ่ายลงทุนได้ เป็นสิ่งที่เรายังไม่รู้ในอนาคตว่าจะจ่ายอย่างไร แต่เรารู้ได้อย่างไรว่าจะเป็นรายจ่ายลงทุน ซึ่งก็ยังมีข่าวดีคืออะไรที่เราเห็นว่าควรจะเป็นรายจ่ายลงทุน ปีนี้เป็นรายจ่ายลงทุนแล้วนั่นคืองบประมาณที่ใช้กับการวิจัยและพัฒนา ข่าวร้ายคือ งบวิจัยสำหรับปีนี้ถูกตัดลดลงไปถึง 6,000 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 19,000 ล้านบาท เหลือเพียง 13,000 ล้านบาท
น.ส.ศิริกัญญา ยังเปรียบเทียบงบประมาณกับปี 69 เรื่องงบก่อสร้างว่า มีเยอะเกินไป มีอาคารที่สร้าง ไม่รู้เสร็จ และถูกทิ้งร้าง ปีนี้ต้องขอขอบคุณที่มีการตัดลดงบประมาณไปถึงครึ่งหนึ่ง แต่งบรายจ่ายลงทุนสูงสุดก็ยังเป็นงบถนน แต่ก็ต้องจับตาดูว่างบภาษีที่เราหั่นไปแล้วจะดูว่าผู้รับเหมาจะมีกินมีใช้ หรือไปลงที่ผู้รับเหมาชั้นใด สำหรับงบรายจ่ายประจำปีนี้พุ่งขึ้นมาสูง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจริงในปีนี้
“เมื่อเราต้องจัดงบให้เพียงพอกับที่ต้องจ่ายจริง ที่มีรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นมาอีกมากมายเกือบแสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณก็ติดลิมิตและข้อจำกัดหมดแล้ว ไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อีกแล้ว เราได้แต่ภาวนาว่าในปี 2570 รัฐบาลจะหมุนเงินได้ทันและเพียงพอ เพื่อนำมาจ่ายในส่วนของงบประมาณที่ตั้งไว้แต่ขาดอยู่ เพราะต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา หมุนเงินไม่ทันต้องไปควักเงินคงคลังมาใช้ เหมือนเป็นกระเป๋าสำรองเป็นเก๊ะสมบัติเจ้าคุณปู่ ที่เมื่อไหร่ที่ควักออกมาใช้ปีต่อๆ ไปก็ต้องจ่ายคืน” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตกลงแล้วประเทศนี้ใช้งบประมาณแต่ละปีเท่าไหร่กันแน่ เพราะที่ขอสภาไปมันไม่ถึง แต่พอใช้จ่ายไม่พอก็ไปขอเงินคงคลัง ทำให้วนลูปอยู่แบบนี้ที่ปีต่อๆไปต้องไปตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลัง กินงบประมาณที่เราจะสามารถใช้ได้ในอนาคต เท่ากับว่าจะต้องขาดดุลเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ พองบประมาณติดข้อจำกัดแบบนี้ ทำให้เราไม่ค่อยเห็นโครงการใหม่ๆเกิดขึ้นในเอกสารงบประมาณปี 2570 อาจจะเห็นเรื่องของการเปลี่ยนชื่อโครงการ แต่ยังเป็นโครงการเดิม และที่ตลกคือการที่รองนายก รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอ่านชื่อโครงการต่างๆออกมามากมาย ที่มีชื่อต่อท้ายว่า “พลัส” แต่พอดูในเอกสารงบประมาณปรากฏว่าไม่มีโครงการที่มีชื่อต่อท้ายว่า “พลัส” แต่อย่างใด
และเมื่อมาดูนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ และอยู่ในคำแถลงนโยบาย หลายโครงการไม่ได้เป็นตามที่แถลงไว้ แม้จะเป็นนโยบายที่หาเสียงและอยู่ในคำแถลง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้ และสิ่งที่เราเห็นคือคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ กลายเป็นรหัส ATM ใหม่ของปี 70 ถ้ามีโครงการที่ชื่อว่า AI หรือคำว่าปัญญาประดิษฐ์ก็จะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ ปีที่แล้วโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ไม่ถึง 1 พันล้านบาท แต่ปีนี้เพิ่มมา 2 เท่า ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท 176 โครงการ แต่ยังหายุทธศาสตร์ในโครงการเหล่านี้ไม่ได้ เพราะต่างคนต่างคิดจะทำ แต่ก็ยังมีข้อดีที่เห็นในงบปี 70 คืองบกระจายอำนาจที่เพิ่มขึ้น แม้จะเพิ่มขึ้นไม่เยอะก็ตาม จึงอยากจะชื่นชมว่ามีการตัดลดงบที่กระจุกอำนาจเอาไว้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่หากดูภาพรวมแล้ว งบประมาณที่เพิ่มขึ้นสำหรับการกระจายอำนาจ เมื่อดูจริงๆแล้วเพิ่มขึ้นเพียง 7,615 ล้านบาท และที่สำคัญที่สุดสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐบาลโดยรวมยังไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วยังคงอยู่ที่ 24.35% เท่าเดิม
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ยังมีข่าวดีเล็กๆอีกข่าวหนึ่งคืองบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น แต่ข่าวร้ายคือใช้หนี้แค่ 1,400 ล้านบาท เพราะหนี้ที่ยังคงค้างจ่ายอยู่ที่ 48,000 ล้านบาท ซึ่งเรายังอยากได้ยินชัดๆ ว่าแผนการใช้หนี้ตรงนี้เป็นอย่างไร สำหรับรัฐบาลนี้ และยังมีอีกหนึ่งข่าวดีคือในเอกสารงบประมาณมีโชว์ยอดหนี้ ตามมาตรา 28 เพราะเราเคยพูดกันในสภาว่ามีหนี้ที่รัฐบาลให้หน่วยงานจ่ายไปก่อนแล้วตามใช้คืนทีหลัง และหน่วยงานที่รับเคราะห์เรื่องนี้ตลอดคือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) แต่ข่าวร้ายคือเราจ่ายหนี้ธกส. ลดลงไปกว่าครึ่ง ซึ่งสิ่งที่เราอยากได้คือแผนการใช้หนี้ธกส.ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ซึ่งในฝั่งของรายจ่ายเราเห็นว่ามีปัญหาเต็มไปหมด สะท้อนถึงแผลเรื้อรังของรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้ก็ยังไม่มีแนวทางแก้ไข สุดท้ายงบประมาณที่เหลือจะนำไปพัฒนาประเทศก็น้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะตัวรายจ่ายที่ตัดไม่ได้มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ส่วนรายได้ปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ เพิ่ม 70,000 ล้านบาท โดยกรมสรรพสามิตเป็นผู้รับเป้าที่จะต้องจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 33,000 ล้านบาท โดยจะต้องเป็นการจัดเก็บภาษีน้ำมัน 54,000 ล้านบาท จึงอยากถามว่าการจัดเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มนั้น จำเป็นจะต้องเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มเติมในช่วงที่ราคาน้ำมันยังไม่ลงเป็นราคาปกติหรือไม่และจะเป็นเมื่อไหร่ นอกจากนี้ยังมีภาษีอีกหลายตัวที่จะต้องเก็บเพิ่ม เพื่อให้เข้าเป้ายอดที่วางไว้ เช่น ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร 1,000 บาทต่อคน เพื่อให้ได้เงินมาประมาณ 12,000 ล้านบาท และการปรับปรุงภาษีรายได้บุคคลธรรมดาอยากจะขอคำยืนยันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าสรุปแล้วจะมีการปรับค่าลดหย่อนภาษีประเภทใดบ้างเพื่อให้ได้เงินมาอีก 50,000 ล้านบาท รวมถึงภาษีบาปต่างๆ ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายปี เพราะการจัดเก็บภาษีรายได้ลดลง จึงอยากจะขอคำยืนยันว่า ภาษีตัวใดจะได้ไปต่อหรือภาษีตัวใดจะเอาไว้ก่อนเพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปตามเป้า และจะมีแนวทางอย่างไรในการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาระหนี้ที่ตามมา ปีนี้ถือว่าโชคดีจริงๆ เพราะรัฐบาลได้เงินเฟ้อมาช่วยชีวิต เพราะเงินเฟ้อทำให้ขนาดของจีดีพีโตขึ้น โดยที่ไม่ได้ใหญ่ขึ้นตามการพัฒนาเศรษฐกิจจริง
รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า เมื่อจีดีพีใหญ่ขึ้นทำให้ตัวเลขหนี้สาธารณะต่อจีดีพีลดลง แต่งบปี 70 ตนมองว่ามีความไม่แน่นอน โดยมีสมมุติฐาน 2 เรื่อง คือเศรษฐกิจจะต้องโตเกิน 2.5% และเงินเฟ้อจะต้องสูง 2.2% ซึ่งถือเป็นการเดิมพันที่สูงมาก การคาดการณ์เงินเฟ้อหากสงครามยืดเยื้อ แล้วราคาพลังงานจะอยู่ในระดับที่สูง ทำให้ระดับเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงต่อไป แต่หากไม่เป็นไปตามปี 70 หนี้สาธารณะก็จะทะลุ 70% ทันที ที่เรากังวลมากกว่านั้นคือดอกเบี้ยต่อรายได้ ปีนี้อย่างที่บอกว่ากระทรวงการคลังได้รับงบประมาณในการชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นประมาณ 40,000 ล้านบาท ทำให้ดอกเบี้ยต่อรายได้พุ่งทะลุถึง 10% เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ต้องมาลุ้นกันต่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะไปกระทบต่อการจัดลำดับความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะหลายที่ใช้ตัวนี้เป็นตัวสำคัญในการตัดเกรด ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่รักษาวินัยการเงินการคลังหรือไม่ และสามารถมีงบประมาณเหลือจ่ายไปใช้กับเรื่องอื่นหลังจากชำระหนี้แล้วหรือไม่
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า นี่คือภาพรวมของงบประมาณปี 70 คิดว่าสะท้อนปัญหาหลายอย่างตั้งแต่เรื่องรายจ่ายประจำที่เพิ่มสูงขึ้น รายจ่ายลงทุนถูกตัดไป ยังไม่ต้องพูดถึงว่าที่เหลือจะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจทำให้เงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด ตนจึงอยากเรียกร้องว่าเพื่อให้ปัญหาเรื้อรังนี้หมดไปเราต้องการผู้นำ นายกรัฐมนตรี รองนายกด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มุ่งมั่นจริงจังอยากแก้ปัญหานี้จริงๆ พูดถึงปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงแค่พูดว่าจะรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่ต้องนำเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์และเป็นรูปธรรม นำเราออกจากแผลวิกฤตเรื้อรังที่เป็นฝีแตกอยู่ในทุกวันนี้ แต่ในงบปี 70 ตนยังไม่เห็นว่าจะนำพาประเทศนี้ออกจากจุดนั้นได้อย่างไร ยังไม่เห็นว่าสุดท้ายยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่บอกมาทั้งหมด จะไปปรากฏอยู่ในงบประมาณปี 70 อย่างไร และยังไม่เห็นว่าท้ายที่สุดแล้วประเทศจะเติบโตอย่างมีคุณภาพ ใช้งบประมาณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ตนก็จะติดตามการพิจารณางบ 70 นี้อย่างเข้มข้น เพื่อให้เงินภาษีของประชาชนถูกลงช่วยเหลือประชาชนได้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ไม่ให้มีส่วนรั่วไหล ที่มีส่วนต่อการสุ่มเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชั่น เรียกรับผลประโยชน์ หรือติดสินบนอามิสสินจ้าง แม้ภาษีที่เราเก็บได้จะน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่เราก็ต้องใช้อย่างคุ้มค่า
แท็กที่เกี่ยวข้อง ศิริกัญญา ตันสกุล ,งบประมาณปี70 ,งบปี 70