เลือกตั้งและการเมือง
“รักชนก” เปิดชื่อ 4 กระทรวง ไม่ส่งข้อมูลคำของบปี 70 ชวนจับตางบประมาณพิสูจน์ความจริงใจรัฐบาล
2 ชั่วโมงที่แล้ว
63 views
“ไอซ์ รักชนก” เปิดชื่อ 4 กระทรวง ไม่ส่งข้อมูลคำของบปี 70 แฉท้องถิ่นฟ้องถูกสำนักงบฯ หั่นเงิน จี้เปิดข้อมูลโปร่งใส ชวนจับตางบประมาณพิสูจน์ความจริงใจรัฐบาล ชี้เสียงวิจารณ์ทำหลายโครงการถูกปรับถอน ลั่นหากผู้มีอำนาจไม่ฟัง อีก 3 ปี เจอ ปชช.ลงโทษ
วันนี้ (11 ก.ค.69) ที่รัฐสภา นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวเปิดบรรยายถึงการศึกษาการจัดทำงบประมาณ ว่า ทำไมเราถึงต้องสนใจเรื่องงบประมาณ เพราะงบประมาณอยู่รอบตัวเราตั้งแต่ลืมตาดูโลก เราจะได้ค่าเลี้ยงดูบุตรเท่าไหร่ จะได้รับการศึกษาแบบใด รวมถึงปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษางบประมาณทั้งสิ้น ซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน ประกอบด้วยคน คือ ข้าราชการ ลูกจ้าง กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎระเบียบ เราจะกำกับให้ใครได้สิทธิเสียสิทธิอะไรเกิดจากกฎหมาย และงบประมาณ
นางสาวรักชนก กล่าวว่า การจะแก้ไขปัญหาหรือขับเคลื่อนอะไร ต้องใช้ 3 อย่างคือ คน กฎ งบ และการที่เราต้องรู้เรื่องงบประมาณเพื่อจะได้รู้ว่าคนที่สัญญากับเราในช่วงเลือกตั้ง มีความจริงใจที่จะทำในสิ่งที่เขาพูดจริงๆ หรือไม่ ทางนี้ก่อนจะมีเล่มงบประมาณขาวคาดแดง จะต้องมีคำของบประมาณก่อน ซึ่งจะมีมูลค่าเป็น 2 เท่าของงบประมาณ ที่จะได้รับการจัดสรรจริง โดยงบประมาณปี 2570 กรรมาธิการติดตามงบฯ ได้ทำหนังสือส่งไปทุกกระทรวง ทุกกรม ทุกท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่นส่งกลับมาให้กรรมาธิการในลักษณะต้องการจะฟ้องว่า สำนักงบประมาณตัดงบ แต่กระทรวงหวงคำของบประมาณมาก เพราะไม่อยากให้เห็นว่าทำคำของบมาแบบไหน
ตนขอเปิดชื่อกระทรวงที่ไม่ส่งข้อมูลให้กับกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข ส่วนกระทรวงที่ส่งข้อมูลน้อยมาก คือกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับกระทรวงที่ส่งข้อมูลคำของบประมาณมาให้แล้วแต่ถอนกลับ คือ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นางสาวรักชนก กล่าวว่า เมื่อไปดูรายละเอียดของคำของบประมาณ ยกตัวอย่างของเทศบาลนครหาดใหญ่ พบว่า เจ็ทสกีเครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ จำนวน 8 ล้านบาท แล้วยังมีคำของบประมาณห้องเรียนอัจฉริยะ ทำให้ประชาชนเห็นว่าเรื่องนี้ใครพูดจริง เพราะจะเห็นว่าท้องถิ่นขอมาแต่รัฐบาลอาจจะอนุมัติงบกลางให้ เวลาจะดูว่ารัฐบาลมีความจริงใจพูดความจริงกับเราหรือไม่ ว่าใส่ใจก็ไปดูการตั้งงบประมาณ หรือตั้งโครงการอะไรในการดูแล จึงต้องตั้งคำถามว่าหลายเรื่องทำไมรัฐบาลถึงไม่ตั้งงบปกติในการแก้ไขปัญหา
หลายคนมักจะมองพวกเราที่เป็น สส.ด้วยความชื่นชมเป็นความหวัง แต่การที่จะเปลี่ยนแปลงสร้างสรรค์ประเทศให้ดีขึ้นไม่ได้อยู่ในมือของพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือมือของใครคนใดคนหนึ่ง แต่อยู่ในมือของทุกคน และการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ทุกคนต้องช่วยกันส่งเสียง เช่น กรณีล่าสุด แนวคิดปรับเกณฑ์ลูกใช้สิทธิดูแลพ่อแม่เพื่อลดหย่อนภาษี และตัดสิทธิพ่อแม่ในการรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ถูกประชาชนและสื่อวิพากษ์วิจารณ์ สุดท้ายก็ต้องพิจารณาปรับลดเกณฑ์นี้ออกไป
รวมถึงโครงการ TH-AI Passport ที่ถูกจับตา จนรัฐบาลต้องยอมขยับและมีการแก้ไขสัญญาจากงบประมาณเหมาจ่าย ให้ใช้ได้คุ้มค่ามากขึ้นเล็กน้อย แม้พรรคประชาชนอยากจะให้ยกเลิกโครงการนี้ก็ตาม ตนหวังว่าผลของการวิพากษ์วิจารณ์น่าจะส่งผลให้สำนักงบประมาณ ตัดโครงการนี้ออกทั้งโครงการในปีหน้า จึงไม่อยากให้คิดว่าเมื่อเราด่าหรือวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดไปแล้วจะไม่มีอะไร หรือเขาไม่ฟังเรา ถ้าเราเป็นเสียงเดียวก็อาจจะถูกละเลย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารวมกันเป็นกลุ่มก่อน และร่วมกันชี้ว่าอะไรคือปัญหาของประเทศ ไม่ว่าจะอย่างไรเราก็ต้องฟัง สุดท้ายเราก็ยังมีอำนาจในมือด้วยการลงโทษในอีก 3 ปีข้างหน้าหากเขาไม่ฟังเสียงของเรา
นางสาวรักชนก กล่าวอีกว่า ระบบงบประมาณที่เราอยากเห็น คือระบบป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ตั้งแต่ต้นทางด้วยการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนรับทราบ ให้เข้าถึงข้อมูลได้เหมือนที่พรรคประชาชนเรียกร้องให้มีการถ่ายทอดสดในกรรมาธิการงบประมาณ แล้วมีคนมาล้อว่า “ถ่ายทอดแล้วยังไง มีคนดู 5 คน 10 คน” แต่เป็นการทำให้ทุกอย่างโปร่งใส ประเด็นคือใครอยากดูต้องได้ดูเพราะคือภาษี เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานว่าเขาเอาเงินไปทำอะไร
แท็กที่เกี่ยวข้อง ไอซ์ รักชนก ,งบปี 70