การเมือง

"ชูวิทย์" ยื่นหนังสือกรรมาธิการ ปปช.สภาฯ ร้องตรวจสอบเส้นทางการเงินของ "สันธนะ"

โดย nattakarn_l

23 พ.ย. 2565

271 views

            นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  เดินทางไปที่รัฐสภา ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร   เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงินของนายสันธนะ ประยูรรัตน์  เนื่องจากนายสันธนะ เคยถูกไล่ออกจากราชการมาก่อน  และปัจจุบันก็ไม่มีความชัดเจนว่า ทำงานอะไร จึงมีรายได้ มีบ้านหรู รถหรู

          นายชูวิทย์ ยังนำสำเนาเอกสารการไล่ออกจากราชการของนายสันธนะมาเปิดเผย พร้อมตั้งคำถามว่า บุคคลที่ถูกไล่ออกจากราชการ จะสามารถไปตรวจสอบคนอื่นได้หรือไม่ และยังระบุด้วยว่า นายสันธนะ เป็นบุคคลที่เป็นอันตรายต่อสังคม  นายชูวิทย์ ยังบอกว่า จะรอนายสันธนะ ที่คาดว่าจะตามมาที่รัฐสภาด้วยว่า เพื่อสอบถามว่า เอกสารไล่ออกจากราชการนี้ เป็นเอกสารที่ถูกต้องหรือไม่

         นายชูวิทย์ ยังบอกว่า มีหลายคนเตือนตนว่าอย่าไปชนกับคนแบบนี้  ต้องบอกว่าตนเองไม่มีต้นทุนอะไร และเมื่อถูกใส่ร้ายก็จำเป็นต้องปกป้องตัวเอง ที่ผ่านมา ตนเองถูกตรวจสอบมาหลายครั้ง เมื่อทำผิดก็ยินดีเข้าคุก  วันนี้อยากทำเพื่อบ้านเมืองบ้าง  โดยได้มอบเอกสารชุดสุดท้ายที่แสดงถึงทรัพย์สินต่างๆ ของกลุ่มทุนจีนสีเทาให้กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ก็ถือว่าตนหมดหน้าที่  หลังจากนี้ก็พร้อมจะมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ หรือหากนายสันธนะจะให้คณะกรรมาธิการฯ สอบสวนตนบ้าง ก็ยินดี  พร้อมกับฝากขนมทัลโกนา จากภาพยนตร์ดัง สควิดเกม ให้นายสันธนะไปนั่งจิ้มเล่นด้วย

             ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร   ระบุว่า ตนเองทราบมาตลอดว่า นายสันธนะถูกไล่ออกจากราชการ แต่ไม่มีหลักฐานมายืนยัน จนกระทั่งวันนี้นายชูวิทย์ นำหลักฐานมามอบให้ ก็จะรีบไปดำเนินการตรวจสอบ  

            ส่วนกรณีที่นายสันธนะบอกว่า ตนคนเชิญนายสันธนะไปที่พรรค ยอมรับว่าเชิญจริง แต่เป็นการเชิญเพื่อขอข้อมูล เนื่องจากในขณะนั้นตนต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เรื่องบ่อน จึงต้องเชิญนายสันธนะมาให้ข้อมูลประกอบการอภิปราย   ส่วนนายชูวิทย์นั้น มองว่า เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ทั้งธุรกิจและการเมือง  ทำธุรกิจถูกกฎหมาย แต่ที่ผ่านมาอาจมีเรื่องผิดพลาดบ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องชั่วร้าย จึงมองว่า เป็นคนมีความรู้ความสามารถ น่าจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้  

         ส่วนที่นายชูวิทย์ ตั้งคำถามว่า หากพลเมืองดีคนธรรมดา ที่มีข้อมูลการกระทำความผิด เมื่อออกมาเปิดโปงแล้วกลับถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกทำร้าย จะปกป้องอย่างไร ตนก็มองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพื่อให้คนดีกล้าที่จะแจ้งเบาะแสคนกระทำผิด เพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองต่อไป

คุณอาจสนใจ

Related News