เลือกตั้งและการเมือง
“สุริยะ” แจงยิบย้าย “ราเชน” ขู่ฟ้องถ้าไม่หยุดพูดให้ร้าย ถามกลับไม่เคยให้หลานพบรู้ได้ไงของาน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
41 views
เสียงสะท้อนรายย่อย! ร้านซักรีด-โชห่วย กังวลค่าไฟพุ่งทำต้นทุนทะลัก เผยยังไม่ปรับขึ้นราคาเศรษฐกิจไม่ดี ต้องประหยัดสุดตัว วอนรัฐช่วยค่าโซลาร์เซลล์
ทีมข่าวได้ไปสำรวจบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งเปิดทำธุรกิจร้านซัก-อบ-รีด ย่านเอกมัย เจ๊จู ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน วัย 64 ปี เปิดร้านซักอบรีดมา 37 ปี บอกว่า ที่ร้านมีเครื่องซักผ้าที่ใช้ 2 ตัว และเครื่องซักผ้าสำรอง 1 ตัว นอกจากนี้มีเครื่องอบผ้า 1 ตัว เตารีดมี 2 ตัว ซึ่งค่าไฟก็อยู่เฉลี่ยเดือนละประมาณ 4,400 ถึง 4,500 บาท
ส่วนชั้น 2 ของบ้านจะเป็นที่อยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัว 5 คน ซึ่งมีเครื่องปรับอากาศ 2 ตัว และเจ๊จูก็มีชั้นดาดฟ้าเล็กๆ สำหรับตากผ้าให้แห้ง แทนการใช้เครื่องอบผ้า เพราะเครื่องอบผ้ากินไฟ ถ้าฝนไม่ตกทั้งวันทั้งคืนจริงๆ ก็จะไม่ออกมาใช้ ซึ่งอย่างหน้าฝนมีเฉลี่ยเปิดอยู่ประมาณ 3-4 วัน ส่วนตอนกลางคืนก็ตากผ้าที่ชั้นล่างอยู่แล้ว แล้วเปิดพัดลมช่วย ก็แห้งไปครึ่งหนึ่งแล้ว และในตอนเช้าถ้าฝนไม่ตกก็ประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงก็สามารถเก็บผ้าได้แล้ว
ส่วนตัวยอมรับว่ารู้สึกกังวลใจเล็กน้อยหากในรอบบิลมิถุนายนค่าไฟปรับขึ้น แต่ก็อยู่ที่เราต้องประหยัดเอง ถ้าประหยัดเองได้ก็จะไม่กระโดดไปกว่านี้
หากค่าไฟขึ้นไปอีกยังไม่ได้มีแผนว่าจะติดโซลาร์เซลล์ แต่หากค่าไฟกระโดดขึ้นไปแตะที่ 5,000 บาท ตนเองก็ยังไม่ปรับขึ้นราคาใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ก็ยังไม่ควรปรับเพราะรายได้ก็ไม่ได้ดีอะไร คนก็ไม่ค่อยมีเงินตลาดก็เงียบ ซึ่งเราก็จะกระทบไปด้วย ถ้าเขาอยู่ได้เราก็อยู่ได้ มีแต่จะต้องลดราคาให้ลูกค้า ซึ่งของตนเองเป็นบ้านอยู่อาศัยเองไม่ได้เป็นบ้านเช่า ถ้าเป็นผู้ประกอบการที่เช่าที่ ก็ต้องเห็นใจอาจจะต้องขึ้นราคาเพราะบางทีโดนขึ้นค่าเช่าและค่าไฟด้วย
ทั้งนี้ อยากให้กระทรวงพลังงานตรึงค่าไฟให้อยู่ในระดับนี้ เพราะหากกระโดดไปมากกว่านี้คนที่ใช้ไฟจะเดือดร้อน ก่อนยอมรับว่าเวลาบิลค่าไฟมาก็ไม่ได้ไปดูรายละเอียดว่าใช้ไฟกี่หน่วย ถึงเวลาก็จ่าย
ด้าน พี่เพ็ญ เจ้าของร้านขายของชำ บอกว่า แต่เดิมค่าไฟอยู่ที่ประมาณ 400 บาท แต่พอเริ่มเปิดร้านโชห่วยและมีตู้แช่เพิ่มมา 2 ตู้ ค่าไฟก็กระโดดไปเกือบ 2,000 บาท
นอกจากตู้แช่ 2 เครื่องแล้ว ยังมีตู้เย็นเก่าที่ใช้ในบ้านอีก 1 เครื่อง ส่วนเครื่องปรับอากาศมี 2 เครื่อง เปิด 1 ตัว เฉพาะตอนกลางคืน และใช้วิธีเปิดพัดลมเพื่อให้อากาศไหลเวียน (Flow) เอา
สำหรับวิธีเซฟค่าไฟส่วนตัว คือพยายามไม่เปิดแอร์ชั้นล่าง ถ้าไม่ร้อนจนทนไม่ไหวจริงๆ ก็จะใช้พัดลม ส่วนชั้นบนตอนนอนก็จะใช้พัดลมเป่าช่วย โดยตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยลดอุณหภูมิห้อง เดิมเคยเปิดแอร์วันละประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ตอนนี้ต้องปรับเป็น 5 ชั่วโมงเพราะอากาศร้อนจัด แล้วจึงปิดแอร์ ก่อนจะนอนหลับไป
ยอมรับว่าการที่ค่าไฟจะปรับขึ้นนั้นกระทบแน่นอน อย่างบ้านพักอาศัยที่ต่างจังหวัดของตน ในจังหวัดราชบุรีมีเด็กเล็ก เวลากลางวันเด็กอยู่ไม่ไหวก็ต้องเปิดแอร์ช่วย ทำให้ค่าไฟจาก 3,300 กว่าบาท พุ่งขึ้นไปเป็น 4,400 กว่าบาทแล้ว
ส่วนที่ร้านนี้ จากเดิมที่ยังไม่มีตู้แช่ ค่าไฟจะอยู่ที่ประมาณ 400 กว่าบาทในช่วงเกือบปีที่ผ่านมา แต่หลังจากได้ตู้แช่มาประมาณ 6 เดือน ค่าไฟก็ขยับขึ้นเป็น 1,600 บาท และล่าสุดคือ 1,900 บาท ซึ่งคาดเดาว่าสิ้นเดือนนี้ก็น่าจะทะลุ 2,000 บาท เพราะมีการใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้นและใช้พัดลมช่วยเป่าให้อากาศไหลเวียนตลอด ก่อนบอกว่า ตอนนี้ค่าไฟขึ้นกระหน่ำ ไม่รู้ว่าเป็นการเอาคืนหรือเปล่า
เมื่อพูดถึงประเด็นที่รัฐบาลระบุว่ายังไม่ได้ขึ้นค่าไฟ เจ้าตัวรีบแย้งทันทีพร้อมร้อง “อื้อ” บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ส่วนคำแนะนำที่ให้ติดโซลาร์เซลล์นั้น ตนเองก็ได้ซื้อโคมไฟโซลาร์เซลล์เล็กๆ มาติดไว้ที่หน้าบ้านแทน พี่เพ็ญบอกว่า โซลาร์เซลล์เป็นสิ่งที่ดีแต่ราคาแพง เคยเข้าไปดูรายละเอียดของการไฟฟ้าแต่สู้ราคาหลักแสนไม่ไหว หากรัฐบาลมีงบสนับสนุนหรือช่วยเรื่องราคาได้จะดีมาก แม้มันจะดีในระยะยาว แต่ ณ ปัจจุบันคนทั่วไปคงมองไปไม่ถึงขนาดนั้น
ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้ถ้าจะขึ้นราคาค่าไฟ มันก็ต้องเป็นไปตามทางของมัน เราจะไปประท้วงก็ไม่ได้ เราก็ได้แต่ยอมรับสภาพและเซฟตัวเองให้มากที่สุด
แท็กที่เกี่ยวข้อง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ,อธิบดีกรมฝนหลวง ,ราเชน ศิลปะรายะ