เลือกตั้งและการเมือง
อธิบดีฝนหลวง เทนัด "ไผ่ ลิกค์" ยังเตรียมเอกสารไม่เสร็จ หลังจะเข้าร้องขอความเป็นธรรมปมถูกโยกย้าย
4 ชั่วโมงที่แล้ว
41 views
จากกรณี นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า นายราเชน ศิลปะรายะ อดีต อธิบดีกรมฝนหลวง เตรียมเข้าร้องขอความเป็นธรรมที่รัฐสภา ในวันนี้ (30 เม.ย.) ต่อพรรคกล้าธรรม กรณีถูกเด้งฟ้าผ่า โดยคาดว่าสาเหตุมาจากการที่ไม่สนองการเมืองนั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทางโทรศัพท์ไปยัง นายราเชน โดยได้รับการยืนยันว่า ไม่จะเดินทางมาที่อาคารรัฐสภาแล้ว เนื่องจากยังเตรียมเรื่องเอกสารเพื่อขอความเป็นธรรม จากกรณีถูกย้ายยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงขอเลื่อนออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด
จากนั้น เวลา 13.10 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมื่อวาน (29 เม.ย.) ตนได้รับการประสานจาก นายราเชน จึงได้คุยกับนายไผ่ เพื่อให้เข้ามาพูดคุยในเรื่องของความไม่สบายใจของเจ้าตัว ที่อยากจะเข้ามาพูดคุยกับคนที่เคยรู้จัก ในฐานะพี่ในฐานะน้อง ซึ่งในส่วนของรายละเอียดในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ได้ลงลึก จึงต้องขอโทษเนื่องจาก เมื่อวานนี้ นายไผ่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เพราะในวันนี้จะมีการพูดคุยกับนายราเชน เนื่องจากประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สังคมสนใจว่าความจริงแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เมื่อสักครู่ได้รับการแจ้งว่าขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะมีหลายมิติที่ต้องให้นายราเชน ไปคิดและเตรียมตัวต่อสู้ถึงความรู้สึก ที่เจ้าตัวอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อถามว่า นายราเชน ได้ให้เหตุผลหรือไม่ว่าเหตุใดจึงอยากมาพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม นายอรรถกร กล่าวว่า จากประสบการณ์ส่วนตัวมองว่าการโยกย้ายนอกฤดูกาล ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และการโยกย้ายเกิดขึ้นรวดเร็วพอสมควร และสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ในสมัยที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ต่อเนื่องมาจนถึง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมถึงช่วงสั้นๆ ที่ตนได้เป็น ก็ไม่มีการโยกย้ายอธิบดีในลักษณะนี้ เมื่อคิดถึงอายุราชการของนายราเชน ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย และในฐานะที่ตนได้พบปะและร่วมงานกับนายราเชน ก็เห็นว่าผลงานเป็นที่ประจักษ์และจับต้องได้ เช่น เป็นคนกล้าที่จะเสนอให้ไปเจาะแผ่นบรรยากาศความร้อนเพื่อให้เกิดช่องบรรยากาศ เพื่อบรรเทาภาวะฝุ่น PM 2.5 ในปี 2567 และทำให้จำนวนฝุ่นลดลงอย่างสามารถจับต้องได้
ตนก็รู้สึกเสียดาย เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในมือทำงาน เป็นคนพูดเยอะ และทำเยอะของกระทรวงเกษตรฯ แต่ในเชิงบริหารตนก็ไม่สามารถก้าวก่ายได้ว่าการทำงานของบุคคลหนึ่งจะดีหรือไม่ดี แต่เท่าที่ดูจากสื่อ นายราเชนได้ยื่นใบลาออกจากราชการแล้ว ด้วยเหตุผลว่าไม่สามารถตอบสนองทางการเมืองได้ ตนถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย กับการที่ประเทศไทยจะต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ แต่จากรายงานข่าวบุคคลที่จะเข้ามารับหน้าที่อธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ก็เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีประสบการณ์โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำ ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ดีกว่า ก็เป็นเรื่องของอนาคต
เมื่อถามว่า การโยกย้ายในครั้งนี้จะเป็นการล้างบาง หรือเป็นการแก้แค้นทางการเมืองหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ตนไม่สามารถไปแก้ข้อสงสัยตรงนี้ได้ เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นนอกพรรค แต่ตนก็ไม่อยากให้เกิดการแก้แค้น เพราะเสียดายบุคลากร หากเป็นการแก้แค้นจริง ก็คงไม่เป็นธรรมกับข้าราชการที่ทำงานใต้สังกัดของกระทรวงเกษตรฯมาทั้งชีวิต จึงหวังเป็นอย่างยิ่ง และเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าจะไม่ใช่การแก้แค้น
เมื่อถามว่า ในฐานะที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ มาก่อน เหตุผลในการสั่งย้ายอธิบดีเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน ถือว่าฟังขึ้นหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เรื่องความต่อเนื่องอาจจะเป็นมุมที่ผู้บริหารคิด แต่ในกรมอธิบดีไม่ได้เก่งเพียงคนเดียว ดังนั้นความต่อเนื่องอย่างไรก็ต้องมีอยู่แล้ว และทราบดีว่าภารกิจเป็นอย่างไร ดังนั้นส่วนตัวมองว่าเรื่องความต่อเนื่องรอได้ แล้วอีก 5 เดือน ค่อยไปแก้ไขปัญหา เพราะจากที่ตนสัมผัสการทำงานตั้งแต่ในยุคของ ร้อยเอกธรรมนัส ต่อเนื่องมาจนถึงนางนฤมล ก็ทำงานเหมือนครอบครัว มีปัญหาอะไรแนวทางไม่ตรงกันก็เรียกคุยกันก่อน ปรับจูนให้ตรงกันไม่จำเป็นต้องการเมืองจ๋า แต่ทำเพื่อให้สามารถฝ่าฟันและแก้ไขปัญหา ให้กับกระทรวงเกษตรและกรมต่างๆผ่านไปได้ นั้นคือสิ่งที่ทำมาแต่อาจจะไม่ตรงกับผู้บริหารชุดปัจจุบัน
ส่วนการที่ผู้บริหารและข้าราชการ มองต่างมุมจนเกิดปัญหาจะส่งผลต่อกระทรวงอย่างไรนั้น นายอรรถกร มองว่า เรื่องนี้มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ คนที่ชอบอาจจะตั้งใจทำงาน คนที่ไม่ชอบก็คงสูญเสียกำลังใจ อย่างนายราเชน เป็นข้าราชการอาวุโสของกระทรวงเกษตรฯ และทำงานร่วมกับผู้บริหารของกระทรวง ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่อาจต้องเดินหน้าและระวังหลังบ้าง
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับร้อยเอกธรรมนัส ในเรื่องนี้หรือไม่ นายอรรถกร ยอมรับว่า ได้มีการพูดคุย โดยมองว่าในฐานะพรรคฝ่ายค้าน คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงประเด็นการตรวจสอบได้ แต่ขอยืนยันว่าข่าวที่มีการปล่อยว่ามีการไปพูดคุยกันที่ชั้น 4 ของพรรคการเมืองบนถนนรัชดาฯ ซึ่งตอนนี้คงมีแค่พรรคกล้าธรรม พรรคเดียวนั้นไม่เป็นความจริง น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่จะเป็นชั้น 4 ของพรรคการเมือง บนถนนเส้นอื่นหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบกัน แม้ตนจะยังไม่ได้คุยอย่างเป็นทางการกับนายราเชน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาติดใจคือ เวลาในการนัดคุยเมื่อไหร่ และระหว่างการสนทนามีการบันทึกการสนทนาหรือไม่ แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของหลักฐาน ถ้านายราเชน ต้องการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี ความเป็นข้าราชการ และในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็จะทำงานคู่ขนาน และหากการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปตามครรลองคลองธรรม คงไม่ติดใจอะไร แต่หากการโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอคติหรือเพื่อแก้แค้น ก็คงจะใช้กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับข้าราชการไม่ใช่แค่ ซี 10 และ ซี 11 แต่ต้องเป็นข้าราชการผู้น้อยด้วย แต่อย่างไรก็ต้องรอการพูดคุยกับนายราเชนก่อน
เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะไปถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า คงต้องดูก่อน
แท็กที่เกี่ยวข้อง อธิบดีกรมฝนหลวง ,ไผ่ลิกค์