เลือกตั้งและการเมือง

“อธิบดีฝนหลวง” เปิดใจยื่นลาออกหลังถูกเด้ง ลั่น “ศักดิ์ศรีเรามี ไปก็คือไป” แฉคนอ้างชื่อโทรจี้ขอเข้าพบ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

336 views

“อธิบดีฝนหลวง” เปิดใจยื่นลาออก หลังถูกย้าย ลั่น “ศักดิ์ศรีเรามี ไปก็คือไป นี่คือราเชน” แฉเรคคอร์ดลับคนอ้างชื่อ โทรจี้ 5 ครั้ง ขอเข้าพบ

เมื่อเวลา 13.50น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินทางมาถึงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นใบลาออก หลังถูกคำสั่งย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ ซึ่งวันนี้มีนักข่าวมาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากวันนี้เองที่กระทรวง มีประชุมการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ร่วมกับสำนักงบประมาณ โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน

โดยทันทีที่มาถึง นายราเชน เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ทางกระทรวงเรียกประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณตอนช่วง 15:00 น. เรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2570 แต่ตนเองมาตอนเวลาบ่าย 2 โมง เพื่อยื่นใบลาออก ซึ่งตามจริงตั้งใจจะออกวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งตนก็มีคุณสมบัติครบ ที่จะได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย (สาย 3) ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของข้าราชการทุกคน แต่ในเมื่อเป็นอย่างนี้ จึงได้คุยกับครอบครัว และตัดสินใจจะลาออก ให้มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน

ส่วนสาเหตุที่ให้ออก ก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ขอไม่พูดต่อ เดี๋ยวจะเป็นประเด็นไปมากกว่านั้น ส่วนที่รัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ และมีการพูดถึงหลาน ว่าประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นการโยกย้ายนั้น นายเรเชน บอกว่า ตนเองเก็บเรคคอร์ดหมด และมีทั้งคลิป และโทรศัพท์ที่โทรมา โดยเฉพาะอาทิตย์ที่แล้ว มีโทรถึง 5 ครั้ง ซึ่งตนไปราชการ ไปทำงานเรื่องฝุ่น ตนเองก็กลัวว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะคนอ้างเยอะ ย้ำว่าคนที่โทรมาครั้งแรกๆ เป็นเจ้าตัวที่โทรมา พร้อมเอากระเช้ามาให้ ซึ่งตอนแรกนัดว่าจะมาคุยกับตน ซึ่งตนก็ยินดีรับนัด แต่พอถึงวัน บุคคลคนนั้นไม่มา เป็นคนอื่นมาแทน 3 คน บอกว่าอยากมาซ่อมอากาศยานของฝนหลวง ซึ่งตนก็บอกว่าเราไม่ได้นัดท่าน เรานัดอีกคนหนึ่งที่โทรมา ต้องขอประทานโทษด้วย แล้ววันนั้นต้องรีบไปขึ้นเครื่องไปราชการ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการติดต่อผ่านทางหน้าห้อง ซึ่งมีเรคคอร์ดมีอะไรหมด

เมื่อถามว่ามั่นใจไหมว่าเป็นประเด็นนี้ที่ทำให้ถูกโยกย้ายนั้น เจ้าตัวบอกว่าอาทิตย์ที่แล้วโทรมาประมาณ 5-6 ครั้ง วันศุกร์ก็อีก 2 ครั้ง คนที่ติดต่อมาเป็นเลขาฯ ซึ่งทุกครั้งไม่ได้เจอเลย

ส่วนที่นายสุริยะบอกว่านัดไม่ได้ ก็นัดหมายครั้งหน้าสิ เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุผลในการโยกย้ายนั้น

นายราเชน บอกว่า มันเป็นความชอบธรรมของผู้บริหาร ถ้าย้ายไปอยู่จุดไหนไปได้หมด เป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ที่ไหนก็ได้ทำประโยชน์ให้ได้ พอถึงเวลาตนก็ใช้สิทธิ์ของตนในการลาออกจากราชการ เพราะทำงานมาก็เหนื่อยทั้งชีวิตแล้ว ครอบครัวก็ไม่ได้ดูแล วันนี้ก็คือสบายใจ พักผ่อน

ส่วนคุณสุริยะบอกว่าถ้าอยากจะคุยกับเขาก็พร้อมคุยนั้น นายราเชน บอกว่า นโยบายผู้บังคับบัญชาคือความถูกต้องเสมอ สำหรับในมุมมองของเขา แต่ในมุมมองของตน ข้าราชการถ้าตนผิด ยินดีที่จะโดนตั้งกรรมการสอบ

ส่วนสาเหตุที่คุณสุริยะอ้างว่าโยกย้ายเนื่องจากใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว ให้คนใหม่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนั้น ก็มองว่าเป็นแนวคิดนโยบายของท่าน ไม่ก้าวล่วง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่วันนี้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วลาออกก่อนกำหนด ยืนยันว่าไม่ใช่ความด่างพร้อยในชีวิตราชการ ตนคิดว่าอายุครบ 60 ปี 7 สิงหาคม ก็จะลาออกจากราชการ เพื่อเป็นบรรทัดฐานว่าให้ผู้บริหารคนใหม่ตั้งคนขึ้นมาสานงานต่อ หลัง 30 เมษายน ตนก็จะปล่อยมือ วันๆ ตนเองทำเพื่อหลายคนเยอะแยะแล้ว วันนี้ขอทำเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว ทำในสิ่งที่ตนมีความสุขและไม่กระทบกับใคร ไม่อยากทะเลาะกับใคร มีระเบียบวินัย อยู่ไม่ได้ก็ลาออก

ทั้งนี้ หลังยื่นเอกสารเสร็จ ตนก็จะ เข้าประชุมเรื่องตั้งงบประมาณของปี 70 ต่อ ตนจะทำตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก่อนบอกว่า ปกติอากาศยานเรามี 30 กว่าลำ ได้ค่าซ่อมบำรุงปีหนึ่ง 300 ล้านบาท ซึ่งการซ่อมอากาศยานอย่างครบวงรอบก็ 30,000,000 - 40,000,000 จำเป็นต้องซ่อม หากซ่อมไม่จริงก็ไม่ได้ ต้องซ่อมจริง

ส่วนเมื่อเช้าที่มีการให้สัมภาษณ์ในรายการคุณดนัยนั้น แล้วบอกว่าต้องส่งเอกสารงบประมาณไปที่อาคารย่านรัชดาภิเษกนั้น เจ้าตัวบอกว่า “เมื่อเช้าพูดผิด ก่อนจะแก้ว่าวิภาวดี”

เมื่อถามว่าทำไมต้องส่งตรงนั้น มาคุยกันที่กระทรวงก็ได้ นายราเชน บอกว่าก็มีการสื่อสารมา ทุกอธิบดีมาหมดแหละ ยืนยันว่ามีแค่ขอดูคำขอตั้งงบประมาณ ก็ส่งไปให้หนึ่งชุด พร้อมย้ำว่า เรามีมาตรฐานในการจัดหาอยู่แล้ว ในระบบราชการมี e-bidding มีอะไรอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะมีคนสนใจที่จะมาดู

ทั้งนี้ หากเข้าไปเจอกันรัฐมนตรีสุริยะในห้องประชุม ก็ไม่มีอะไร เจอก็เคารพเหมือนเดิม ไม่มีอะไร ท่านก็มาตามหน้าที่ของการเมือง ตนก็หน้าที่ของข้าราชการประจำ ก็จอยกัน ก็รับนโยบายอยู่แล้ว ทุกนโยบายที่ผู้บริหารสั่งมา ขับเคลื่อนทั้งเรื่องฝุ่น ส่วนวันหยุด 14 เมษายน ไฟไหม้ภูกระดึง ตนก็ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดับไฟกับรัฐมนตรีช่วย ก็ไม่ได้หยุด ก็ทำงานเพื่อประเทศชาติประชาชน ใครจะพูดยังไงตนไม่สน

หลังจากนี้ไม่ได้มีอะไรติดค้าง ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรแล้ว เพราะงานกรมฝนหลวงได้วางไว้ดีอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเสียดาย เพราะตนเป็นข้าราชการมืออาชีพ ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ถ้ายึดติดก็คงไม่ลาออก จะรอจนเกษียณ ต้องไปขอร้องเขา ไม่เอา “ศักดิ์ศรีเรามี ไปก็คือไป นี่คือราเชน”

ทั้งนี้ หากรัฐมนตรีทัดทาน หรือระงับการลาออก จะอยู่ต่อหรือไม่นั้น อธิบดีบอกว่าตนเป็นคนตัดสินใจ เดินหน้าไม่มีถอยหลัง ออกคือออก ตนมีศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พร้อมทิ้งท้ายว่าตนไม่ได้ห่วงงานอะไรของกรมฝนหลวง แต่ห่วงอย่างเดียวคือสถานการณ์น้ำมันที่สู้รบกัน ซึ่งตนได้รายงานแล้วก็ไม่มีใครว่าอะไร ตนก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานกับลูกน้อง เงินหมดก็คือหมด

ซึ่งตอนนี้ทำแค่ฝุ่น PM 2.5 ทั้งประเทศ ให้เงินตนมา 45 ล้านบาท ตนทำทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล ทั้งเชียงใหม่ ภาคเหนือ พิษณุโลก ขอนแก่น เยอะแยะไปหมด แต่คิดเอาเราไม่เคยไปร้องขอ ร้องงอแง ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ทำงานเหมือนในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำ และไม่จำเป็นก็ไม่อยากร้องขอให้ใครช่วย ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด

ส่วนประเด็นสุดท้ายเป็นเรื่องของการเมืองหรือว่าเป็นเด็กของคนโน้นคนนี้หรือเปล่า ยืนยันว่าไม่หรอก เพราะตนเติบโตมาจากกรมชลประทาน มาเป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีของท่านเฉลิมซึ่งตอนนั้นก็ถูกบอกว่าเป็นเด็กของท่านเฉลิมชัย พอตอนที่ผู้กองธรรมนัสมา ตนก็ทำงานสนองนโยบาย ท่านผู้กองก็ถูกใจ แล้วก็ใช้งาน เราเป็นข้าราชการก็ต้องน้อมรับสนองนโยบาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในสิ่งที่ชอบและถูกต้อง จะไม่ทำในสิ่งที่ให้ทำในสิ่งที่ผิด ตนมีจุดยืนของตน

โดยหลังให้สัมภาษณ์เสร็จ ก็ได้เปิดให้ดูเอกสารบางส่วนเท่าที่พอเปิดเผยได้กับสื่อมวลชนดู ซึ่งก็เป็นใบลาออกธรรมดาตามระเบียบราชการ เพียงแต่ว่าต้องขอลาออกล่วงหน้า 30 วัน ซึ่งตนขอลาออกวันนี้ เพื่อให้มีผลวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เพราะในวันดังกล่าวเป็นวันเกิดของลูกสาวตนเอง จะได้จำได้ว่าทุกปีวันเกิดลูก ส่วนพ่อก็เกิดใหม่ในทางประชาชน ไม่ได้คิดอะไรเยอะ

พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนที่เมตตากรมฝนหลวงมาด้วยดี และขอให้ทำข่าวประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริหารท่านใหม่ ท่านเป็นคนดี เป็นน้องที่มาจากกรมชลประทาน เป็นคนหนุ่ม สมควรแล้วที่จะต้องปรับเปลี่ยนเอาคนหนุ่มมาบริหารงาน ส่วนตนฝุ่นหมดตนก็ไปกับฝุ่น

ส่วนอนาคตหลังจากนี้ ก็คงจะไปช่วยพี่น้องประชาชนเหมือนที่เคยทำ ตนชอบจิตอาสา อยู่นิ่งไม่เป็น แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การเมือง

จากนั้น อธิบดีได้เข้าไปยื่นเอกสารเพื่อขอลาออก โดยระหว่างที่เดินไปนั้นอธิบดียืนยันว่า แม้จะเหลือเวลาอีก 5 เดือนจะเกษียณอายุราชการ ตนเองก็ไม่เสียดาย ส่วนถูกคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ ตนก็เพิ่งทราบเมื่อวานนี้ ไม่ได้มีสัญญาณหรือทราบมาก่อน

ขณะเดียวกัน ได้นำเรคคอร์ดข้อมูลของคนที่จะขอเข้าพบ พยายามติดต่อมาหาตน มาเปิดเผยให้สื่อมวลชนดู โดยมีทั้งหมด 8 ครั้ง ตั้งแต่ 16 กรกฎาคม 68 จนถึง 24 เมษายน 69

แท็กที่เกี่ยวข้อง  อธิบดีกรมฝนหลวง

คุณอาจสนใจ