อาชญากรรม

'ทนายเดชา' หมดเวรหมดกรรม กราบลาพระมารดา หวั่น 'บังแจ็ค' ใช้มือถือแตงโม แบล็คเมล์คนดัง

โดย thichaphat_d

27 พ.ค. 2565

5 views

‘ทนายเดชา’ ยกมือไหว้กราบลาพระมารดา ถอนตัวออกจากคดี ‘แตงโม’ ไม่ได้ถูกปลดเผยความคิดเห็นทางคดีไม่ตรงกันกับแม่ไม่ขอยุ่งอีก ลั่น  “ขอพระมารดาจงเจริญหมดเวรหมดกรรมแล้วโว้ย จุ๊กกรู้” พร้อมทำคดีให้จนถึงส่งฟ้องศาล หากแม่ต้องการให้มาทำคดีใหม่ต้องไปสาบานว่าจะพูดความจริง เผย มือถืออยู่ที่ ‘บังแจ็ค’ อันตราย ห่วงแบล็คเมล์ภาพนักธุรกิจ-นักการเมืองคนดังกว่า 30 ภาพ  


วานนี้ (26 พ.ค.) นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ทนายความของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ได้ออกมาประกาศถอนตัวออกจากการทำคดีแตงโม โดยระบุว่ามี 3 ประเด็นที่ต้องขอถอนตัว คือ

1.มีความคิดเห็นทางคดีไม่ตรงกัน คุณแม่ไปเชื่อ ส.ส.เต้ ,คุณอัจฉริยะและคณะว่าเป็นคดีฆาตกรรม ซึ่งแม่ได้ถามทนายเดชา ว่าสะดวกใจหรือไม่ที่จะทำให้คดีเป็นฆาตกรรม จึงตอบไปว่าไม่สะดวกใจ เพราะพยานหลักฐานที่พนักงานอัยการ จะฟ้องในวันนี้ (27พ.ค.) ไปได้แค่คดีประมาท เพราะฉะนั้นจึงขอถอนตัว ซึ่งแม่ก็ตกลงและขอให้ตนรับผิดชอบคดีแตงโม ถึงชั้นพนักงานอัยการ จนถึงวันที่พนักงานอัยการออกคำสั่งฟ้องพาตัวไปส่งศาล

2.กรณีที่แม่นำโทรศัพท์มือถือแตงโมไปให้กับบังแจ็ค และต่อมาก็มีภาพของแตงโมหลุดสู่สาธารณะ แต่แม่กลับบอกว่าโทรศัพท์อยู่กับตนอันนี้รับไม่ได้ ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเอาโทรศัพท์มือถือไปให้บังแจ็ค แต่ถ้าจะเอาไปให้อัจฉริยะ หรือ ส.ส.เต้ หรือแพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ ก็ไม่เป็นไร แต่บังแจ็คเป็นบุคคลที่สังคมไม่ค่อยให้ความน่าเชื่อถือ และมีภาพต่าง ๆ ออกมาเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และแม่ยังโทษว่ามาอยู่กับตนอีก

3.เนื่องจากคุณแม่ไม่พอใจทนายตั้ม คุณแม่ให้ทนายตั้ม มาขอโทษแต่ไม่มา จึงให้ไปฟ้องทนายตั้ม ตนได้บอกไปว่าเป็นเพื่อนกับทนายตั้ม จึงไม่ฟ้องทนายตั้ม นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนยุติบทบาท ยืนยันไม่ได้เป็นการปลด ยังต้องรับผิดชอบคดีไปจนถึงวันที่พนักงานอัยการส่งฟ้องศาล

ส่วนที่มองว่าพยานหลักฐานไปไม่ถึงคดีเป็นฆาตกรรมนั้น ทนายเดชาระบุว่า ได้คุยกับพนักงานสอบสวน และผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่มีพยานหลักฐานว่ามีการฆาตกรรมบนเรือ แต่แม่ยังเชื่อบังแจ็ค ส.ส.เต้ และนายอัจฉริยะ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของลูกความในการไปต่อ

ทนายเดชา ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังเป็นทนายความให้กับคดีนี้อยู่จนกว่าคดีจะถูกส่งฟ้องในชั้นศาล และการขอถอนตัวออกจากคดีไม่ได้โกรธกันและจากกันด้วยดี แต่อยากขอฝากถึงแม่ของแตงโมขอให้ระมัดระวังคนที่จะเข้ามาพบ เพื่อจะช่วยเหลือทางคดี เพราะไม่แน่ใจว่ากลุ่มคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือนั้นจะให้ความช่วยเหลือไปจนจบคดีหรือไม่

เชื่อว่าคดีนี้ยังคงต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่า 5 ปี แต่หากแม่แตงโมจะขอให้กลับมาช่วยเหลือทางด้านคดีนั้น ก็ยินดีแต่ขอดูเป็นประเด็นไปและจะขอให้แม่ไปสาบานในโบสถ์คริสต์ก่อนว่าหากให้กลับมาเป็นทนายให้จะต้องพูดความจริง

ตนเองเข้าใจและเห็นใจเป็นห่วงคุณแม่ ซึ่งฝากให้ถึงคุณดายศ ไปดูแลคุณแม่ด้วย โดยเฉพาะกรณีบังแจ็ค ไม่รู้พูดอย่างไรจนได้โทรศัพท์ไป น่ากลัว เพราะข้อมูลในนั้น กระทบบุคคลภายนอกเยอะและเชื่อว่าวันข้างหน้า ต้องปล่อยภาพลับออกมาอีกซึ่งจะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงเสียหาย

ส่วนตนเองกับทนายกฤษณะ อดีตทนายแม่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ได้ติดใจดำเนินคดีอะไรและเขาก็ได้มาขอโทษผมแล้ว ส่วนที่ทนายกฤษณะ บอกว่าไม่ขอร่วมคดี เพราะเกรงใจทนายเดชา นั้น ทนายเดชา บอกว่า “ผมไม่ทราบเลย แต่ขอบคุณนะ”

“ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ที่ทัวร์ลง ก็ทำให้ตนมีความทุกข์ โดนทัวร์ลงมา 2-3 เดือน ก็ฝากขอโทษผู้ที่เห็นต่างและขอให้ทัวร์ไปจอดที่อื่นบ้าง ตนยินดี หมดเวรหมดกรรม เพราะที่ทำคดีมา ถูกด่าทุกวัน โพสต์อะไรลงไปก็โดนด่าวันนี้เบาแล้วหลังประกาศถอนตัว ยอมรับว่าไม่เคยเจอลูกความที่ไม่เหมือนลูกความรายอื่น เพราะทำอะไรไม่บอก ซึ่งตนไม่เคยเจอแบบพระมารดาเลย”

ทนายเดชา ยังกล่าวอีกว่า การที่โทรศัพท์มือถือของแตงโม ไปอยู่ที่บังแจ็คนั้นถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากในโทรศัพท์ของแตงโม มีภาพลับที่เกี่ยวข้องกับนักธุรกิจเป็นเศรษฐี นักการเมือง เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงกว่า 30 ภาพ ที่เชื่อได้ว่าบังแจ็คอาจจะนำไปหาผลประโยชน์แบล็คเมล์คนอื่นได้

ยืนยันว่าการที่แม่แตงโม นำโทรศัพท์ไปให้บังแจ็คนั้นไม่มีการหารือก่อน และไม่ทราบว่าเอาไปให้ใคร จนกระทั่งแม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าโทรศัพท์อยู่กับทนาย จนสุดท้ายมายอมรับว่านำไปให้บังแจ็ค ถึงแม้แตงโมจะล่วงลับไปแล้วอาจจะถูกกระทำซ้ำหรือเปล่า จึงอยากฝากให้คุณแม่พิจารณาด้วย

ส่วนความผิดที่แม่แตงโม นำโทรศัพท์ไปให้บุคคลอื่นมากระทำการละเมิดบุคคลอื่น แม่ก็จะต้องไปพบกับพนักงานสอบสวนถึงสาเหตุที่นำข้อมูลเหล่านี้ไปให้กระทำผิด แต่จะเข้าข่ายว่ามีความผิดฐานสนับสนุนผู้กระทำความผิดหรือไม่นั้น ต้องให้พนักงานสอบสวนพิจารณา

ทนายเดชา กล่าวต่อว่า หลังจากขอถอนตัวออกจากการทำคดีแล้วก็รู้สึกโล่งใจ เพราะที่ผ่านมาเริ่มมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่อง แต่ยอมรับว่าได้รับค่าตอบแทนจากแม่แตงโมแล้ว ซึ่งขณะนี้ก็จะยังคงทำหน้าที่ไปจนกว่าคดีความไปถึงชั้นศาล ส่วนกลุ่มบุคคลที่แม่แตงโมเชื่อถือ ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของแม่

อยากให้คุณแม่นึกถึงก่อนหน้านี้ ที่มีนักการเมืองคนหนึ่ง อยากจะสร้างศาลของแตงโมไว้เป็นที่กราบไหว้ที่ท่าน้ำพิบูลย์สงคราม อยากให้แม่ระวังเอาไว้เพราะหากกระแสของแตงโมเงียบหายไป ก็จะถูกทิ้งเอาไว้ไม่มีคนดูแล เหมือนที่แม่เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้

จากนั้นทนายเดชา ได้ยกมือไหว้ขอกราบลาพระมารดา ระบุว่า “สิ่งที่ผ่านมาอะไรทำให้คุณแม่ไม่สบายใจ ทนายเดชาก็ขอกราบพระมารดา ขอให้พระมารดาได้ที่ปรึกษาใหม่ พี่เป็นคนรับพระมารดาแบบนานๆ  ระวังนะครับคุณแม่ คุณแม่เป็นคนบอกกับผมเอง หมดโปรแล้วก็ทิ้งแตงโมไว้ที่ท่าน้ำ ตอนที่นักการเมืองคนหนึ่งจะสร้างศาล คุณแม่บอกไม่ต้อง”

ทนายเดชา ยังระบุอีกว่า “วันนี้มีนักการเมือง มี ส.ส. มีใครต่อใครมาช่วยคุณแม่ บอกมีทีมงานทนายเยอะแยะมากมาย คุณแม่ระวังนะครับ หมดโปรถ้าผู้สื่อข่าวไม่สนใจแล้ว เขาจะอยู่กับคุณแม่มั้ย คุณแม่ต้องให้เขาทำบันทึกข้อตกลง ถ้าไม่มีข่าวไม่มีผู้สื่อข่าวตาม เขาจะว่าความให้คุณแม่ไหมเพราะต้องใช้เวลานานอีกหลายปี” ก่อนที่ทนายเดชาจะพูดว่า “ขอให้พระมารดาจงเจริญ จุ๊กกรู้ หมดเวรหมดกรรมแล้วโว้ย”


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sjc9JCcofP8


คุณอาจสนใจ

Related News