อาชญากรรม

แพทย์ยังไม่สรุปสาเหตุ หญิงวัย 46 ดับหลังฉีดแอส​ตราฯ ยันเป็น "ไมเกรน" ไม่ต้องหยุดยา

09 มิ.ย. 2564

138 view

เรื่องเด่นเย็นนี้

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 16:30 - 18:00 น.

แพทย์จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แนะผู้ป่วยที่ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กินยาเป็นปกติ อย่าหยุดยาเอง ส่วนกรณีหญิงวัย 46 ปีเสียชีวิตหลังฉีดเอสตราเซเนกา จริงหรือไม่ ยังด่วนสรุปไม่ได้


ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีหญิงอายุ 46 ปี เสียชีวิตภายหลังฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา บอกว่า จนถึงขณะนี้เรายังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ซึ่งต้องใช้กระบวนการทางการแพทย์พิสูจน์อย่างละเอียด เราไม่สามารถด่วนสรุปเองได้ เพราะเคยมีผู้เสียชีวิต และสันนิษฐานกันว่า เสียชีวิตจากการฉีดวัคซ๊น แท้จริงแล้วเป็นการเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวอื่น


พร้อมทั้งยืนยันว่า ผู้เข้ารับวัคซีนที่เคยแพ้ยาสามารถฉีดได้,ผู้ป่วยโรคหัวใจ,ความดัน,เบาหวาน สามารถฉีดวัคซีนได้หมด หากรับประทานยาตัวไหนอยู่ให้รับประทานปกติ อย่าหยุดยาเอง หลายคน เคยทานยาความดัน พอจะมารับฉีดวัคซีนเกิดความกังวลไปหยุดยาเอง เมื่อมาจุดบริการฉีดวัคซีน ความดันสูงมาก ก็ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ หรือคนที่ทานยาคุมกำเนิดก็ไม่ต้องหยุดยาให้ทานเป็นปกติ


ขณะที่ สถาบันประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เพื่อคลายข้อสงสัยกรณีการกินยาไมเกรน มีผลกับผู้ที่ฉีดวัคซีนหรือไม่ โดยยืนยันว่า สามารถกินยาไมเกรนได้ตามปกติ แต่ถ้ากังวลใจให้ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน


แถลงการณ์ฉบับนี้ออกมาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564โดยสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย บอกว่า รายงานผลของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทำให้เกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาทชั่วคราว เช่น อาการชา อ่อนแรง แต่จากการรวบรวมกรณีศึกษาต่างๆ ยังไม่พบความผิดปกติจากการเอ็กเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสมอง และการตรวจหลอดเลือดในสมอง อย่างชัดเจน


จึงให้คำแนะนำว่า "ไม่จำเป็น" ต้องหยุดยาแก้ปวดศีรษะไมเกรน ทั้งยากันชัก ยาต้านเศร้า ยาต้านแคลเซียม แต่หากกังวลใจ และต้องการหยุดยาไมเกรน ให้ปรึกษาแพทย์ที่รักษาเพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/mSAKWX2HgS4

ข่าวยอดนิยม