สังคม
“เจ้าอาวาส” กางโฉนดที่ดินตัวจริง ยื่นคัดค้านออกใบแทนโฉนด ขอญาติโยมหายห่วง ตร. คอยดูแล 24 ชม.
2 ชั่วโมงที่แล้ว
17 views
โฉนดอยู่นี่! “เจ้าอาวาส” วัดป่าอดุลยาราม กางโฉนดที่ดินตัวจริงยื่นคัดค้านออกใบแทนโฉนด ท่ามกลางประเด็นข้อพิพาทกับ “ป้าดา” เดินหน้าขอเปลี่ยนชื่อในโฉนดจาก “นายเฮียง” เป็นชื่อวัด ขอญาติโยมหายห่วง ตำรวจคอยดูแล 24 ชั่วโมง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม และนักกฎหมายผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพระไตรปิฎก รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เดินทางเข้าพบพระครูอดุลยสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ภายหลังพูดคุยชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเดินทางจนเป็นที่เข้าใจตรงกัน คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้นำพระครูอดุลยสารนิเทศพร้อมทนายความ เดินทางต่อไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น
ที่ห้องประชุมภายในสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น นายกฤศกร ดร.ประยุทธ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น พระครูอดุลยสารนิเทศ และคณะ ได้เข้าพบนายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อหารือแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม
นายกฤศกร แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดขอนแก่นว่า การนำเจ้าอาวาสเข้าพบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 กรณี กรณีแรกคือเรื่องใบแทนโฉนดที่ฝ่าย “ป้าดา” นำออกมาอ้าง โดยให้เจ้าอาวาสยื่นคัดค้าน ส่วนกรณีที่สองคือการแก้ไขชื่อในโฉนดที่ดิน จากชื่อนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม โดยเชื่อมั่นว่าสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นจะเร่งดำเนินการทั้งสองเรื่องให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับวัดป่าอดุลยารามเป็นเรื่องที่สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติให้ความสนใจอย่างมาก และยกเป็นตัวอย่างกรณีเร่งด่วน โดยจะให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาประสานกับวัดทุกแห่งที่มีผู้ยกที่ดินให้ตั้งหรือสร้างวัด เพื่อเร่งดำเนินการเปลี่ยนชื่อในโฉนดจากผู้บริจาคเป็นชื่อวัดให้ครบถ้วน ป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาทในลักษณะเดียวกันอีก
นายกฤศกร ระบุว่า ในทางกฎหมาย เมื่อผู้บริจาคยกที่ดินให้วัดแล้ว ที่ดินดังกล่าวถือเป็นสมบัติแผ่นดิน แม้ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อในโฉนด และทายาทไม่มีสิทธิ์เรียกร้องคืน อย่างไรก็ตาม ควรดำเนินการด้านเอกสารให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
สำหรับวัดป่าอดุลยาราม ในอดีตเคยมีการฟ้องร้องวัดมาแล้วและวัดเป็นฝ่ายชนะในทุกศาล แต่ขณะนี้ฝ่ายทายาทยังยื่นเรื่องดำเนินการต่อ โดยเฉพาะคำขอออกใบแทนโฉนดที่ยื่นไว้เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 จึงต้องให้เจ้าอาวาสมายื่นคัดค้านเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมดำเนินการเปลี่ยนชื่อในโฉนดให้เรียบร้อย
ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อดำเนินการครบถ้วนแล้ว เชื่อว่าจะไม่น่าเกิดกรณีอื่นตามมาอีก และเมื่อกระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นถือเกี่ยวกับที่ดินแปลงวัดป่าอดุลยารามก็จะถือว่าเป็นเท็จ
ด้าน ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม และนักกฎหมายผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพระไตรปิฎก กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการเริ่มนับหนึ่งของวัดในการดำเนินการให้ครบถ้วนตามกระบวนการ เพราะในทางกฎหมาย “ที่ของวัดก็คือที่ของวัด” แต่ที่ผ่านมา ทางวัดยังไม่เคยมีนโยบายดำเนินการโอนและเปลี่ยนชื่อในโฉนด วันนี้จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะยื่นเอกสารทั้งหมด โดยรอให้ทนายความจัดทำเอกสารมาให้ลงนาม ก่อนนำไปยื่นต่อพนักงานที่ดิน
การดำเนินการครั้งนี้มี 2 เรื่อง ได้แก่ การคัดค้านการออกใบแทนโฉนด และการยื่นขอเปลี่ยนแปลงชื่อในโฉนด เพื่อให้โฉนดออกเป็นชื่อวัด อย่างไรก็ตาม กระบวนการอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานของรัฐ กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้มีหน้าที่ตรวจสอบ รวมถึงต้องติดตามว่าฝ่ายทายาทจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งคาดว่าอาจมีความเคลื่อนไหวเช่นกัน
ดร.ประยุทธ กล่าวว่า ขณะนี้วัดกำลังดำเนินการตามกฎหมาย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ครบถ้วน ไม่ว่าผลจะเป็นประการใด เชื่อว่าประชาชนทั่วประเทศและสื่อมวลชนจะติดตามความคืบหน้าทุกระยะ เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาทั้งของคณะสงฆ์และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
หากวัดใดในประเทศไทยเกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับที่ดินในอนาคต จะต้องมีกระบวนการดำเนินการให้วัดได้รับโฉนดอย่างถูกต้อง เนื่องจากปัญหานี้ถูกปล่อยปละละเลยมานาน หากวัดใดไม่เกิดปัญหาก็จะไม่ทราบถึงผลกระทบ แต่เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นแล้ว การแก้ไขจะมีความยุ่งยาก เพราะผู้ถวายที่ดินส่วนใหญ่ล้มหายตายจากไปแล้ว
หากกรณีวัดป่าอดุลยารามจบลงด้วยดี จะกลายเป็นบรรทัดฐานในการสร้างความมั่นคงให้แก่พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการดูแลรักษาศาสนสมบัติของวัดและศาสนสมบัติกลาง
ดร.ประยุทธ กล่าวอีกว่า ได้รับทราบข้อมูลว่าบางพื้นที่มีการยื่นขอออกโฉนดทับศาสนสมบัติกลางซึ่งเป็นวัดร้าง บางแห่งอาจตกสำรวจจนสำนักงานพระพุทธศาสนาไม่ทราบ เนื่องจากการสำรวจสิ่งก่อสร้างบางส่วนต้องผ่านกรมศิลปากร เมื่อพื้นที่ตกสำรวจก็อาจมีบุคคลเข้ายึดถือด้วยการยื่นขอออกโฉนด
จึงขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะสำนักงานที่ดินในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศและฝ่ายปกครอง หากพบการขอออกโฉนดที่เกี่ยวข้องกับศาสนสมบัติหรือมีข้อสงสัย ควรชะลอการดำเนินการไว้ก่อน เพราะปัจจุบันมีกรณีออกโฉนดทับศาสนสมบัติกลางและศาสนสมบัติของวัด ก่อนนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อเรียกคืน
เมื่อมีการออกโฉนดไปแล้ว เจ้าพนักงานที่ดินต้องใช้กฎหมายที่ดินในการดำเนินการออกหรือเพิกถอนโฉนด ซึ่งมีความยุ่งยาก ใช้เวลา และสร้างปัญหาทั้งในเชิงสังคมและเชิงโครงสร้างของการดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะ กรณีวัดป่าอดุลยารามจึงจะเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไป
นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ทราบเจตนาของเจ้าอาวาสและคณะที่เดินทางมายังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นแล้ว โดยขั้นตอนการยื่นคัดค้านการออกใบแทนนั้น เจ้าอาวาสสามารถให้ถ้อยคำและลงลายมือชื่อในเอกสารคัดค้านได้ทันที
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี ยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินแปลงพิพาท โดยอ้างว่าโฉนดสูญหาย พร้อมนำพยานบุคคลมาให้ถ้อยคำรับรองด้วย
พระครูอดุลยสารนิเทศ จึงยื่นคัดค้านการออกใบแทนโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากโฉนดไม่ได้สูญหายจริงตามที่ผู้ขออ้าง แต่ยังอยู่ในความดูแลของวัดป่าอดุลยาราม พร้อมนำโฉนดที่ดินมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการยื่นคำคัดค้านด้วย
ส่วนการเปลี่ยนชื่อในโฉนดจาก นายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามนั้น สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นยังต้องรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนจึงจะดำเนินการได้ โดยกระบวนการส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายทายาทหรือครอบครัวของนายเฮียง เนื่องจากขั้นตอนต่าง ๆ ที่เป็นข้อพิพาทได้สิ้นสุดลงในกระบวนการทางกฎหมายแล้ว และสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
พระครูอดุลยสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ที่มีกลุ่มคนมาปิดทางเข้าออกวัด มีญาติโยมเป็นห่วงสุขภาพและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จึงขอฝากถึงญาติโยมว่าไม่ต้องเป็นห่วง ขณะนี้สุขภาพยังดีและไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
“เรื่องที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ตนเป็นพระสงฆ์ ไม่คิดต่อสู้กับใคร แรกๆ ก็ห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่ตอนนี้สบายใจแล้ว เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น มาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง ขอให้ญาติโยมหายห่วง” พระครูอดุลยสารนิเทศกล่าว
แท็กที่เกี่ยวข้อง ป้าดา ,ที่ดินขอนแก่น ,วัดป่าอดุลยาราม