สังคม
"ทนายเดชา" อ้างถูก "อดีตนายตำรวจชื่อดัง" สั่งลูกน้องมาเฝ้า ด้าน "เรวัช" โต้กลับ เพ้อเจ้อ!
22 มิ.ย. 2569
278 views
จากกรณีที่นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ “ทนายเดชา” ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว อ้างว่าตนเองถูกอดีตตำรวจชื่อดัง ส่งคนมาข่มขู่ถึงหน้าสำนักงาน
ทีมข่าวช่อง 3 ได้พูดคุยกับทนายเดชา ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้แสดงความคิดเห็นกรณีเจ้าหน้าที่ ตชด. ยิงวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ห้วยขวางจนเสียชีวิต โดย พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ได้ให้ความเห็นว่าเห็นด้วยกับการใช้อาวุธปืนยิงวินรถจักรยานยนต์รับจ้างดังกล่าว และระบุว่าหากเป็นตนเองก็จะยิงเช่นกัน อีกทั้งยังให้ความเห็นว่าภรรยาของผู้เสียชีวิตควรอยู่เงียบ ๆ ซึ่งก็มีอดีตนายตำรวจและนักกฎหมายอีกหลายคน ออกมาสนับสนุนการกระทำของเจ้าหน้าที่ ตชด.
ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการใช้อาวุธปืน และมองว่าไม่ควรไปซ้ำเติมผู้เสียชีวิต เพราะเสียชีวิตไปแล้ว ควรอโหสิกรรมให้กัน หากภรรยาของผู้เสียชีวิตจะเรียกร้องความเป็นธรรมก็ปล่อยให้เป็นไปตามสิทธิ
หลังจากนั้น พล.ต.ท.เรวัช ได้ออกมาไลฟ์สดกล่าวว่า “ทางเดินคน ทางหมา หมาเดิน” ซึ่งตนเชื่อว่าคำว่าหมาที่กล่าวถึงนั้นหมายถึงตนเอง ก่อนจะมีคลิปที่ พล.ต.ท.เรวัช พูดในทำนองว่า “ไอ้ทนายปากหมา ทนายปากแซ่บ แกว่งปากหาตีน” ซึ่งตนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะที่ผ่านมาตนก็แกว่งปากหาตีนอยู่เป็นประจำ
แต่ในกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าได้ส่งลูกน้องมาเฝ้าที่สำนักงานของตนเป็นระยะเวลา 10 วัน รวมถึงตามไปยังร้านอาหารต่าง ๆ ที่ตนเดินทางไป แต่ไม่พบตัวตน ถึงแม้จะไม่มีการกล่าวชื่อโดยตรง แต่ตนเชื่อว่าหมายถึงตนเอง และมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการข่มขู่
ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบสำนักงาน ว่ามีลูกน้องของ พล.ต.ท.เรวัช มาซุ่มเฝ้าดูที่สำนักงานจริงหรือไม่ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าจะมาเฝ้าตนเองทำไม และไม่รู้ว่าจะมาฆ่าตนหรือไม่ เพราะเคยดูรายการที่เขาจัด และมีการกล่าวว่าตนเองเคยวิสามัญคนร้ายมาหลายร้อยศพ ตนจึงไม่รู้ว่าจะเป็นศพรายถัดไปหรือไม่
ยอมรับว่ารู้สึกกลัว เพราะตนเองยังมีสุนัขอีก 2 ตัว หากตนเองเป็นอะไรไป ใครจะมาดูแลสุนัขให้ รวมถึงหากตนเองถูกฆ่า แล้วแฟนคลับอีก 3 ล้านคน ใครจะมาจัดรายการให้ดู จึงมองว่าไม่ควรมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในสังคม และหากตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วพบว่ามีคนมาดักดูที่สำนักงานจริง ก็จะไปแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปราม เพราะหากเป็นเรื่องจริง ถือเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ไม่เห็นหัว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
ตนไม่สนใจเรื่องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่การที่ พล.ต.ท.เรวัช มาข่มขู่ตนเอง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แล้วประชาชนทั่วไปจะอยู่อย่างไร
ทั้งนี้ ตนได้ติดต่อพูดคุยกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ “ผู้การแต้ม” ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของตน โดยเล่าให้ฟังว่า พล.ต.ท.เรวัช ได้สั่งคนมาซุ่มดูตนเป็นเวลา 10 วัน และตนก็ไม่รู้ว่าเขาจะมายิงตนเองหรือไม่ จึงรู้สึกหวาดกลัว
จึงขอฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า ผู้มีอิทธิพลไม่ได้มีเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต แต่ที่กรุงเทพมหานครก็มีเช่นกัน ทั้งนี้ มีผู้ใหญ่ติดต่อประสานงานเข้ามา โดยระบุว่าอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด และอยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ย แต่หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ ตนก็จะไปแจ้งความที่กองปราบปราม
อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมเผชิญหน้ากับ พล.ต.ท.เรวัช เพราะอีกฝ่ายก็วิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่นอยู่เป็นประจำ แต่เมื่อมีคนวิพากษ์วิจารณ์กลับบ้างกลับทนไม่ได้ ถึงขั้นต้องส่งคนมาเฝ้าหรือไม่ ตนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาอุ้มหรือไม่ ทั้งที่บอกว่าเป็นคนในระบอบประชาธิปไตย
“ถึงตายผมก็ยอม แต่ขอฝากหมาสองตัวด้วย ให้ช่วยดูแล” ทนายเดชา กล่าวทิ้งท้าย
ต่อมาทีมข่าวได้ติดต่อโทรศัพท์ไปยัง พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ชี้แจงเป็นข้อมูลว่า กรณีทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายคลายทุกข์ ตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะมีบุคคลที่ 3 มาเฝ้าติดตาม ลักษณะเป็นคนส่งคนมาข่มขู่ เป็นตนเองนั้น มองว่า ทนายเดชาเพ้อเจ้อ! ยืนยันว่า ไม่เป็นเรื่องจริง เพราะตนเองไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน และไม่เคยกล่าวถึงทนายเดชา กรณีที่พูดในไลฟ์สดว่า “ทางคนเดิน ทางหมดเดิน” เกิดจากแฟนคลับที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในไลฟ์สด ว่ามีทนายท่านอื่นกล่าวตำหนิตนเอง กรณีตนเองไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดี ตชด.ยิงวินมอเตอร์ไซค์ เสียชีวิต ที่สน.ห้วยขวาง ตนเองก็เพียงพูดไปว่า ทนายบางคนก็แกว่งเท้าหาเสี้ยน ตนเองมองว่า เป็นเรื่องต่างคนต่างความคิดกัน จึงอยากให้เคารพกันมากกว่า
ซึ่งการที่ทนายเดชา กล่าวถึงตนเองว่า เป็นผู้บงการส่งคนมาติดตามนั้น ก็อยากจะให้ไปย้อนดูพยานหลักฐานที่กล้องวงจรปิดหน้าบ้านว่ามีคนมาตามจริงมั้ย หรือให้เช็กเบสโทรศัพท์มือถือตนเองว่าอยู่ที่ไหนในช่วงเวลานั้น แต่ถ้าตรวจสอบแล้วว่า ไม่เป็นความจริง ตนเองจะเข้าแจ้งความ เพราะเป็นการทำให้ตนเองเสียหาย
ส่วนตัวมองว่าทนายเดชา ก็มีการแสดงความคิดเห็นหลากหลายคดี ซึ่งก็อาจจะสร้างศัตรูมากมาย ตนเองยืนยันได้ว่าไม่เคยกล่าวถึง และไม่เคยนึกถึงทนายเดชาเลยด้วยซ้ำ เท่าที่ตนเองได้คุยกับทนายก็มีเพียงแค่ทนายสายหยุด คุยกันเรื่องการขายบ้านเท่านั้น
ส่วนกรณี ทนายเดชา อ้างว่ามีคนกลาง เพื่อขอประสานปรับความเข้าใจทั้งสองฝ่าย ยืนยันได้ว่าไม่มีใครประสานมา ส่วนตัวมองว่า ทนายเดชาอาจจะตื่นตัวไปเอง สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อ จาก“ทนายเดชา” เป็น “ทนายตื่นตูม”
แท็กที่เกี่ยวข้อง ทนายเดชา ,พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร