สังคม

นายกสมาคมโรงแรมโคราช หนุนปลดล็อกพื้นที่ทับซ้อนอุทยานฯ ทับลาน ชี้เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยว

22 มิ.ย. 2569

213 views

นายกสมาคมโรงแรม จ.นครราชสีมา หนุนปลดล็อกพื้นที่ทับซ้อนอุทยานฯแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังนานกว่า 50 ปี ชี้ เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยว แต่ต้องมีเงื่อนไขที่ชัดเจนให้ผู้ประกอบการต้องรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

วันนี้ (22 มิถุนายน 2569) นายสวัสดิ์ มังกรวัฒน์ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงการผลักดันการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกที่จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 ว่า การจัดงานดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและเป็นผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่ชาวจังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น เนื่องจากเป็นงานเอกซ์โปในระดับชาติ ทว่าในปัจจุบันกรอบระยะเวลาในการจัดงานเริ่มกระชั้นชิดเข้ามาแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาโครงการต่างๆ ได้รับการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี แต่ยังคงติดขัดในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาใช้ขับเคลื่อนแผนงาน (Master Plan)

ด้วยเหตุนี้ ภาคเอกชนจึงได้รวมตัวกันเข้าพบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้การจัดงานดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริงตามกำหนดการเดิมภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2572 ตนมองว่างานนี้จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยไปทั่วโลก เพราะเป็นงานใหญ่ที่จัดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบ 23 ปี โดยครั้งแรกเคยจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และในครั้งนี้มาจัดที่จังหวัดนครราชสีมา ภาคเอกชนจึงมีความคาดหวังต้องการให้งานนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอยากให้ภาครัฐรวมถึงรัฐบาลให้การสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายและกรอบเวลาที่วางไว้

นอกจากนี้ นายสวัสดิ์ ยังได้แสดงทัศนะต่อกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประกาศแนวเขตใหม่เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังยาวนานกว่า 50 ปี โดยตนเห็นว่า ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่ผ่านมาส่งผลกระทับต่อการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่จริง ทว่าในปัจจุบันสถานการณ์และกระบวนการต่าง ๆ ได้ดำเนินมาไกลแล้ว ตนจึงมองว่าถึงเวลาที่ภาครัฐและภาคเอกชนควรจะหันหน้าเข้าหากันเพื่อจับมือร่วมมือกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมาให้มีความน่าสนใจ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

โดยทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมมือกันหาทางออกร่วมกัน ซึ่งการที่ภาครัฐเปิดโอกาสให้มีการคลี่คลายปัญหาพื้นที่ต่างๆ ย่อมส่งผลดีทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความสบายใจและมั่นใจในการเดินทางเข้ามาพักผ่อนและท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอำเภอวังน้ำเขียวมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตนเน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะต้องมาพร้อมกับเงื่อนไขที่ชัดเจน โดยผู้ประกอบการเองจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ไม่ให้เกิดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดำเนินการควบคู่กันไปกับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

คุณอาจสนใจ

Related News