สังคม

แม่ค้าขนมหวานอ่วม หากขึ้นราคาขนม ลูกค้าประจำก็หนีหาย

โดย gamonthip_s

16 พ.ย. 2566

59 views

ที่จังหวัดอุทัยธานี นางสาววัลภา อายุ 47 ปี เจ้าของร้านโอเล่ย์ขนมไทย ซึ่งขายอยู่ตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี ขายมากว่า 25 ปีแล้ว โดยมีขนมหวานหลากหลาย เช่น เมล็ดขนุน ฝอยทอง ทองหยิบ หม้อแกง ขนมชั้น รวมไปถึงผลไม้เชื่อมต่าง ๆ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่าในตอนนี้ต้องจำทนแบกภาระไว้ในเรื่องข้าวของที่นำมาทำขนมขึ้นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นแป้งที่ใช้ทำขนม รวมถึงผลไม้ต่าง ๆ ที่นำมาประกอบการทำผลไม้เชื่อม รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ใส่ขนมเพื่อให้ดูสวยงามน่ารับประทานก็ยังขึ้นราคาเช่นกัน โดยขนมนั้นขายกล่องละ 10 บาท และกล่องใหญ่ 20 บาท



ตอนนี้ต้นทุนในการทำขนมสูงขึ้น และวานก่อนทางรัฐบาลนั้นประกาศให้โรงงานน้ำตาลนั้นขึ้นราคาได้เพราะมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนในตอนนี้ มันจึงส่งผลให้น้ำตาลทรายจากเคยซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 28 บาท แต่พอไปซื้ออีกทีน้ำตาลขึ้นมาอีกแล้วเป็นกิโลกรัมละ 30 บาทแล้ว ซึ่งร้านของนางสาววัลภาต้องใช้น้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลักอยู่แล้วทำขนมมาขายก็ใช้น้ำตาลวันละเกือบ 20 กิโลกรัม แต่ก็ขึ้นราคาขนมไม่ได้เพราะกลัวลูกค้าจะหนี หากจะลดการใส่น้ำตาลให้น้อยลงก็กลัวว่าขนมนั้นจะไม่อร่อยรสชาติจะเปลี่ยน ในตอนนี้การขายของกำไรน้อยมาก แต่หากจะหยุดขายก็มีอาชีพเดียวแล้วก็ขายมานานแล้ว จนคนที่มาซื้อนั้นรู้จักกันหมดแล้วก็กลายเป็นขาประจำกันไปจึงมีความเกรงใจที่จะขึ้นราคา



ขณะเดียวกันทาง นางสาวสุดใจ แม่ค้าขายผลไม้ เปิดเผยว่าการที่ทางรัฐบาลนำเงินดิจิทัลมาให้นั้นอยากเปลี่ยนเป็นให้เงินสดเลยเสียดีกว่า ไม่ต้องไปผ่านอะไรให้มันยุ่งยากคนธรรมดา และแม่ค้าใช้ไม่เป็นแน่ ซึ่งร้านค้าบอกเลยว่าไม่มีใครเข้าร่วมโครงการอย่างแน่นอน ซึ่ง 3 ปีถึงจะได้เงินคืนไม่ใช่ได้เงินทีเดียว เมื่อไหร่จะทยอยให้ ซึ่งเท่าที่อ่านดูไม่รู้ว่าจะเข้าใจผิดหรือไม่ ภายใน 3 ปี ถึงจะได้เงินคืนจะทยอยเข้ามาให้เรา ซึ่งแม่ค้าบางคนก็ไม่ได้มีเงินเก็บอะไรเยอะซึ่งก็ต้องใช้หมุนไปเรื่อย และในตอนนี้บรรดาแม่ค้านั้นเดือดร้อนกันอีกครั้ง ในเรื่องของขึ้นราคา ซึ่งในตอนนี้ของก็ขายไม่ดีทางรัฐบาลนั้นช่วยบ้างในเรื่องนี้ เลิกทะเลาะกันเสียทีเถอะ หันมาดูแม่ค้า และคนรากหญ้าบ้างเดือดร้อนตาม ๆ กันไป ขอให้ทำงานกันบ้างเถอะหันมาดูแลประชาชนก่อนหน้านั้นก็บอกว่าทำเพื่อประชาชน

คุณอาจสนใจ