สังคม
บุกจับหนุ่มลักลอบค้า “ปลาปิรันยา” กลางกรุง พบขายผ่านโซเชียลกว่า 1 ปี
19 ก.ย. 2565
1.9K views
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.อริยพล สินสอน, พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.ท. เอก มหาสวัสดิ์, พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง ผกก.1 บก.ปทส.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.1 บก.ปทส., ร.ต.อ.เมธานันท์ ไกรอานนท์, ร.ต.อ.หญิงกรรณิการ์ ชมภูยอด รอง สว.กก.1 บก.ปทส. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่กรมประมง
ร่วมกันจับกุม นายอภิสิทธิ์ฯ อายุ 21 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 64 ข้อหา “ครอบครองสัตว์น้ำ (ปลาปิรันยา) ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์หรือต่อสัตว์น้ำอื่นโดยผิดกฎหมาย” และมีโทษตามมาตรา 144 “ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 64 หรือมาตรา 65 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ประกอบกฎกระทรวงกำหนดสัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง พ.ศ.2559
ซึ่งสถานที่จับกุมได้ที่ บ้านพักย่านสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง ปลาปิรันยา จำนวน 6 ตัว
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มอบนโยบายแผนปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทาง กก.1 บก.ปทส. ได้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามผู้ที่มีพฤติการณ์ลักลอบค้าและครอบครองสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์หรือต่อสัตว์น้ำอื่น หรืออันตรายต่อสิ่งแวดล้อมของสัตว์น้ำ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส. สืบสวนพบว่า นายอภิสิทธิ์ฯ ใช้บ้านพักย่านสายไหม กรุงเทพฯ ลักลอบเลี้ยงปลาปิรันยาเพื่อการค้า ซึ่งใช้บ้านพักเป็นจุดส่งมอบ โดยใช้วิธีการติดต่อประกาศซื้อขายกันทางแอปพลิเคชันไลน์และเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งการกระทำของผู้ก่อเหตุ อาจสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศทางน้ำ เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ทางน้ำ
เนื่องจากประเทศไทยเป็นพื้นที่เขตร้อนชื้น ทำให้ปลาปิรันยาสามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว หากหลุดรอดลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างมาก เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นเมืองแล้ว ยังเป็นการคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ จนก่อให้เกิดความสูญเสียต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขอนามัย รวมทั้งเป็นอันตรายต่อประชาชนที่ลงไปใช้ประโยชน์ในแหล่งน้ำสาธารณะด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลอาญามีนบุรี เพื่อเข้าทำการตรวจค้น
จนกระทั่งในวันที่ 19 กันยายน 2565 เวลาประมาณ 06.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส. ได้ประสานงานกรมประมง เพื่อสนธิกำลังและเข้าตรวจสอบโดยนำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักดังกล่าวพบ นายอภิสิทธิ์ฯ แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน ผลการตรวจสอบภายในบ้าน พบปลาปิรันยา ขนาด 6 – 7 ซม. จำนวน 6 ตัว อยู่ในตู้กระจกบรรจุน้ำ จึงได้ตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส. จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนของกลางพนักงานสอบสวนนำส่งให้ กรมประมง เพื่อตรวจพิสูจน์และเก็บรักษาต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายอภิสิทธิ์ฯ ให้การว่าได้รับซื้อปลาปิรันยาจากเพจเฟซบุ๊ก
ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้เลี้ยงไว้เพื่อที่จะขายต่อผ่านช่องทางออนไลน์ให้กับบุคคลที่สนใจปลาที่มีลักษณะนิสัยดุร้าย โดยคิดราคาตามขนาดและความสวยงาม ราคาประมาณหลักพันถึงหลักหมื่นบาท โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี
แท็กที่เกี่ยวข้อง สายไหม ,ปลาปิรันยา ,ลักลอบค้าปลาปิรันยา