สังคม

อันตรายถึงตาย! แพทย์เตือน อย่ากลืน 'เม็ดกระท้อน' เสี่ยงลำไส้ใหญ่ทะลุ-ติดเชื้อในกระแสเลือด

โดย thichaphat_d

9 มิ.ย. 2565

230 views

วานนี้ (8 มิ.ย. 65) จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กซึ่งรายหนึ่งเป็นพยาบาล โรงพยาบาลกำแพงเพชรโพสต์รูปภาพ เพื่อเตือนภัยจากการกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปจนได้รับอันตราย พร้อมระบุข้อความเตือนภัยว่า


"มาอีกแล้ว เม็ดกระท้อนน อายุ 87 ปี ทำไส้ทะลุ ใส่ท่อช่วยหายใจ หายใจเหนื่อย ช็อก ติดเชื้อในกระแสเลือด ความดันต่ำมาก ต้องใช้ยากระตุ้นหัวใจ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะไอ้ 3 เม็ดเนี้ย พยาบาลกราบขอร้อง อย่ากลืนเม็ดกระท้อนมานะคะ"


นายแพทย์อัครพงศ์ จุธากรณ์ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ โรงพยาบาลกำแพงเพชร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยมีคนไข้เป็นชายอายุ 87 ปี กลืนเม็ดกระท้อนเข้าไป จนทำให้ลำไส้ใหญ่ทะลุจนติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นเหตุให้เสียชีวิตลง แต่ไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดประวัติของผู้เสียชีวิตได้ เนื่องจากไม่ได้ขออนุญาตครอบครัวของผู้เสียชีวิต


นายแพทย์อัครพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า ในวันและเวลาเดียวกัน มีคนไข้เข้ามารับการรักษาเนื่องจากกลืนเม็ดกระท้อนเข้าไปอยู่ประมาณ 2- 3 คน เช่นกัน สำหรับการกลืนเม็ดกระท้อนแล้วเสียชีวิต เป็นภาวะที่พบบ่อย โดยเฉพาะหน้ากระท้อน ส่วนใหญ่จะเป็นในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากเม็ดกระท้อนมีลักษณะปลายแหลม และไม่สามารถย่อยได้ เมื่อเข้าสู่ลำไส้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุจะมีลำไส้บาง จึงมีโอกาสลำไส้ทะลุได้ง่าย บางครั้งไม่แสดงอาการในระยะแรกๆ กว่าจะรู้ตัวก็มีอาการหนัก


จึงขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชนทุกท่านว่าไม่ควรกลืนเม็ดกระท้อนเนื่องจากมีโอกาสเกิดลำไส้ทะลุขึ้นได้ หากเผลอกลืนเข้าไปและไม่แน่ใจว่าจะมีอาการร้ายแรงหรือไม่ สามารถปรึกษาได้ที่โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านท่านโดยเร็วที่สุด


ด้านผู้ป่วยเป็นหญิงสูงวัยรายหนึ่งซึ่งเพิ่งเข้ารับการรักษาและผ่าตัดเอากระท้อนออกจากลำไส้ โดยแพทย์ได้ทำการเจาะช่องท้อง เพื่อช่วยในการขับถ่ายเพื่อรักษาแผลในลำไส้ในเบื้องต้น 


โดยทางผู้ป่วยและญาติได้เปิดเผยให้ฟังว่า ตนเผลอกลืนเม็ดกระท้อนไปตอนไหนไม่รู้ตัว แต่จำได้ว่าได้รับประทานกระท้อนเข้าไปจริง และผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์จึงรู้สึกปวดท้อง จึงได้ให้ญาติพามาโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา เมื่อแพทย์ตรวจพบเม็ดกระท้อนในลำไส้ จึงได้ทำการผ่าตัดให้โดยด่วน ก่อนจะให้พักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลกำแพงเพชร


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EfYLuWqfAWo

คุณอาจสนใจ

Related News