สังคม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดช่องให้แจ้งร้านไม่ปลอดภัย ผ่านทราฟฟี่ ฟองดูว์

1 ชั่วโมงที่แล้ว

6 views

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เตรียมเปิดเมนูใหม่ ให้ประชาชนแจ้งสถานบันเทิง ร้านอาหารเสี่ยงไม่ปลอดภัย ผ่านระบบ "ทราฟฟี่ ฟองดูว์"

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ไลฟ์ ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ระหว่าง ลงพื้นที่ไปยังบ้านอิ่มใจ (ประปาแม้นศรี) ที่พักพิงสำหรับคนไร้บ้าน เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยสถานประกอบการในพื้นที่ กทม. ว่า สถานประกอบการมีกฎระเบียบที่ซับซ้อนและมีช่องโหว่อยู่พอสมควร

วันนี้จะเปิดเมนูใน Traffy Fondue ให้ประชาชนแจ้งความปลอดภัยสถานประกอบการ พื้นที่ใดมีความเสี่ยงให้แจ้งเหตุมา เมื่อมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจก็มีความเรียบร้อย แต่เปิดใช้บริการ ก็มีการเอาของมาวางหรือเปลี่ยนรูปแบบ

ผู้ว่าฯชัชชาติ กล่าวว่า วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เห็นปัญหาได้มากขึ้น คือ ให้คนช่วยกันแจ้งเหตุมา เป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่มากขึ้น พนักงานก็แจ้งเรื่องเข้ามาได้ อาจจะไม่ต้องบอกชื่อ จะได้ไปปรับให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

พร้อมกันนี้ นายชัชชาติ ย้ำเตือนประชาชนว่า เวลาไปเที่ยวสิ่งแรกที่ต้องดูคือ ทางฉุกเฉินจะไปทางไหน ไปซ้อมเดินก่อนก็ได้ ขอให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ยิ่งมีหลายตาช่วยกันตรวจสอบ ยิ่งทำให้เราได้เห็นปัญหากันมากขึ้น

ส่วนเมื่อคืนนี้ พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษา ผู้ว่าฯ กทม.พร้อมด้วยพลตำรวจเอกอดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.ลงพื้นที่ตรวจสถานบันเทิงและสถานประกอบการลักษณะคล้ายสถานบันเทิง ที่เขตดินแดง โดยตรวจสอบระบบป้องกันและระงับอัคคีไฟ ความพร้อมในการเผชิญเหตุฉุกเฉิน รวมถึงตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

ซึ่งเรื่องประเภทการประกอบกิจการ ของร้านโรงเบียร์ที่เกิดเหตุ ถ้าฟังจากผู้ว่าฯ ชัชชาติ เมื่อวานบอกว่า ร้านที่เกิดเหตุไม่ใช่สถานบริการ เพราะอยู่นอกโซนนิ่งสถานบริการ เป็นร้านอาหารที่มีเครื่องดนตรี ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย (ถ้าฟังเผินๆเหมือนกับไม่มีกฎหมายสถานบริการมาควบคุมได้) แต่ในมุมของนักวิชาการด้านกฎหมาย อย่าง อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล มองว่า นี่มันไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นสถานบริการที่ไม่ได้ขออนุญาต ต่างหาก

รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อ.คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ เรื่องนี้ บอกว่า สองประเด็นที่ชี้แจงของกรุงเทพมหานครและเขตจตุจักร ที่บอกว่า

1. ไม่อยู่ในโซนที่อนุญาตเปิดสถานบริการ ทำให้ใช้ พรบ. สถานบริการไปควบคุมไม่ได้

2. เดือนเมษายนที่ผ่านมาเขตจตุจักรไปตรวจแล้วมีทางหนีไฟและทุกอย่างครบ

อ.ปริญญา บอกว่า ผมอ่านแล้วเกรงว่าจะแก้ปัญหากันไม่ตรงจุด และเรื่องนี้ก็จะจบแบบไฟไหม้ฟาง เจ้าของต้องรับผิดติดคุกและชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนหน่วยงานอนุญาตและบังคับใช้กฎหมายก็จะทำแบบเดิมกันต่อไป ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวก็จะไม่ใช่ที่สุดท้ายแน่

อ.ปริญญา ไล่เรียงที่ละประเด็น / ประเด็นแรก ที่ กทม. บอกว่า ไม่อยู่ในโซนที่อนุญาตเปิดสถานบริการ ทำให้ใช้ พ.ร.บ. สถานบริการไปควบคุมไม่ได้

อ.ปริญญา บอกว่า การเป็น "สถานบริการ" ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ ไม่ได้ดูว่าได้รับอนุญาตจดทะเบียนเป็นสถานบริการหรือไม่ แต่ต้องดูที่ลักษณะการประกอบการ กรณี โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ถ้ามีการแสดงดนตรี มีการเต้น ถ้ามีลักษณะดังที่กล่าวมาก็จะเป็น "สถานบริการ"

แต่จะเป็น สถานบริการที่ไม่ขออนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.สถานบริการ

โทษจำคุกสูงสุด 1 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่น ซึ่งเขตจตุจักร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถบังคับใช้ พ.ร.บ.สถานบริการ กับสถานที่ลักษณะทำนองเดียวกันนี้ได้หมด ( ไม่ใช่แค่ 3 โซน ที่ผู้ว่าฯ บอก)

อ.ปริญญา บอกว่า หาไม่แล้วใครไม่อยากถูกควบคุมโดย พ.ร.บ.สถานบริการ ก็ให้มาเปิดนอกโซน ซึ่งก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั่นเอง

ประเด็นที่ 2 : เขตจตุจักรไปตรวจแล้ว มีประตูหนีไฟทางหนีไฟและทุกอย่างครบถ้วน

ประเด็นนี้ อ.ปริญญา ตั้งคำถามว่า ตอนไปตรวจได้แจ้งเขาก่อนว่าจะไปไหมครับ? ถ้าแจ้งเขาก่อนทุกอย่างก็ครบถ้วน ประตูหนีไฟ ทางหนีไฟ ที่ดับเพลิง มีครบหมดแหละครับ

ขอให้อาจารย์ชัชชาติ ผู้ว่า กทม. แก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ทำให้เรื่องนี้หมดไปให้ได้ เขตจตุจักรก็มีส่วนบกพร่องด้วยแน่ ยิ่งบอกว่า "ประตูหนีไฟมี แต่ไม่รู้เปิดได้ไหม ต้องไปตรวจสอบ อันนี้บกพร่องแน่นอนครับ แต่บกพร่องหรือผิดถึงขนาดไหนให้ว่าไปตามข้อเท็จจริงครับ

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่คนไปตายที่ประตูหนีไฟ หรือตายในห้องน้ำที่ทางออกหนีไฟปิดล็อกเกิดขึ้นอีก ขอให้การตายที่ไม่ควรตายอย่างที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวเป็นที่สุดท้ายครับ!

คุณอาจสนใจ

Related News