เลือกตั้งและการเมือง

“ศรีสุวรรณ” ร้อง ป.ป.ช.สอบ “ชัชชาติ” ยกเลิกแก้มลิงคู้บอน มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

1 ชั่วโมงที่แล้ว

23 views

“ศรีสุวรรณ” บุก ป.ป.ช.ร้องสอบ “ชัชชาติ” ยกเลิกแก้มลิงคู้บอน มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ สงสัยตัวเลขงบ 11,000 ล้านบาทเอามาจากไหน

วันนี้ (2 ต.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ไม่ดำเนินการจัดทำพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิงคลองคู้บอน ตามแนวพระราชดำริในหลวง ร.9 เพราะมีที่ดินของบริษัทเรียลเอสเตรทที่เคยเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาผู้ว่าฯอยู่ด้วย ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตนเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้จัดสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำชั่วคราวเพื่อรองรับน้ำหลาก และระบายออกเมื่อระดับน้ำลดลงตามธรรมชาติซึ่งเรียกว่า “แก้มลิง” ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออก เพื่อทำหน้าที่เป็นพื้นที่หน่วงน้ำ (Detention Basin) ช่วยบรรเทาอุทกภัยและระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบึงรับน้ำคลองคู้บอน ที่ตั้งอยู่ในเขตคันนายาวและเขตคลองสามวา มีเนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ และมีความจุในการกักเก็บน้ำประมาณ 870,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งช่วยป้องกันน้ำท่วมให้ประชาชนได้กว่า 1.4 ล้านคน ใน 4 เขต คือ คลองสามวา, คันนายาว, สายไหม และมีนบุรี

พื้นที่แก้มลิงดังกล่าวผ่านการประชาพิจารณ์มาแล้วถึง 93.36% เมื่อปี 2560 และ ครม. เห็นชอบในหลักการแล้วเมื่อปี 2562 แต่ กทม. กลับเพิกเฉยไม่เดินหน้าเพื่อเสนอร่าง พ.ร.ฎ.จะเวนคืนที่ดินฯเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเมื่อไม่มีกฎหมายเวนคืนออกมาบังคับใช้ เจ้าของที่ดินจึงยังมีสิทธิตามกฎหมายในการซื้อ ขาย โอน ถมดิน หรือยื่นขอจัดสรรที่ดิน ซึ่งหนึ่งในบริษัทจัดสรรที่ดินที่ซื้อที่ดินในบริเวณดังกล่าวเพื่อพัฒนาทำหมู่บ้านขาย คือบริษัทที่มีที่ปรึกษาของผู้ว่าฯชัชชาติเป็นผู้บริหารอยู่ด้วย

กรณีดังกล่าว กทม.ออกมาแถลงว่าเหตุผลที่ยกเลิกแก้มลิงคลองคู้บอนและบางชันเพราะใช้งบสูงถึง 11,000 ล้านบาท จึงปรับไปใช้การพัฒนาระบบคลองสายหลักเชื่อม “อุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน” แทน ซึ่งใช้งบประมาณเพียง 6,500 ล้านบาท และมีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ทว่าข้อมูลอีกด้านระบุว่า พื้นที่โครงการบึงรับน้ำคู้บอน 130 ไร่ ช่วงมีข่าวทำบึงรับน้ำและทำประชาพิจารณ์ ราคาที่นาที่ชาวบ้านขายบริษัทอสังหาฯ ขนาดใหญ่ตกเฉลี่ยไร่ละ 3 ล้านบาท รวมเป็นเงินค่าที่ดินเพียง 390 ล้านบาท ประเมินค่าก่อสร้างโครงการในช่วงการทำประชาพิจารณ์ประมาณ 1 พันล้านบาท รวมเป็นเงินงบประมาณที่ต้องใช้เพียงประมาณ 1,390 ล้านบาทเท่านั้น ตัวเลข 11,000 ล้านเอามาจากไหน

ประเด็นสำคัญที่เป็นข้อพิรุธ คือ การที่ผู้ว่าฯ กทม.ไม่ยอมผลักดันเสนอ (ร่าง) พ.ร.ฎ.จะเวนคืนฯที่ดินบริเวณดังกล่าวเพื่อมาทำแก้มลิงตามพระราชดำริในหลวงนั้น แม้ชาวบ้านในพื้นที่จะเรียกร้องและยื่นหนังสือมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะมีบริษัทที่เป็นอดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าฯชัชชาติ ไปซื้อที่ดินอยู่ในบริเวณนั้นอยู่ด้วย จึงไม่กล้าที่จะเวนคืน จึงปล่อยเรื่องดังกล่าว “ให้ตกไปตามสภาพ” โดยไม่ต้องสั่งยกเลิกใช่หรือไม่ เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้พื้นที่ดังกล่าวขาดพื้นที่รับน้ำ ทำให้เกิดอุทกภัยในบริเวณดังกล่าว

เรื่องดังกล่าวน่าจะเข้าข่ายเป็นการมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตน อันอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ จึงจำต้องนำความมาให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดในวันนี้ นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

คุณอาจสนใจ

Related News