สังคม
"ชัชชาติ" เปิดผลตรวจดาต้าเซ็นเตอร์ ยัน 43 แห่ง เป็นขนาดเล็ก ใช้ไฟ-เก็บน้ำมันไม่สูง ยันไม่กระทบปชช.
3 ชั่วโมงที่แล้ว
14 views
กรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบและกำกับดูแลการประกอบกิจการ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระหว่างรอข้อกำหนดเพิ่มเติมจากคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กทม.ได้เดินหน้าตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ โดยเฉพาะด้านอาคาร ผังเมือง สาธารณสุข และความปลอดภัย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า การกำกับดูแล Data Center เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งการประปานครหลวงดูแลด้านน้ำ การไฟฟ้านครหลวงดูแลด้านไฟฟ้า ขณะที่การควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมและกลุ่มธุรกิจพลังงาน ส่วน กทม.รับผิดชอบหลักด้านการก่อสร้างและการใช้อาคาร ตามกฎหมายควบคุมอาคาร ผังเมือง และด้านสาธารณสุข
จากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มี Data Center ที่ติดตั้งอยู่ภายในอาคาร 43 แห่ง ทั้งหน่วยงานราชการ ธนาคาร รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ส่วน Data Center แบบสแตนด์อโลน มี 6 แห่ง โดยเปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 3 แห่ง ซึ่งในส่วนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง กทม.ได้ชะลอการออกใบอนุญาตไว้ระหว่างรอความชัดเจนจากคณะกรรมการชุดใหญ่
สำหรับ Data Center ที่อยู่ภายในอาคาร 43 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่กระจายอยู่ตามอาคาร และหลายแห่งเปิดดำเนินการมานานแล้ว โดยการใช้ไฟฟ้าของแต่ละแห่งไม่เกิน 2 เมกะวัตต์ ขณะที่การใช้น้ำมันของ 43 แห่ง ไม่พบการสะสมในปริมาณเกิน 15,000 ลิตร และจากการตรวจสอบสถานประกอบการ 12 แห่ง ที่มีการเก็บรักษาน้ำมัน พบว่ามีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และมีปริมาณน้ำมันไม่สูง
นายชัชชาติ ย้ำว่า Data Center ในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ยังถือเป็นขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับ Data Center ขนาดใหญ่ในต่างจังหวัด พร้อมยืนยันว่า กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้สำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจสอบทั้ง 43 แห่ง ว่ามีผลกระทบต่อประชาชนหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่พบประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกัน กทม.ได้จัดทำเช็กลิสต์ด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ตรวจสอบมาตรฐานเบื้องต้น ทั้งโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงอาคาร การใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ และการครอบครองน้ำมัน รวมถึงติดตามด้านสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดตรวจมลพิษทางน้ำเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจสอบการปล่อยของเสียหรือสารพิษ ขณะที่ด้านมลพิษทางอากาศ กำหนดให้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดแบบเรียลไทม์ ทั้งฝุ่น PM10 และ PM2.5 เพื่อเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
ส่วนระบบระบายความร้อน หรือ Cooling Tower ที่อาจปล่อยไอน้ำออกมา กทม.จะตรวจสอบเชื้อโรคปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเชื้อที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงติดตามอุณหภูมิไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินประมาณ 2–4 องศา และตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย ทั้งเครื่องดับเพลิง ระบบน้ำดับเพลิง และสารดับเพลิง เพื่อให้พร้อมรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ด้าน นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม.ได้เพิ่มการตรวจสอบเรื่อง มลพิษทางเสียง หลังเคยได้รับการร้องเรียนจากประชาชน กรณี Data Center ทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองในช่วงกลางคืน โดยเช็กลิสต์ใหม่จะแบ่งการตรวจเสียงเป็น 2 ระดับ ระดับแรกคือเสียงในสภาวะปกติ หรือ Ambient Sound ซึ่งตลอด 24 ชั่วโมงต้องไม่เกิน 70 เดซิเบล ส่วนการทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือ Generator ผู้ประกอบการต้องแจ้งวันและเวลาที่จะทดสอบ ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และระดับเสียงขณะทดสอบต้องไม่เกิน 115 เดซิเบล เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อประชาชนโดยรอบ ทั้งนี้ กทม.จะใช้มาตรการตรวจสอบดังกล่าวเป็นมาตรฐานเบื้องต้น ระหว่างรอข้อกำหนดจากคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นมากำหนดความชัดเจนเกี่ยวกับการประกอบกิจการ Data Center ต่อไป
แท็กที่เกี่ยวข้อง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ,ดาต้าเซ็นเตอร์