สังคม
เร่งสอบเพลิงไหม้โรงงานลาดกระบัง กทม.สั่งสำรวจนิคมอุตสาหกรรม หวั่นเกิดเหตุซ้ำ
7 ก.ค. 2564
29 views
เมื่อวานนี้ (6 ก.ค.2564) เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานผลิตน้ำหอมที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็ควบคุมเพลิงไว้ได้ ล่าสุดเช้าวันนี้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว
สำหรับเหตุเพลิงไหม้บริษัท ฟลอรอลแมนูแฟคเจอริ่งกรุ๊ป จำกัด ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง โซน 3 ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 6 โมงครึ่ง ของช่วงเย็นวานนี้ ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่และรถน้ำกว่า 30 คันเข้าควบคุมเพลิง เนื่องจากเป็นโรงงานผลิตน้ำหอมและสบู่ แชมพูต่างๆ ซึ่งมีสารเคมีที่ติดไฟได้ง่ายเป็นจำนวนมาก ระหว่างการควบคุมเพลิงปรากฎว่าหลังคาของตัวอาคารได้พังลงมา ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องถอยออกมา แต่ยังคงฉีดน้ำเลี้ยงไว้ เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมงก็สามารถควบคุมเพลิงได้
เมื่อคืนนี้พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เข้ามาติดตามสถานการณ์ พร้อมเปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุพนักงานกำลังเลิกงาน แต่มีกริ่งสัญญาณดังขึ้นว่ามีเหตุเพลิงไหม้ พนักงานจึงพยายามจะนำถังดับเพลิงมาฉีดเพื่อดับไฟแต่ไม่เป็นผลเนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญ จึงรีบวิ่งหนีออกจากอาคาร โดยภายในโรงงานมีทั้งแอลกอฮอล์ประมาณ 100-200 ลิตร ที่อยู่ข้างอาคาร โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้เรียบร้อย
ด้านร้อยตำรวจเอก พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม. ยอมรับว่า หลังจากนี้ต้องมีการปรับแผนเรื่องสารเคมีที่ใช้ในการดับเพลิง เพราะเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานหมิงตี้ ทำให้ต้องระดมโฟมเคมีของกทม.ไปช่วยทั้งหมด พอเกิดเหตุซ้ำซ้อน ทำให้สารเคมีที่ใช้ดับเพลิงไม่เพียงพอ ต้องไปขอจากโรงงานใกล้เคียงที่เก็บไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินมาใช้ก่อน ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตลาดกระบังเร่งสำรวจโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่มีสารเคมี ในเบื้องต้นรายงานว่ามีจำนวน 12 โรงงานจากจำนวนทั้งหมด 236 โรงงาน จัดทำมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยจะมีการประชุมหารือในช่วงบ่ายวันนี้
ขณะที่ปัญหาที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือ เรื่องของแหล่งน้ำ เพราะรอบโรงงานที่เกิดเหตุมีร่องน้ำที่เชื่อมต่อกับภายนอก ซึ่งการดับเพลิงเมื่อวานนี้มีสารเคมีในโรงงานไหลลงมาในคลอง ทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีชมพู และส่งผลให้ปลาตาย หลายฝ่ายกังวลว่า น้ำนี้จะไหลไปสู่ภายนอกเพราะร่องน้ำเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำของชุมชนด้วย
นาย วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. เปิดเผยว่า มีเจ้าหน้าที่มาเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบแล้ว และปิดกั้นลำรางระบายน้ำฝนภายในและบริเวณโดยรอบโรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่เกิดจากการดับเพลิงรั่วไหลออกสู่ภายนอก
ล่าสุดเช้าวันนี้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้แล้ว และกันพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่อันตราย ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป เช่นเดียวกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัยหรือ คปภ. และ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงาน เพื่อประเมินความเสียหายและมาตรการเยียวยา
ส่วนต้นเพลิง เบื้องต้นคาดว่ามาจากด้านหลังตัวอาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสันนิษฐานว่าต้นเพลิงอาจมาจากจุดจัดเก็บสินค้า ซึ่งมีกล่องกระดาษจำนวนมากเป็นเชื้อเพลิง
ขณะที่ โรงงานแห่งนี้ มีพื้นที่กว่า 4 ไร่ หรือ ประมาณ 7,960 ตารางเมตร มีพนักงานประมาณ 130 คน โดยเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นบริเวณคลังเก็บสินค้า และวัตถุดิบ จุดเกิดเหตุเป็นอาคาร 2 ชั้น ด้านข้างมีถังเก็บสารเคมีกลุ่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 70,000 ลิตร มูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ต้องรอให้มีการตรวจสอบรายละเอียดก่อน
แท็กที่เกี่ยวข้อง นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ,กนอ. ,ไฟไหม้โรงงานลาดกระบัง