สังคม

‘อี๊ด ชลบุรี’ อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดัง แจ้งความเอาผิด จนท.ธนาคารหลอกโอนเงิน ทำเงินในบัญชีสูญกว่า 4 ล้าน

โดย chutikan_o

2 ส.ค. 2565

579 views

‘อี๊ด ชลบุรี’ อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดัง พร้อมแฟนสาว แจ้งความเอาผิด จนท.ธนาคารหลอกโอนเงิน ทำเงินในบัญชีธนาคารกสิกรไทยสูญกว่า 4 ล้าน พบติดต่อด้วยสายด่วนธนาคาร



วันนี้ (2 ส.ค.2565) นายธนัชพงศ์ ผสมทรัพย์ หรือ อี๊ด ชลบุรี อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดัง ศิษย์ร่วมสำนักกับ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย พร้อมนางสาว วนิดา วันทาพรม แฟนสาว อุ้มลูกน้อย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.กฤษฏา ไชยชาติ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขมราฐ หลังเข้าปรึกษากับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ว่าเงินในบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัล พระราม 2 ของนางสาว วนิดา วันทาพรม หายไป



อี๊ด ชลบุรี กล่าวว่า เหตุเกิดตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 เบื้องต้นมีเงินในบัญชี 271,000 บาท จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้นประมาณ 4 ล้านบาทเศษ หายไปจากบัญชี โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกร จะใช้เบอร์ Call Center 02-888-8888 โทรศัพท์ติดต่อมาโดยตลอดว่า จะเคลียร์เงินในบัญชีให้วันนั้นวันนี้ ถอนเงินได้บ้างไม่ได้บ้าง ครั้งละ 1 แสนบาท 2 แสนบาท บางครั้งก็หลักหมื่น ตั้งแต่เกิดเหตุ จนถึงปัจจุบัน เป็นอย่างนี้เรื่อยมา บางครั้งทางเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรก็โทรศัพท์ โดยใช้เบอร์ Call Center ประสานมา ให้เอาเงินเข้าบัญชีเจ้าหน้าที่ในช่วงเช้า ช่วงบ่ายทางธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ ถอนได้บ้างไม่ได้บ้าง เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกร ที่เอาเงินออกจากบัญชีของตนไป



นางสาววนิดา วันทาพรม แฟนสาวของอี๊ด ชลบุรี อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดัง กล่าวว่า อยากให้ธนาคารกสิกร ออกมารับผิดชอบ มาเคลียร์เงินในบัญชีทั้งหมดให้ด้วย เพราะช่วงนี้ครอบครัวเดือดร้อนและลำบากมาก ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนๆ และชาวบ้านที่สนิทคุ้นเคยกันมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน



เธอกับสามี อยากไปออกรายการโหนกระแส ช่อง 3 ของพี่หนุ่มกรรชัย เพื่อเปิดใจ ให้หมดเปลือกว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย หลอกเอาเงินไปใช้ หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชี แต่เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลับเอาไปใช้เอง ตนหมดที่พึ่งจริงๆ อยากแฉความจริงทั้งหมดให้ชาวบ้านรับรู้ และจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของเจ้าหน้าที่ธนาคารอีกต่อไป



ด้านพนักงานสอบสวน กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ พร้อมประสานไปยังธนาคารกสิกรไทย เพื่อหาทางช่วยเหลือ และเอาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป และเชื่อว่า มีคนในรู้เห็นเป็นใจ ในการยักยอกเอาเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปอย่างแน่นอน

คุณอาจสนใจ

Related News