เลือกตั้งและการเมือง
"SPACEBAR" ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน ชี้ กกต.ตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุ - สมาคมนักข่าวฯ ขอ กกต.พิจารณารอบด้าน
4 ชั่วโมงที่แล้ว
22 views
ประเด็นของ กกต. หลังจากเมื่อวันก่อน กกต. ไปแจ้งความที่กองปราบ ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล ที่ไปเกาะติดประเด็นบัตรเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. มองว่าเป็นการพยายามทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ เมื่อวานนี้มีการเปิดชื่อ 6 คน ที่ถูกแจ้งความออกมาแล้ว แต่ละคนก็เป็นคนที่อออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาการเลือกตั้ง
6 คนที่ถูก กกต. แจ้งความตามรายงานข่าวที่ออกมา ประกอบด้วย
1.คุณธรรม์ธีร์ (ทันที) สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม
2.คุณธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของDomecloud (โดมคราวด์) ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain
3.คุณชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black.
4.คุณสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.
5.คุณไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน
6.และ คุณทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพสื่อ Spacebar (สเปชบาร์ )
ซึ่ง กกต. ได้ไปแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยคุณครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ซึ่ง กกต. ระบุว่า เป็นการแจ้งความกับ กลุ่มบุคคลร่วมมือกันโดยแบ่งหน้าที่กันทำ เช่น ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และถอดรหัสเพื่อพยายามเชื่อมข้อมูล โดยมีเจตนาที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนใหม่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ไม่เป็นความลับ ถือเป็นการกระทำดังกล่าวที่เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.
หลังมีการเปิดชื่อออกมา 1 ใน 6 คน คือ อ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ก็โพสต์ทันทีบอกว่า โปรดอย่าถอนการแจ้งความ เพราะ หากเป็นการแจ้งความเท็จ ผู้ถูกดำเนินคดี จะแจ้งความกลับในคดีอาญา ม.157 เจ้าพนักงานของรัฐกระทำการโดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งประชาชนให้ได้รับความเสียหาย เสียโอกาสในการประกอบวิชาชีพ และจะมีการฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งกลับ เพื่อให้ กกต. ชดใช้ตามสมควรด้วย และหากแพ้โปรดใช้เงินส่วนตัว อย่าเอาภาษีประชาชนมาจ่าย
ข้อสำคัญ อ.สมชัย บอกว่า การขึ้นถึงศาล เป็นโอกาสในการใช้อำนาจศาลในการเรียกพยานหลักฐานทุกอย่างที่ กกต. ไม่เปิดเผยต่อประชาชน อาทิ TOR การพิมพ์บัตร สัญญาจ้าง รายงานการตรวจรับ รายงานการประชุม การเปิดหีบบัตรเพื่อดูพยานหลักฐานต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดีอื่นๆ อีก เป็นต้น ขอบคุณ กกต.ครับ ที่เมาหมัด
อ.สมชัย ยังโพสต์อีกว่า ถ้าใครตามเฟซบุ๊กผม ก็จะรู้ว่าวันอาทิตย์ 22 ก.พ.ที่ กกต.อ้าง ตนเองกับเพื่อนๆ กว่า 10 คน ไปปั่นจักรยานท่องเที่ยวกันที่เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ไม่ได้อยู่ที่หน่วยเลือกตั้งตามที่ กกต.อ้าง
ขณะที่สำนักข่าว SPACEBAR ต้นสังกัดหัวหน้าช่างภาพ 1 ใน 6 ที่ถูก กกต.แจ้งความดำเนินคดี ก็ออกแถลงการณ์ โดระบุว่า สำนักข่าว SPACEBAR เคารพกระบวนการยุติธรรม สนับสนุนการเลือกตั้งที่สุจริต เคารพสิทธิประชาชน พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างโปร่งใส ย้ำว่า การทำหน้าที่ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอระบบในเชิงเทคนิคของการเลือกตั้งและนับคะแนน ไม่ได้มีเจตนาจะละเมิดความลับของผู้ใช้สิทธิ หรือบ่อนทำลายกระบวนการเลือกตั้ง
ระบุว่า "การตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุ กระทบเสรีภาพการตรวจสอบของประชาชนและสื่อมวลชน ซึ่งทำหน้าที่รักษาดุลยภาพ ไม่ใช่เลือกข้าง หรือเป็นการกระทำเพื่อบ่อนทำลายตามที่ กกต. กล่าวหา"
สำนักข่าว SPACEBAR ขอยืนยันถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนตามหลักวิชาชีพที่ต้องนำเสนอข้อเท็จจริงและรับผิดชอบต่อสังคม และจะปกป้องคุ้มครองการทำหน้าที่ของช่างภาพ SPACEBAR อย่างถึงที่สุด และขอให้สังคมรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน และติดตามข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรมเป็นสำคัญ
ขณะที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยก็ออกแถลงการณ์ แสดงความเป็นห่วง กรณีที่ กกต.แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อช่างภาพ SPACEBAR ที่ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน โดยเห็นว่าการดำเนินคดีอาญาหลายข้อหา ที่มีลักษณะร้ายแรง เช่น ความผิดฐานอั้งยี่ ซึ่งมีบทลงโทษสูง หากไม่ได้พิจารณาเจตนาและบริบทของการทำหน้าที่อย่างรอบด้าน อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน และก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการรายงานข่าวสารสาธารณะ อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย
สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณาข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าวอย่างรอบด้าน และหวังว่า กกต.จะพิจารณาทบทวนการฟ้องร้องดำเนินคดีกับช่างภาพสื่อด้วยความรอบคอบ โดยไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
ล่าสุดเรื่องนี้ยังมีการเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์ กรณี ที่ กกต.แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันตรวจสอบ กรณีข้อสงสัยเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ก็ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าวของ กกต.
เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีความผิดพลาดบกพร่องและข้อสงสัยในการดำเนินการเกิดขึ้นหลายประการ ในทุกกรณีกลับมีการชี้แจงที่ไม่ชัดเจน อีกทั้งเมื่อมีการขอให้เปิดเผยข้อมูลที่สังคมสงสัย กลับมีท่าทีปฏิเสธ ไม่ตอบรับ สร้างความกังขาในความสุจริต เที่ยงธรรม ของการเลือกตั้งต่อสังคมในวงกว้าง
ซึ่งการตอบโต้การดำเนินการตรวจสอบใดๆ ด้วยการฟ้องบุคคลที่ตรวจสอบ "จึงเสมือนเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ส่อนัยของการฟ้องเพื่อปิดปากสาธารณะ ซึ่งขัดหลักความโปร่งใสในระบอบประชาธิปไตยที่สุจริต"
อีกทั้งข้อหาที่ฟ้องดำเนินคดีมีความรุนแรง ทั้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ขัดขวางการเลือกตั้ง เปิดเผยข้อมูล นำเข้าข้อความอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ ดูจะขัดแย้งกับภาพข่าวที่ปรากฎต่อสาธารณะที่เห็นว่าการตรวจสอบดังกล่าวเป็นการกระทำที่เปิดเผย โดยไม่ได้มีการคุกคามหรือขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
พรรคประชาธิปัตย์ ขอเรียกร้องให้ กกต.หยุดดำเนินการในลักษณะดังกล่าว และใช้การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินการ และดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีขององค์กรที่มีความสำคัญในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/QYOK-oCNRGg
แท็กที่เกี่ยวข้อง กกต ,แจ้งความ ,บัตรเลือกตั้ง