เลือกตั้งและการเมือง
“สว.นิรนาม” ร้อง ตร.สอบสวนกลาง เอาผิด “ยิ่งชีพ-พนักงานสอบสวน DSI” เหตุเปิดเผยสำนวนคดีฮั้ว สว.
1 ชั่วโมงที่แล้ว
39 views
“สว.นิรนาม” ร้องตำรวจสอบสวนกลาง เอาผิด “ยิ่งชีพ-พนักงานสอบสวน DSI” เหตุเปิดเผยสำนวนคดีฮั้ว สว. ชี้หวังกดดัน-ดิสเครดิต กกต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายของวันนี้ (6 ต.ค.69) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) รายหนึ่ง ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ในความผิดฐานเปิดเผยความลับในสำนวนคดีสืบสวนและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังมีการนำเอกสารสำนวนคดีการทุจริตเลือกตั้ง สว. จำนวน 90,000 หน้า มาเปิดเผยต่อสาธารณะ
เอกสารร้องทุกข์ระบุว่า ผู้ร้องเรียนดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็น สว. ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเคยถูกคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน (ส่วนกลาง) ชุดที่ 26 ของ DSI แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วย พ.ต.ท. อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดี DSI, ระวี อักษรศิริ ผู้อำนวยการกองคดีการฟอกเงินทางอาญา และ เอกรินทร์ ดอนดง ผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติชี้มูลความผิดบุคคลเพียง 77 คน เพื่อยื่นศาลฎีกา โดยไม่ได้ชี้มูลความผิดผู้ร้องเรียนรายนี้ ซึ่งผู้ร้องระบุว่ามติดังกล่าวเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันว่าตนมิได้กระทำความผิด
ผู้ร้องบรรยายเหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ในช่วงที่ กกต. กำลังพิจารณาคดี โดยยิ่งชีพได้จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ‘ชนกำแพงให้จบ ๆ ผ่าพิภพ สว.’ ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร
ผู้ร้องระบุว่า ในงานดังกล่าวยิ่งชีพได้นำเอกสารที่อ้างว่าเป็นสำนวนคดีพิเศษจำนวน 90,000 หน้า พร้อมรายงานการสอบสวนคดีพิเศษมาจัดแสดงและเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งผู้ร้องมองว่าพฤติการณ์นี้มีเจตนาเพื่อกดดันและดิสเครดิตการทำงานของ กกต. เพื่อให้มีคำวินิจฉัยสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน โดยไม่ยึดหลักนิติธรรมและพยานหลักฐาน
ผู้ร้องได้ระบุข้อกล่าวหาต่อหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนและคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ว่า การเปิดเผยข้อมูลในสำนวนคดีที่อยู่ระหว่างการสืบสวนและยังไม่มีคำสั่งเด็ดขาด ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งและระเบียบการรักษาความลับของ DSI รวมถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ผู้ร้องจึงขอให้ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 164 ฐานเปิดเผยความลับในราชการ ประกอบมาตรา 83 โดยให้เหตุผลว่าการเปิดเผยความลับดังกล่าวหวังผลเพื่อกดดันองค์กรอิสระ หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการและการบังคับใช้กฎหมาย
สำหรับความผิดของยิ่งชีพ ผู้ร้องระบุว่า การนำความลับในสำนวนคดีมาเปิดเผย ย่อมเกิดจากการติดต่อประสานงานและแบ่งหน้าที่กันทำกับเจ้าพนักงาน จึงขอให้ตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
ในตอนท้ายของหนังสือ ผู้ร้องขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับคณะพนักงานสอบสวนและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากกรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน
แท็กที่เกี่ยวข้อง คดีฮั้ว สว. ,สว.นิรนาม ,ยิ่งชีพ ,พนักงานสอบสวน DSI