เลือกตั้งและการเมือง
“รักชนก” ถลุงคดีฮั้ว สว. กลางสภาอีกรอบ โยงเส้นเงิน พนง.สอบสวน-สายตรง 39 วินาที
2 ชั่วโมงที่แล้ว
13 views
“รักชนก” ยำข้อมูลที่เปิดคดีฮั้ว สว. ถลุงกลางสภาอีกรอบ ไร้คนประท้วง โยงเส้นเงินพนักงานสอบสวน-สายตรง 39 วินาที ฟาดแรง “อาชญากรรมสีน้ำเงิน” เปิดข้อมูลผู้ถูกกล่าวหา อักษรย่อ น. ให้การในสำนวน วุ่นกับดูแลสโมสรฟุตบอล ไม่เกี่ยวยุ่งเลือก สว. ซัดตั๋วบุรีรัมย์แต่งตั้งโยกย้าย ลั่นอำนาจไม่คงที่ ระวังโดนเช็กบิลย้อนหลัง
วันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2570 วาระ 2 มาตรา 32 ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานในองค์กรอิสระ
น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายพุ่งเป้าไปที่งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตามข้อสังเกตของกรรมาธิการวิสามัญร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีประเด็นข้อสังเกตว่าหน่วยงานควรมีการทำงานเชิงรุกในการตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจส่อหรือเข้าข่ายซื้อเสียงในการเลือกตั้ง โดยไม่ควรรอให้ให้มีการเรียกร้องจากประชาชนอย่างเดียว ควรมีมาตรการเชิงรุกในการสอบสวน ดำเนินการแฝงตัวเข้าไปภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่ง กกต.ได้ตอบกลับผ่านกรรมาธิการวิสามัญฯ ว่า กกต.มีกระบวนการต่อเนื่องในการตรวจสอบและร้องเรียน ซึ่งตนคิดว่าสิ่งที่ กกต.ตอบมา อาจจะไม่ได้สอดคล้องกับสิ่งที่ กกต.ปฏิบัติจริง
น.ส.รักชนก ได้พิมพ์รูปพร้อมชื่อของหญิงคนหนึ่ง ก่อนกล่าวว่า ถ้าได้ติดตามข่าวมีกรณีของคุณญาณี ที่ปรากฎในรายงาน กกต. โดยโอนเงิน 860,000 บาทให้แก่นายสุรชัย ซึ่งเป็นพนักงาน ฝ่ายสืบสวนของ กกต. การโอนเงินนี้อยู่ในระหว่างวันที่ 7-22 เม.ย. 2567 ซึ่งเป็นการคาบเกี่ยวกระบวนการเลือก สว.
“ประชาชนเห็นเส้นเงิน ถูมือแล้วบอกว่าโดนแน่ทั้งคนให้และคนรับ แต่ปรากฎว่าเลขา กกต. ได้ออกมาชี้แจงว่าเงินจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. ไม่ได้เกี่ยวกับการเลือก สว. อีกทั้งยังมีคำสั่งให้พนักงานท่านนี้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ดิฉันตั้งคำถามว่าคนโอนเงินโดนอะไร แล้วในกรณีนี้ได้มีการสืบสวนสอบสวนไปถึงไหนแล้ว เป็นเพราะ กกต.เกรงใจใคร ท่านญาณีเป็นผู้สนิทสนมหรือไม่” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก เปิดภาพ สว.ชาย พร้อมกล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ กกต. ต้องระวังคือผลประโยชน์ทับซ้อน มี สว. ท่านหนึ่งชื่อว่านายปราณีต เคยถูกยื่นร้องต่อกกต. ว่าสมัคร สว. โดยที่รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ เนื่องจากมีประสบการณ์ในการทำงานด้านที่สมัครไม่ถึง 10 ปี บอกว่าเป็นนักกีฬาอาวุโส กกต. เชื่อคนง่ายเหลือเกิน ดันไปเชื่อ แล้วชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่เป็นคนเติมให้
“ท่านประธาน คือดิฉันสงสัยจริงๆ ว่าทำไม กกต.ถึงเชื่อคนง่าย และเมื่อไม่นานนี้ก็ปรากฎว่ามีการโทรหาเลขา กกต. 39 วินาที ดิฉันเป็น สส. มา 4 ปี ยังไม่มีเบอร์เลขา กกต. เลขา ป.ป.ช. หรือเลขาสภาเราด้วยซ้ำ แต่ท่าน สว. บุรีรัมย์ท่านนี้โทรหาท่านแสวง 39 วินาที ซึ่งประชาชนก็สงสัยว่าท่านโทรคุยอะไรกัน ท่านปราณีตได้แจ้งเบาะแสการโกง สว. หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าประชาชนต้องเอามาพิจารณาในบริบทนี้ หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า สว.ท่านนี้เป็นอดีตคนขับรถของปู่ชัย ชิดชอบ ดิฉันถึงต้องตั้งข้อสังเกตว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่“ น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวว่า กกต. ต้องทบทวนข้อสังเกตที่ตนกล่าวตั้งแต่ตน ไม่ใช่ประพฤติตัวให้ประชาชนสงสัยว่าท่านทำตรงข้ามกับการต่อต้านการทุจริต เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการอาชญากร อาชญากรรมสีน้ำเงิน
น.ส.รักชนก ยังกล่าวถึงแผนส่งเสริมประชาธิปไตย โดยตั้งคำถามว่าจะส่งเสริมไปทำไม ในเมื่อ กกต.ปากว่าตาขยิบ ถ้า กกต. เองยังไม่สามารถที่จะทำในสิ่งที่ได้เขียนเอาไว้ในแต่ละโครงการได้
น.ส.รักชนก เปิดเผยว่า มีคนเอาสำนวนข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. มาวางไว้ที่หน้าห้องของตน พร้อมอ่านข้อความว่า มีผู้ที่ถูกกล่าวหาคนแรก ชื่อตัวย่อ น.หนู ขึ้นต้นด้วย สระเอ ลงท้ายด้วยบ.ใบไม้ ชี้แจงในสำนวนว่า ข้าพเจ้าประกอบอาชีพธุรกิจหลายด้าน โดยเฉพาะการบริหารบริษัทบุรีรัมย์ยูไนเต็ดจำกัด ในฐานะประธานสโมสรและการบริหารสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในฐานะประธานบริหารทั้ง 2 ธุรกิจนี้ มีภารกิจใช้เวลาดูแลอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด ดังนั้น ข้าพเจ้าต้องทุ่มเทเวลาและเต็มที่ในงานบริหารดังกล่าว เพื่อจะพัฒนากีฬาฟุตบอลสโมสรจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงส่งเสริมชื่อเสียงของจังหวัดให้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและสากล
“ท่านประธานคะ ดิฉันกำลังจะชี้ว่าบุคคลคนนี้อยู่ที่บุรีรัมย์ ในเอกสารที่ชี้แจง กกต. บอกว่าเขาไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย กฎหมายสั่งห้ามไม่ให้ทำ ทำไม่ได้อยู่แล้วในการเข้าไปยุ่งเลือก สว. ดิฉันอยากจะข้อสังเกตว่าใครที่อยากรับตำแหน่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรอิสระ ถ้าอยากจะดำรงตำแหน่งที่หมายปอง ต้องตีตั๋วไปที่บุรีรัมย์ ต้องดูหน้า ดูตา ดูโหงวเฮ้งกันก่อนว่าใช้ได้หรือไม่ ดิฉันข้อเท็จจริงเป็นแบบไหนประการใด เพราะคนที่ดิฉันได้รับข้อมูลมา เขาบอกว่าเขาไม่ได้ติดตั๋วไปบุรีรัมย์ เขาเลยไม่ได้เป็น” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตนอยากจะให้ กกต. หรือ ป.ป.ช. ไปตรวจสอบตั๋วเครื่องบินของคนที่กำลังจะแต่งตั้งโยกย้ายแล้วมาอยู่ในตำแหน่งสูง ๆ ว่าในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีการตีตั๋วไปที่บุรีรัมย์จริงหรือไม่ และการไปบุรีรัมย์นี้อาจเป็นเหตุผลที่ว่าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันนั้น อาจจะไม่ได้ไปสวัสดีนายกรัฐมนตรีก็ได้ อาจจะต้องไปบุรีรัมย์ด้วยเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่งหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ เป็นการตั้งข้อสังเกตว่าคนที่จะขึ้นตำแหน่งใหญ่โต ต้องไปบุรีรัมย์หรือไม่
“ดิฉันอยากจะทิ้งท้ายว่าในวันนี้ ยังอยู่ในอำนาจวาสนากันอยู่ มีองค์กรต่างๆ หรือมีคนที่คอยคุ้มกะลาหัว ก็เลยสามารถที่จะใช้อำนาจกันได้ ทั้งในสภานอกสภา ทั้งองค์กรอิสระ ใช้อำนาจกันอย่างเหิมเกิม ไม่เห็นหัวประชาชน แต่ท่านต้องระวัง เพราะอำนาจเป็นของที่ไหลลื่นได้ และวันหนึ่งถ้ามีอำนาจคุ้มกะลาหัวขึ้นมา อาจจะต้องถึงวันที่ท่านโดนเช็กบิล ทำอะไรไว้ ระวังสิ่งที่ได้ทำเอาไว้ มันจะย้อนกลับมาในอนาคต” น.ส.รักชนก กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดการอภิปรายเรื่องนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าอาจจะมีการประท้วงจากฟากรัฐบาล แบบปรากฎว่าเมื่ออภิปรายเสร็จสิ้น ไม่มี สส. คนไหนลุกขึ้นประท้วง การอภิปรายดำเนินการต่อไปอย่างราบรื่น
แท็กที่เกี่ยวข้อง ไอซ์ รักชนก ,คดีฮั้ว สว.