เลือกตั้งและการเมือง

“ทวี” ชี้ คดีฮั้ว สว. ไม่ใช่แค่โกงเลือกตั้ง แต่เป็นการ “ยึดอำนาจรัฐ” ผ่านวุฒิสภา หวังคุมองค์กรอิสระทั้งระบบ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

14 views

“ทวี” ชี้ คดีฮั้ว สว. ไม่ใช่แค่โกงเลือกตั้ง แต่เป็นการ “ยึดอำนาจรัฐ” ผ่านวุฒิสภา หวังคุมองค์กรอิสระทั้งระบบ หลังปรากฎหลักฐานโพย-ภาพวงจรปิดกว่า 200 ล้านภาพ จี้ กกต. เปิดหีบบัตรพิสูจน์ เชื่อใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันเห็นความจริง แนะดันคดีถึงศาลยุติธรรมเอาผิดทั้งขบวนการ

พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ กล่าวในเวทีเสวนา "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. - เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว." ว่า ตนว่าเรื่องนี้เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหากตีความสั้นสั้นคือระบอบรัฐสภา

รัฐสภาในปัจจุบันมีอยู่ 4 คือ 1.รัฐธรรมนูญ 2.รัฐบาล 3. รัฐสภา และรัฐที่ 4 คือรัฐที่ตนคิดมาเองคือ “รัฐอิสระ” ซึ่งมีหมวดศาลรัฐธรรมนูญองค์กรอิสระ และหมวดของอัยการ รวมถึงประธานศาลปกครองสูงสุดที่ต้องผ่าน สว. ทั้งหมดดังนั้นการที่จะกินรั่วประเทศไทยได้ทั้งหมด ถือว่าความชาญฉลาดที่นำไปซ่อนไว้ในวุฒิสภา

ดังนั้น จึงจะเห็นว่าวุฒิสภา ตอนช่วงบทเฉพาะกาลพรรค อนาคตใหม่ในขณะนั้น พรรคเพื่อไทยได้ที่หนึ่ง แต่เค้าไม่ให้เป็น จนกระทั่งรัฐธรรมนูญเดินทางมาถึงปี 2566 ที่จะ 2567 ที่จะเปลี่ยนผ่านบทเฉพาะกาล และเกิดการคิดว่าทำอย่างไรก็ได้ที่จะยึด สว.ไว้ ให้ได้แค่ 200 คน เพราะ สว. จะเป็นคนคุมอำนาจของรัฐอิสระ แม้แต่คนที่จะเป็นอัยการสูงสุดก็ต้องผ่าน สว. จึงเกิดความคิดว่าถ้ายึดตรงนี้ได้ฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง คือ รัฐบาล จะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ถูกส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะจะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งไปที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็สามารถสั่งได้

ทั้งนี้ ตนเองในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในขณะนั้น มีการเลือกตั้ง สว. วันที่ 26 พ.ค.2567 และประกาศผลวันที่ 10 ก.ค.2567 และจากนั้นประมาณหนึ่งปีก็มีการถ่ายทอดสดทั้งประเทศที่ฮั้วให้ดูทั้งประเทศ จนกระทั่งมีคนไปร้องให้เข้ากระบวนการเป็นคดีพิเศษ โดยในความเห็นของตนบ้านเมืองของเราจะได้ไม่ได้หากผู้ที่อยู่ในตำแหน่งไม่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านร่างกายและจิตใจไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่บ้านเมืองก็ไปไม่ได้โดยเฉพาะการปล่อยให้ความชั่วร้ายมาครอบงำยิ่งไปกันใหญ่ หากตนได้อยู่ต่อขณะนั้นจะดำเนินคดีให้หมด เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ สว. แต่เป็นการสมคบคิดกันทั้งระบบ

โดยมีการใช้คนประมาณ 6-7 กลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในกลุ่มนั้นที่ไปเห็นระเบียบของคณะคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนำไปศึกษาว่าจะฮั้วอย่างไร ซึ่งมาตรา 33 ในระเบียบการเลือกตั้งเขียนไว้ชัดเจนว่า การเลือกตั้งวุฒิสภาใช้วิธีลงคะแนนรับตามวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในช่วงที่ตนถูกฟ้อง มีศักดิ์สูงกว่า พรบ. ดังนั้นเมื่อเป็นการใช้วิถีลับก็ปรากฏว่า กกต. ไปออกระเบียบกันได้มาซึ่งวุฒิสภา ในข้อ 122. ที่ระบุว่าการให้เบอร์ผู้สมัคร ใช้เบอร์จังหวัดและประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นความชาญฉลาดของกลุ่มที่จะไปทำโพย ต้นจึงมองว่าเรื่องนี้ต้องโยงไปที่ กกต. และที่สำคัญกว่านั้นในปี 2567 กกต. ส่งงบการเงินมาให้สภาตรวจ เช่นเดียวกับปี 2566 ที่มีการเลือกตั้ง สส. ซึ่งใช้เงินสนับสนุน 1.3 ล้าน แต่สว. สมัครไม่ถึง 50,000 คน กกต. กลับใช้เงินสนับสนุนถึง 206 ล้านบาท

และที่สำคัญในระเบียบ กกต. นั้น ระบุว่าในระดับอำเภอให้นายอำเภอเป็นหัวหน้า ระดับจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้า และเมื่อเป็นระดับประเทศ ให้ประธาน กกต. กกต. และ เลขาฯ กกต. เป็นหัวหน้า ดังนั้นบรรดาคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดคือคนหากคนไม่สัตย์ซื่อ จะสะท้อนอะไรดูอย่างจังหวัดอุดรธานีที่และจังหวัดอีกหลายจังหวัดที่มีคนเป็นล้าน ไม่ได้ สว.สักคน เพราะไม่ได้ทำเรื่องนี้ โดยอ้างอิงจากการคำให้การในชั้นคดีพิเศษ มี สส.ประมาณ 69 คน และเครือข่ายไปทำ ซึ่งถือเป็นปฐมบทของเรื่องนี้

จนกระทั่งมีการแบ่ง เป็นผู้นำจิตวิญญาณ ผู้อนุมัติใช้เงิน 400 ล้าน ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัย พร้อมระบุว่าอย่างน้อยตนและนายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น ก็เป็นคนที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าเป็นรัฐมนตรีที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพราะคนอื่นไม่ได้ถูกวินิจฉัย

แต่อย่างไรก็ตามศาลรัฐธรรมนูญได้รับหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์คือเงินไม่ถึง 300 ล้าน แต่มีการใช้คณิตศาสตร์ไปคำนวณย้อนกลับซึ่งศาลรัฐธรรมนูญรอรับว่ามีมูลน่าเชื่อว่าเกิน 300 ล้าน จึงให้เป็นคดีพิเศษ

พล.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่าขณะนี้ยังมีบุคคลที่ไม่ได้ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอที่จนคน ปล่อยให้ทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้รวมถึง กกต.ในขณะนั้น จึงต้องดู เพราะปัญหาที่มาของคดีนี้ มีโพย หลายกลุ่ม ที่เหมือนกันไปแล้ว 99% ซึ่งปรากฏว่าในการสอบสวนหลักฐานทั้งหมดอยู่ใน กกต. มีการนำภาพหลักฐาน กล้แงวงจรปิด และภาพอีกประมาณ 200 ล้านภาพ เพราะในพยานหลักฐานที่ระบุมา ถ้าเลขเหมือนกัน กาเหมือนกัน5เบอร์ เปรียบเหมือนกันหาเม็ดทราย 1 เม็ดในจักรวาล ยังง่ายกว่าที่จะกา เหมือนกันใน 200 คน ซึ่งภาพในกล้องปรากฏแล้ว ดังนั้นแนะนำว่า ระเบียบ กกต. ข้อ 146 ยังไม่ให้ทำลาย สามารถไปเปิดหีบได้ เพื่อดูว่าในกลุ่มนี้หากเหมือนกันก็ชัดเจน โดยตนเชื่อว่ากลุ่มที่มีโพสต์คะแนนจะเด้งขึ้นไป ประมาณ 50 ถึง 70 กว่าแต่ถ้ากลุ่มที่ไม่มีโพย จะมาอยู่ในกลุ่มที่ 18 19 20 ซึ่งมีช่องว่าง เยอะมากตนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้

พล.ต.อ.ทวี ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ขอให้ กกต. รับฟังเพราะเป็นโอกาสและความท้าทาย กกต. ควรทำความสะอาดประเทศไทย เรื่องการเลือกตั้งดังนั้นขอให้เปิดหีบบัตร ต้นเชื่อว่า ใช้เวลาแค่ครึ่งวันในการที่จะใช้นักคณิตศาสตร์พิสูจน์ตัวเลขที่เรียงกันเหมือนกัน 5 ตัว โดยพิสูจน์ทั้งกลุ่มที่ลงคะแนนตอนเช้าและตอนบ่าย เพราะเลือกตั้งท้องถิ่นยังสามารถเปิดหีบได้

ทั้งนี้ เท่าที่ทราบคือมีการดำเนินคดีเจ็ดข้อหาคือดำเนินคดีกับพรรคการเมืองและสส.ที่ไปช่วยเหลือ

สว. ประมาณ 22 คน ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐรัฐบาลและเป็นคณะรัฐมนตรี เชื่อว่าการพิสูจน์เหล่านี้ว่ายมาก ใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์เมื่อตรวจสอบพบ ก็นำกลุ่มบุคคลเหล่านี้ออก แม้ขณะนี้เขากินรวบได้แต่ยังขาดสถาบันศาลยุติธรรม ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เรื่องนี้ถึงศาลยุติธรรม


แท็กที่เกี่ยวข้อง  ทวีสอดส่อง ,ฮั้ว สว. ,วุฒิสภา

คุณอาจสนใจ

Related News