สังคม
DSI แฉ กกต. ไม่รับหลักฐานฮั้ว สว.จาก DSI ขณะที่ DSI ขอหลักฐานกลับอ้าง PDPA
2 ชั่วโมงที่แล้ว
71 views
DSI แฉปม กกต. ไม่รับข้อมูลหลักฐานฮั้ว สว.จาก DSI ขณะที่ DSI ขอหลักฐานกลับไม่ได้รับความร่วมมือนานกว่า 1 ปี อ้างข้อจำกัดเรื่อง PDPA
หลังจาก กกต. มีมติส่งฟ้องผู้ถูกร้องคดีทุจริตเลือก สว. ปี 2567 จำนวน 77 ราย ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ล่าสุด ทีมข่าวได้ข้อมูลจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีดังกล่าว ซึ่งจะมีการประชุมร่วมระหว่างดีเอสไอและพนักงานอัยการ ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ ส่วนรายชื่อ 77 รายตามมติของกกต. ทางคณะพนักงานสอบสวน ไม่จำเป็นต้องยึดตามเลขดังกล่าว แต่จะพิจารณาจากพฤติการณ์ พยานหลักฐาน และเส้นทางการเงินว่า บุคคลใดเข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่หรือฟอกเงิน
ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีการพิจารณาเพิ่มเติมจากสำนวนเดิมของดีเอสไอ และถูก อัยการคดีพิเศษตีกลับไปสอบสวนเพิ่มเติม และก่อนหน้านี้เคยสั่งฟ้องผู้ต้องหา 8 ราย แต่เมื่อเทียบกับ 77 รายที่ กกต. มีมติส่งฟ้อง พบว่าตรงกัน 6 ราย ส่วนอีก 2 ราย คือ นางผกามาศ ไทยนุกูล และ นายเลิศศักดิ์ ปนกลิ่น ไม่อยู่ในรายชื่อของ กกต. ทำให้คณะพนักงานสอบสวนต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินคดีกับทั้ง 2 รายต่อหรือไม่ โดยจะต้องรับฟังความเห็นของอัยการร่วมสอบสวนด้วย
นอกจากนี้แหล่งข่าวยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือถึง กกต. เพื่อ สอบถามว่าทางกกต. ต้องการหลักฐานทางคดีของ DSI ไปประกอบสำนวนหรือไม่ แต่ กกต.ไม่รับ หลักฐานจากฝั่ง DSI ขณะเดียวกัน DSI ได้ทำหนังสือขอสำนวนจากกกต. รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการรับรองเงินเดือนของผู้ช่วย สว. ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาประจำตัวสว. แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ โดยอ้างข้อจำกัดเรื่องกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA แม้ว่า DSI จะทำหนังสือตอบกลับ ว่าการขอดังกล่าวไม่เข้ากับกฎหมาย PDPA หรือให้ทาง ปปง.ทำหนังสือขอเส้นทางการ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือนานกว่า 1 ปี
ส่วนกรณี นายเอกราช ช่างเหลา ซึ่งมีการกลับคำให้การ ดีเอสไอระบุว่า การสอบปากคำครั้งแรกมีทั้งคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ คณะอนุกรรมการ กกต. และอัยการร่วมอยู่ด้วย และไม่พบว่ามีการข่มขู่พยาน ขณะที่การกลับคำให้การภายหลัง นายเอกราชไม่ได้เข้าพบคณะสอบสวน แต่ส่งหนังสือไปยังประธาน กกต.
ประเด็นว่าคำให้การครั้งใดเป็นจริงหรือเท็จ ดีเอสไอระบุว่า ควรพิสูจน์กันในชั้นศาล โดยพยานจะต้องยืนยันว่าคำให้การครั้งใดเป็นความจริง หากพบว่ามีการให้การเท็จ ก็อาจนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำหรับบุคคลทางการเมืองหรือผู้ที่ กกต. ไม่ได้ส่งฟ้อง หากดีเอสไอพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงการกระทำผิดในคดีอั้งยี่หรือฟอกเงิน ก็ยังสามารถพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาได้ โดยยึด พยานหลักฐานเป็นหลัก
ทั้งนี้ มีรายงานข่าว ระบุว่า พฤติกรรมส่อพิรุธของ กกต. คือ การปฏิเสธไม่รับหลักฐานจากDSI ทั้ง ภาพกล้องวงจรปิดของรถบุคคลสำคัญต่าง ๆ ที่ขับเข้าไปในโรงแรมที่เกี่ยวข้องในขบวนการจัดฮั้ว สว. พิกัดการใช้งานโทรศัพท์มือถือ และยังมีพฤติกรรมของคนบางกลุ่มในฝ่ายการเมืองที่มีการบีบคั้นกดดันสั่งเบรกไปยังสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับการให้เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับการเงินมายังดีเอสไออีกด้วย