เลือกตั้งและการเมือง

สว.สำรอง ลุยยื่นผู้ตรวจฯ ขอส่งศาล รธน. ฟัน “เลือกตั้งโมฆะ” ปม “บาร์โค้ด” บนบัตรทำเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

26 views

“อัครวัฒน์” กลุ่มสว.สำรอง ลุยยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ฟัน “เลือกตั้งโมฆะ” ปม “บาร์โค้ด” บนบัตรทำเลือกตั้งไม่เป็นความลับ เชื่อขบวนการเดียวปม “ฮั้ว สว.” ปัดดิสเครดิตพรรคที่ชนะเลือกตั้ง แต่หวังเห็นการเลือกตั้งสุจริต

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล กลุ่ม สว.สำรอง ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นหนังสือให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินหลัง ว่า วันนี้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอความเป็นธรรม จากการจัดการเลือกตั้ง สส.2569 ของ กกต. หลังจากที่เคยไปยื่นให้ศาลปกครองแล้ว โดยศาลปกครองได้เร่งให้ส่งหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้วและพร้อมที่จะพิจารณาให้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่ประชาชนถูกละเมิด ถูกกระทำอย่างไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้การที่ กกต. ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ขนาดสำคัญตัวเองผิดหรือไม่อย่างไรนั้น แต่ก็อยากให้ก็คิดว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เป็นเจ้าของประเทศ เขามีงานใหญ่เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง คือมีสิทธิชี้ทิศทางของประเทศ แต่ กกต. ซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม โปร่งใส เป็นไปตามกฎหมายกำหนด แต่ท่านกระทำตามอำเภอใจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความอึมครึม ตนอยากรู้ว่าสิ่งที่ กกต.ทั้งหลายตลอดจนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำบัตรให้กับประชาชนนั้นท่านคิดอย่างไร ท่านรู้หรือไม่ ทั้งๆที่ท่านสมควรจะรู้ว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่า ให้เลือกตั้งโดยตรง และลับ ซึ่งวิญญูชนต่างรู้ว่า “ลับ” คือการรู้เฉพาะตัวคนเดียว แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือบาร์โค้ด หรือ QR Code บนบัตรเลือกตั้งเป็นการทำตามอำเภอใจที่ทำให้บัตรเลือกตั้งเป็นบัตรเสีย ไม่สามารถจะนับคะแนนได้ทั้งประเทศ และทำให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“ดังนั้นเราจึงร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินประเด็นคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด ที่ใส่ลงไปในบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นการกระทำโดยไม่ชอบ และมีการละเมิดสิทธิพลเมืองของผม และร้องในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศว่ากกต.กระทำการละเมิดสิทธิ์ประชาชนเกินกว่าอำนาจที่ท่านได้รับมา และบัตรนี้เป็นบัตรเสียจะนำไปนับคะแนนไม่ได้” นายอัครวัฒน์ กล่าว

นายอัครวัฒน์ กล่าวอีกว่า เมื่อบัตรนำไปนับคะแนนไม่ได้ ก็จะทำให้การเลือกตั้งก็ต้องเป็นโมฆะ แต่การสั่งโมฆะนั้นอยู่ที่หน่วยงานที่มีอำนาจ คือการต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้พิจารณาส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้เป็นโมฆะได้ ส่วนการร้องศาลปกครอง ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจในการสั่งยับยั้งไม่ให้มีการรับรองผลการเลือกตั้งได้ เพราะเราเห็นแล้วว่า ถ้าประกาศรับรองไปบ้านเมืองจะยุ่งเหยิงกว่านี้ สิ่งที่ได้มาคือความเสียหาย ย้ำว่าเราเสียเงินเลือกตั้งครั้งนี้ตีกลมๆ คือ 8,000 ล้านบาท ถ้าเลือกตั้งใหม่ก็จะเพิ่มอีก 8,000 ล้านบาท แต่ให้เลยราวๆ 20,000 ล้านบาท เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม เพราะภาษีเราต่อปี 3.7 ล้านล้านบาท แต่ถ้าได้คนที่ไม่โปร่งใสเข้าไปมีอำนาจ ได้แก๊งสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ หรือได้เจ้าของบ่อนการพนันออนไลน์เข้ามา 4 ปี ประมาณ 15 ล้านล้านบาท ถือว่ามหาศาลมาก ดังนั้นเสีย 2 หมื่นล้านบาทเพื่อเอาคนดีเข้าไปทำงานจะดีกว่าหรือไม่

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีบางส่วนมองว่า การเสียเงินเพิ่มนี้จะดีกว่าหรือไม่ หากถูกนำไปใช้เพื่อการพัฒนาประเทศด่านอื่น ๆ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า เป็นเพียงเศษน้อยนิด หากประเทศไทยมีความสุจริต ไม่คดโกง ไม่มีการเก็บส่วย วิ่งเต้นต่างๆ เงินแค่นี้ถือว่านิดเดียว แต่ถามว่า การใช้งบฯ กว่า 4 พันล้านจัดมอเตอร์จีพีนั้นประชาชนได้ประโยชน์ทั้งประเทศหรือไม่ ซึ่งได้ไม่ก่คน แต่เลือกตั้งใช้เงิน 8 พันล้านบาท เลือกใหม่ใช้อีก 8 พันล้านบาท แต่สามารถดูแลภาษีประชาชน 3.5 ล้านล้านบาทต่อปี เทียบกันได้หรือไม่กับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ถ้าสุดท้ายแล้ว การเลือกตั้งผ่านไปได้ด้วยดี ตั้งรัฐบาลได้ จะดำเนินการอย่างไรต่อหรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อมีที่มาไม่สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งตนมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกระบวนการเดียวกับการเลือกสว.เมื่อปี 2567 เรียกว่าย่ามใจ อยากยึดสภาสูง อยากยึดสภานิติบัญญัติ ดังนั้นอย่าให้เรื่องลุกลามไปมากกว่านี้เลย เราไม่อยากให้ประเทศเกิดวิบัติขึ้นมา แต่อยากเห็นประเทศพัฒนาไปด้วยความสง่างาม อย่าลืมว่าการเลือกตั้งนี้มีผลต่อสังคมโลก เศรษฐกิจ นักลงทุน ถ้าเขาเห็นว่าประเทศไทยเลือกตั้งอย่างไม่ตรงไปตรงมา ถามว่า เขาอยากจะมาร่วมลงทุนมูลค่าเป็นหมื่นเป็นแสนล้านหรือไม่ ประเทศไทยกำลังจะเป็นประเทศรั้งท้ายสุดของอาเซียน

กังวลหรือไม่ว่า การที่มายื่นเรื่องร้องเรียนนี้จะถูกมองว่า เป็นการดิสเครดิต สกัดพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งหรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ใช่ การเลือกตั้งครั้งนี้เรามองว่า กกต.จัดการเลือกตั้งบูดๆ เบี้ยวๆ เราไม่ได้มองว่าใครชนะ ใครอยากเป็นรัฐบาล เราสนับสนุนให้มีรัฐบาลครบเทอมด้วยซ้ำ หมายความว่าเราต้องมีรัฐบาลที่บริหารต่อเนื่อง 4 ปี ก็ 4 ปี ได้คนดีมา ได้ใครมาตามที่ประชาชนลงคะแนนเสียงให้เป็นส่วนใหญ่ เรายินดี แต่วิธีการที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น ขาน 1 ครั้ง แต่ขีดให้สองครั้ง อีกเบอร์หนึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะเอาแผ่นป้ายปิดทับหลังไว้ ทำให้เกิดปัญหาว่ามีการทุจริต กระบวนการที่ไม่ชอบธรรม ซึ่งกกต.กำลังจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการนี้โดยไม่รู้ตัว การทำดีไม่ยาก ทำไมต้องไปรับใช้คนไม่กี่คน

คุณอาจสนใจ

Related News