เลือกตั้งและการเมือง
“หมอวาโย” มองเป็นสัญญาณดี ศาลสั่งแก้คำฟ้องคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง จับตา กกต.ชี้แจง 3 ประเด็น
3 ชั่วโมงที่แล้ว
41 views
“หมอวาโย” มองเป็นสัญญาณดี ศาลอาญาคดีทุจริต สั่งให้แก้คำฟ้องคดีเอาผิด กกต.ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จับตา กกต.ชี้แจง 3 ประเด็น 24 เม.ย.นี้
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องคดี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อม นานนิธิ ละเอียดดี ทนายความ เดินทางเข้ายื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน รวมถึง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมผู้ถูกฟ้องทั้งสิ้น 9 ราย ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
ภายหลังศาลมีคำสั่งให้พรรคประชาชนแก้ไขคำฟ้อง ก่อนให้ฝั่ง กกต.ออกเอกสารชี้แจงภายในวันที่ 24 เมษายน และนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องใหม่วันที่ 24 มิถุนายน
นพ.วาโย กล่าวว่า ศาลสั่งให้โจทก์ทั้ง 4 แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเล็กน้อย และในประเด็นเจตนาพิเศษต่าง ๆ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ มีจุดที่น่าสนใจตรงที่ศาลสั่งให้กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นด้วยภายในวันที่ 24 เมษายน ในการเกี่ยวกับจัดการเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคำว่าลับหมายความว่าอย่างไร เรื่องหลักเกณฑ์การใช้คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งว่ามาจากกฎหมายมาตราใดในการใส่สัญลักษณ์ลงในบัตรเลือกตั้ง กกต.อาศัยอำนาจตามกฎหมายใดในการใส่สัญลักษณ์ลงในบัตรเลือกตั้ง เหตุใดจึงนำสัญลักษณ์ดังกล่าวลงในบัตร ทำให้ทราบได้หรือไม่ว่าผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด และหากสัญลักษณ์ที่ปรากฎในบัตรเลือกตั้งสามารถอ่านค่าจนทราบว่าผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครรายใดหรือพรรคใด การตรวจสอบจะเกิดขึ้นในกรณีใด กกต.มีเงื่อนไขหรือขั้นตอนดำเนินการอ่านค่าในบัตรเลือกตั้งหรือไม่
นพ.วาโย กล่าวว่า ตนมองว่าคดีนี้ศาลท่านไม่ได้ชักช้า แต่มีคำแนะนำให้โจทก์ร่วมทั้ง 4 แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้สมบูรณ์มากขึ้นภายใน 30 วัน จะตรงกับวันที่ 23 เมษายน ก่อนที่ กกต.จะชี้แจงในวันที่ 24 เมษายน และจะมีคำสั่งอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรในวันที่ 24 มิถุนายน 2569
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าศาลอาจจะไม่รับฟ้อง นพ.วาโย กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ปกติถ้าศาลให้ไปแก้คำฟ้องและสามารถแก้ตามที่ศาลสั่งได้ ตามธรรมเนียมก็มักจะรับ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ดีกว่ามาวันนี้แล้วยกคำร้องเลย นอกจากนี้ศาลก็ได้บอกว่าให้แก้ไขให้รัดกุมมากขึ้น และหากมีข้อบังคับหรือประกาศอะไรที่เป็นกฎหมายระดับรองถ้าอยากจะส่งเพิ่มเติมก็สามารถส่งได้อีก รวมถึงสอบถาม กกต.ให้ชี้แจงใน 3 ประเด็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนหลายคนอยากทราบ ตนถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีแม้จะต้องไปแก้คำฟ้อง
เมื่อถามว่าคาดหวังกับ กกต.หรือไม่ว่าจะตอบในทิศทางใด นพ.วาโย กล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าจะอ้างตามความถูกต้อง กฎหมายเวลาจะตีความมันเป็นตัวหนังสือ มีการบันทึกเจตนารมณ์ไว้ในสภาแล้วว่าคำว่าลับหมายความว่าอย่างไร ส่วนของตนคิดว่าได้อ้างอิงไปถูกต้องแล้ว ต้องรอดูฝ่าย กกต.จะอ้างอิงจากที่ไหน อาจจะอ้างอิงจากบางท่านที่มีความเห็นแย้ง ในวันที่ 24 เมษายนนี้ก็จะได้เห็นกันว่าจะชี้แจงอย่างไร
เมื่อถามว่าล่าสุดมติของศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไว้พิจารณาแล้ว แต่เลขาธิการกกต.ก็ยังยืนยันว่าการเลือกตั้งเป็นไปในทางลับ นพ.วาโย กล่าวว่า ตรงส่วนนี้เป็นคนละคดีกัน ก็ชี้แจงไป แต่ที่ชี้แจงเป็นลักษณะข้อความเห็นมากกว่า แต่ในศาลนี้หรือศาลรัฐธรรมนูญทาง กกต.รวมถึงนายแสวง คงจะต้องตอบคำถามโดยใช้พยานหลักฐานอื่น ๆ ด้วย คงไม่ใช่แค่ความเห็นของตัวเองฝ่ายเดียว
เมื่อถามว่าในวันที่ 24 มิถุนายน จะทราบเลยไหมว่าศาลจะรับฟ้องเป็นคดีเลยหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า ส่วนใหญ่มักจะทราบผลในวันนั้นเลย แต่อาจจะมีบางกรณีที่ศาลอาจจะมองว่าให้เพิ่มอีกหน่อย แต่ก็ไม่บ่อยนัก ถ้าวันนั้นศาลรับก็จะมีกำหนดไต่สวนมูลฟ้องเลย คดีก็จะเดินหน้าต่อ ส่วนในวันที่ 24 เมษายน ที่กกต.จะชี้แจง มีสำเนาที่ตนสามารถคัดค้านได้ ส่วนตัวคิดว่ากระบวนการเดินแล้วถึงแม้จะยังไม่มีการประทับรับฟ้องอย่างเป็นทางการ แต่กระบวนการของศาลอาญาคดีทุจริตแบบนี้ ระหว่างที่โจทก์แก้ไขคำฟ้องศาลมีอำนาจในการไต่สวนและขอให้ทางจำเลยชี้แจง และโจทก์ก็สามารถคัดค้านคำชี้แจงของจำเลยได้
เมื่อถามว่าการฟ้องครั้งนี้มีสัญญาณเริ่มเป็นบวก จะส่งผลต่อเกมการเมือง เพราะมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว แต่ทางคดีก็เดินหน้าคู่ขนานเกินไป นพ.วาโย กล่าวว่า ส่วนตัวตนมองว่าการฟ้องในศาลอาจญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไม่น่าจะส่งผลมากเท่าไหร่ มองว่าคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลมากกว่า ถ้าถึงขั้นเลือกตั้งใหม่จะส่งผลกระทบแน่นอน ซึ่งคดีของตนคาดว่าจะใช้เวลาเกิน 5 ปีแน่นอน เพราะคดีของพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภก็ใช้เวลาถึง 10 ปี และคดีนี้เป็นการฟ้องตัว กกต.ไม่ได้เกี่ยวกับฝ่ายการเมืองเท่าไหร่ และส่วนศาลรัฐธรรมนูญถ้าสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตนคิดว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตนจะนำมาเพิ่มเติมในคดีนี้อย่างแน่นอน ถ้าเปิดโอกาสให้เพิ่มเติมรายละเอียดในคำฟ้องอีก
แท็กที่เกี่ยวข้อง บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ,หมอวาโย