การเมือง

แจงงบกองทัพ ยันเบนซ์ S500 ไม่ใช่รถประจำตำแหน่ง แต่เรียก 'รถควบคุมการสั่งการ'

โดย nattachat_c

19 ก.ค. 2565

69 views

วานนี้ (18 ก.ค. 65) ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566


นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะ กมธ. สัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายพุ่งเป้าไปที่ค่าใช้จ่ายของนายทหารระดับสูง โดยขอทราบรายละเอียดเงินตอบแทนพิเศษทหารระดับพันเอก (พิเศษ) ขึ้นไป จนถึงระดับนายพล ว่ามีอัตราการจ่ายอย่างไร และจ่ายอยู่จำนวนกี่นาย รวมงบประมาณเท่าใด


ขณะเดียวกันนายสมชัย ยังอ้างว่า ได้รับจดหมายจากกำลังพลส่งมาให้ และขออ่านสอบถามเพื่อให้เหล่าทัพต่างๆ ชี้แจง ระบุว่าได้รับการแจ้งจากคนในกองทัพว่า ปัจจุบันทุกเหล่าทัพ มีการเช่ารถยนต์ให้ผู้บริหารระดับสูง รวม 36 คน เช่น ปลัดกระทรวงกลาโหม รองปลัดฯ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และที่ปรึกษากองทัพ โดยรถที่เช่า เป็นรถเบนซ์ S500 และ S400 ซึ่งในจดหมายดังกล่าว ตั้งข้อสังเกตว่า การเช่ารถให้ผู้บริหารกองทัพมีหลักเกณฑ์เหมือนหน่วยราชการอื่นทั่วไปหรือไม่ ที่จะมีการกำหนดวงเงิน ค่าเช่า และจำนวนซีซีของรถยนต์ เทียบกับตำแหน่งต่างๆ ซึ่งตนอยากได้รับคำชี้แจงจากกองทัพ ว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน

--------

โดยวานนี้ (18 ก.ค. 65) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะ กมธ. สัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

คำถามของผมต่อกองทัพในช่วงเช้าของการชี้แจงงบประมาณคือ


1. อยากทราบอัตรากำลัง ระดับนายพลขึ้นไปว่า มีจำนวนเท่าใด และมีนายพลที่ไม่มี หน่วยงานบริหารเช่นตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ จำนวนเท่าใดบ้างและที่มีแผนการลดอัตราดังกล่าวให้เหลือร้อยละ 50 ในปี 2570 มีการกำหนดเป้าหมายเป็นรายปีอย่างไร


2. การที่กองทัพมีตำแหน่งนายพลมาก  มีผลต่อรายการงบประมาณค่าตอบแทนเหมาจ่ายแผนการจัดหารถประจำตำแหน่งรวมทุกเหล่าทัพเป็นเงินถึงมากกว่า 553 ล้านบาท  เป็นการจ่ายให้แก่ระดับชั้นยศใดขึ้นไปบ้างเป็นเงินต่อเดือนเท่าไหร่


3. ทราบว่ามีตำแหน่งนายทหารระดับสูง เช่น ผบ.เหล่าทัพ  และตำแหน่งต่างๆในกองทัพมากกว่า 30 ตำแหน่งที่มีรถประจำตำแหน่งเกินกว่าสเปค เช่น  รถเบนซ์ S400 S500 ราคาคันละ 5-6 ล้านบาท  โดยใช้งบประมาณส่วนอื่นมาจัดหา  อยากทราบว่าเป็นจริงหรือไม่


4. เมื่อพิจารณางบของกองบัญชาการกองทัพไทย ในรายการงบลงทุน พบว่า มีรายการก่อสร้างและจัดหาแหล่งน้ำ 1,325 ล้านบาท ก่อสร้างและปรับปรุงทางหลวงชนบท 714 ล้านบาท  ถามว่าเป็นภารกิจของกองทัพหรือไม่  ซ้ำซ้อนกับหน่วยราชการอื่น เช่นกรมชลประทาน กรมทางหลวงชนบท หรือไม่  และจะมีการประสานกับหน่วยงานดังกล่าว เพื่อไม่ให้ทำภารกิจซ้ำซ้อนอย่างไร

------------

ด้าน พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงสำหรับประเด็นเงินรถประจำตำแหน่ง ยืนยันว่า

เป็นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงกลาโหม และจ่ายให้เฉพาะผู้ที่อยู่ในตำแหน่งระดับรองนายพล ที่เทียบเคียงตำแหน่งรองเจ้ากรมขึ้นไป ไม่ได้จ่ายให้กับพันเอก (พิเศษ) ทุกคน โดยอัตราการจ่ายตามตำแหน่งต่างๆ มีการระบุชัด ประกอบด้วยตำแหน่ง พันเอก (พิเศษ) เทียบรองเจ้ากรม ได้รับค่ารถประจำตำแหน่ง 25,400 บาทต่อเดือน ตำแหน่งเทียบเท่าพลตรี แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งหลัก ได้รับ 31,800 บาทต่อเดือน และตำแหน่งพลโท และพลเอก แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งหลัก ได้รับ 41,000 บาทต่อเดือน


รถที่มีใช้อยู่ไม่ใช่รถประจำตำแหน่ง แต่เป็นรถควบคุมและสั่งการ ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ในการสื่อสาร โดยรถดังกล่าวเป็นรถที่ใช้ในการปฏิบัติงานด้านยุทธการ ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงาน และเสริมการปฎิบัติงานให้กับศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงกลาโหม ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพไทย และศูนย์ปฏิบัติการของเหล่าทัพ โดยสามารถที่จะควบคุมสั่งการและรายงาน การปฎิบัติการของกองกำลังป้องกันชายแดน


รวมถึงตอบสนองต่อภารกิจเร่งด่วนอื่นๆ ตามนโยบายของรัฐบาล เช่น บางครั้งมีภารกิจที่ต้องเข้าร่วมในการต้อนรับการเยือนของผู้นำประเทศในฐานะแขกของรัฐบาล ในฐานะผู้นำทางการทหารที่เป็นแขกของกระทรวงกลาโหม สามารถใช้รถดังกล่าวให้กับแขกที่มาเยือนได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหารถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงในการรองรับภารกิจดังกล่าว

สำหรับงบประมาณในการจัดหาก็ใช้งบปกติ ไม่ได้ใช้งบลับหรืองบพิเศษใดๆ ซึ่งต้องมีการตกลงกับสำนักงบประมาณ

-----------

ต่อมา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะ กมธ. สัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

ประเด็นอภิปรายต่อของผม คือ


1. แปลว่า นายทหารระดับสูงจะมีรถ 2 คัน คันหนึ่งเป็นรถประจำตำแหน่งตาม spec. ราชการ  อีกคันเป็นรถหรู เรียกว่ารถควบคุมการสั่งการ  จึงขอให้ส่งจำนวน รถควบคุมสั่งการทั้งหมดที่มีว่ามีจำนวนเท่าใด และจัดซื้อโดยเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณใดบ้าง


2. แม้อัตราค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนรถประจำตำแหน่งจะเป็นไปตามระเบียบราชการ  แต่การเทียบตำแหน่งของกองทัพกับพลเรือน ทำให้กองทัพมีจำนวนตำแหน่งที่ต้องจ่ายมากกว่ามาก  เช่น กระทรวง มีปลัดกระทรวง ได้ 1 คน  แต่กองทัพตีเทียบเท่าพลโท ขึ้นไป  ดังนั้น เท่ากับ กองทัพสามารถเบิกในอัตราปลัดกระทรวงได้ หลายร้อยคน  ถือเป็นความเหลื่อมล้ำในราชการอย่างมาก


3. ขอเอกสาร กำลังพลในตำแหน่ง  พลตรี พลโท พลเอก ที่มีในปัจจุบัน แยกเป็นที่มีหน่วยงานรองรับ และ ที่เป็นตำแหน่งลอย เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ  ว่ามีจำนวนเท่าไร เป็นเอกสารด้วย

-------------

พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงกรณี พิจารณางบ เหล่าทัพ ถึงการแก้ไขปัญหาเรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์ว่า


เราพยายามแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับทั้ง 2 ฝ่ายโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ แต่กระทรวงกลาโหมต้องปกป้องสิทธิและรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างดีที่สุด พยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหาฉันท์มิตรที่ดีต่อกัน ส่วนการดำเนินการตามขั้นตอนเป็นเรื่องของกองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการหลัก ส่วนกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้กำกับนโยบาย ตอนทำทีโออาร์ก็ไม่คิดว่าเยอรมันจะไม่ขายเครื่องยนต์เรือดำน้ำให้จีน ทั้งที่ที่ผ่านมาเขาขายให้มาตลอด

--------------

พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระบุว่าการชี้แจงในวันนี้เป็นการเปิดโอกาสให้กองทัพชี้แจงงบประมาณ ยืนยันว่ากองทัพเป็นของรัฐไทยและประชาชน พร้อมกับระบุตนเป็นคนพูดไม่เก่ง จึงขอเวลา 2 นาที เพื่อเปิดเพลงที่มีเนื้อหาปลุกใจ ให้ กมธ.ฟัง 




รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/HhJblL4oOoM

คุณอาจสนใจ