การเมือง

'ชัชชาติ' ลุยศูนย์ควบคุมจราจร ชี้ 5 ข้อควรทำ ลั่นแก้รถติดได้ใน 1 ปี เน้นทำรถสาธารณะให้ดี จะได้มีคนมาใช้

โดย thichaphat_d

9 มิ.ย. 2565

12 views

วันที่ 9 มิถุนายน เวลาประมาณ 06.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ จากสนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวอำลาก่อนเดินทางไปยังเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมงานรับปริญญาของนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือแสนดี บุตรชาย ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี


ชัชชาติกล่าวว่า ตนจะไม่อยู่เป็นเวลา 4 วัน ลาราชการเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนี้ขอฝากกรุงเทพฯด้วย เป็นห่วง แต่ลูกอยากให้ไป เมื่อเสร็จงานรับปริญญาจะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ จะบินกลับในทันทีในวันรุ่งขึ้น ถึงเมืองไทยวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน อย่างไรก็ตาม ตนจะไลฟ์เฟซบุ๊กจากสหรัฐอเมริกา โดยเมื่อเดินทางถึงสนามบินที่ประเทศญี่ปุ่นในอีกราว 7 ชม. จะทดลองไลฟ์ดูก่อน

------------

ทั้งนี้ ชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าประชาสัมพันธ์เกินจริง ว่าไม่ได้พีอาร์เกินจริง แต่อยากให้ประชาชนเห็นว่า กทม.และส่วนราชการทำงานกัน เหตุผลที่ต้องไลฟ์เฟซบุ๊กเพราะแนวร่วม​ เช่น การจราจร ทุกคนจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา และเคารพกฎจราจร

------------

วานนี้ (8 มิ.ย. 65) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณซอยสีลม 2 โดยมี พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นางภัสรา นทีทอง ผู้อำนวยการเขตบางรัก ผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัย เขตบางรัก ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางรัก ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้อง นำตรวจเยี่ยมและให้ข้อมูล


ชัชชาติ กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เป็นโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นับเป็นโอกาสดีในการปรับปรุงสถานที่ เพราะนักท่องเที่ยวยังมาไม่เยอะ เข้าใจว่าที่ผ่านมามีการปิดกิจการจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นเวลานาน จึงอาจทำให้ไม่ได้มีการตรวจสอบความปลอดภัย สายไฟต่าง ๆ ซึ่งหลังจากนี้ทางเขตจะต้องประสานกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าของอาคาร และผู้ประกอบการ ในการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยของสถานประกอบการว่าเป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายกำหนดหรือไม่ อาทิ ความสมบูรณ์สายไฟ แผนเผชิญเหตุเมื่อเกิดเพลิงไหม้ การซักซ้อมหนีไฟ ทางหนีไฟ ซึ่งตามหลักจะต้องมีทางหนีไฟอย่างน้อย 2 ทาง มีป้ายหนีไฟที่ชัดเจน การระบายควันเมื่อเกิดเพลิงไหม้


 “ไม่เพียงแค่สำนักงานเขตบางรักเท่านั้น แต่ทุกสำนักงานเขตจะต้องตรวจสอบสถานประกอบการให้มีมาตรฐาน และขยายผลไปสู่การทำระดับ (Rating) ความปลอดภัยและสุขอนามัยของสถานที่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวต่อไป” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว


ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ขอให้ระมัดระวังตนเอง หมั่นสังเกตทางหนีไฟทุกครั้งเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน หากพบเห็นเหตุเพลิงไหม้หรือเหตุสาธารณภัยอื่น ๆ สามารถแจ้งเหตุทางสายด่วน โทร. 199 (ศูนย์วิทยุพระราม สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) ตลอด 24 ชั่วโมง

-----------

ส่วนตอนเช้า เดินทางไปศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร หรือ บก.02 แต่เช้าตรู่ เพราะอยากเห็นสภาพการจราจรที่แท้จริงในเวลาเร่งด่วน ซึ่งมีเสียงบ่นของคนกรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้ง หลังโรงเรียนเปิดเทอมเต็มรูปแบบ


ประเด็นหลัก ๆ ที่ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.หารือกับพลตำรวจตรีจิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจจราจร พูดคุยกันในวันนี้ ได้ข้อสรุป 5 เรื่อง คือ

1. ต้องมีความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 30 หน่วยงาน เช่น กรุงเทพมหานคร, ตำรวจจราจร,กระทรวงคมนาคม ,ขสมก ,รถไฟฟ้า ,ทางด่วน และทุกส่วนต้องร่วมมือกัน กทม.จะทำฝ่ายเดียวไม่ได้

2. ตั้งศูนย์บัญชาการเพิ่ม โดยมีเจ้าหน้าที่ กทม.มาทำงานด้วย เช่น จัดเพิ่มเจ้าหน้าที่เทศกิจ ลงพื้นที่กวดขันวินัยจราจรร่วมกับตำรวจจราจร โดย กทม.จะรับผิดชอบทำแผนที่จุดเสี่ยง รถติดซ้ำซาก และสรุปผลทุกเดือน คาดว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ทำได้เลย

3. กล้อง CCTV ที่มีกว่า 5 หมื่นตัว ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ให้ประชาชนเข้าค้นดูได้ เพื่อการตัดสินใจเลือกใช้เส้นทาง

4. เพิ่มความปลอดภัย เช่น ทางม้าลาย และจัดทำข้อกำหนดจำกัดความเร็ว ซึ่งอยู่ในอำนาจของ กทม. โดยดูแต่ละพื้นที่โรงเรียน, พื้นที่ชุมชน, จุดเกิดอุบัติเหตุ, ทำป้ายจำกัดความเร็วบนถนน

5. เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เช่น เพิ่มเลนรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ หรือวิธีที่เหมาะสม

โดยบอกว่า จะแก้ปัญหารถติดให้ได้ ภายใน 1 ปี 


ทั้งนี้ ชัชชาติ บอกว่า สัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่ไปในจุดที่มีปัญหาการจราจรด้วย ขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้เคารพกฎจราจร แม้จะเป็นจุดเล็กๆ แต่ก็ทำให้เกิดปัญหาจราจรได้


กทม.จะเข้ามาช่วยตำรวจจราจรในการปรับปรุงระบบเทคโนโลยี อาจนำรายได้จากค่าปรับมาลงทุนระบบเทคโนโลยีเหมือนในต่างประเทศ สำหรับสิ่งที่สามารถทำได้เลยคงเป็นจุดที่เกิดปัญหาจราจรซ้ำซาก เช่น ปัญหารถติดแถวถนนพระราม 4 จากรถขึ้นทางด่วน ปัญหารถติดแถวบ่อนไก่ จากรถเลี้ยวเข้าสวนลุมพินี ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย และส่งเทศกิจลงไปกำกับ ทั้งยังจะหารือเรื่องปัญหาวินเตอร์ไซค์กับการจอดบนทางเท้าด้วย


ไม่อยากให้เอาปัญหารถติดเป็นที่ตั้ง ต้องทำเรื่องขนส่งสาธารณะให้ดี เพราะเป็นเรื่องระยะยาว ประชาชนต้องใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nTrOCl5ykBA


คุณอาจสนใจ

Related News