การเมือง

'ปารีณา' ตัวชา โอดเป็น ส.ส.คนแรก ถูกประหารชีวิตทางการเมือง ทำใจกลายเป็นคนตกงาน 100%

โดย thichaphat_d

8 เม.ย. 2565

137 views

วานนี้ (7 เม.ย.65) ศาลฎีกา มีคำพิพากษา ในคดี ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรงต่อ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีครอบครองที่ดินของรัฐในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 665 ไร่

โดยศาลใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 ชั่วโมง และมีคำพิพากษาออกมา โดยชี้ว่า นางสาวปารีณา มีพฤติกรรมครอบครองที่ดินโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐที่จะต้องเข้าสู่การปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก.และมีหน่วยงานในพื้นที่แจ้งให้ทราบแล้วว่าต้องนำที่ดินเข้าสู่กระบวนการปฏิรูป แต่กลับไม่ดำเนินการ โดยอ้างว่ามีการครอบครองมาก่อนการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และมีการประกอบกิจการ บนที่ดินดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พื้นที่ของประชาชนโดยรอบ มีการนำที่ดินเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปทั้งหมด

จึงเชื่อว่า นางสาวปารีณา มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยง การนำที่ดินเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากมีพื้นที่ครอบครอง เกินกว่าที่กฎหมายปฏิรูปที่ดินกำหนด หลายสิบเท่า หากเข้าสู่การปฏิรูปฯก็จะทำให้สูญเสียที่ดินจำนวนมาก

ประกอบกับ นางสาวปารีณา ไม่ได้มีคุณสมบัติครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. เนื่องจาก ไม่ได้เป็นเกษตรกรโดยแท้จริง

ดังนั้น การไม่นำที่ดินเข้าสู่กระบวนการปฏิรูป จึงถือเป็นการกีดกัน ประชาชนผู้ยากไร้ ที่ควรได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน ทำให้ประชาชนเสียโอกาส

จึงเชื่อได้ว่า นางสาวปารีณา กระทำการที่สร้างความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ส.ส. อันถือว่ามีลักษณะร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมกลาง

พิพากษาให้ พ้นจากความเป็น ส.ส. นับตั้งแต่วันที่ศาลมีการรับคำร้อง คือ วันที่ 25 มีนาคม 2564 และตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป พร้อมทั้งตัดสิทธิเลือกตั้ง เป็นเวลา 10 ปี

ซึ่งการถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จะหมายถึงทั้งการสมัคร ส.ส./ ส.ว./ และสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และจะไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย

ซึ่ง นางสาวปารีณา ถือเป็นนักการเมืองคนแรกที่ถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เพิ่งกำหนดไว้เป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญนี้

หลังจากนี้ กกต. จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ราชบุรี เขต 3 แทน นางสาวปารีณา ภายใน 45 วัน

ต่อมานางสาวปารีณา เปิดใจกับทีมข่าวการเมืองช่อง 3 ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ภายหลังถูกศาลฎีกาพิพากษา ให้พ้นจากความเป็น ส.ส. และตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี จากกรณีครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบ และมีความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานจริยธรรมกลาง

นางสาวปารีณา กล่าวว่า ตอนนี้กำลังทำใจ หลังทราบผล รู้สึกตัวชาไปหมด ไม่คิดว่า ชีวิตจะมาถึงจุดนี้ เพราะความผิดทางจริยธรรมถือเป็นกติกาใหม่ตามรัฐธรรมนูญ และตนเองก็เป็นนักการเมืองคนแรกที่โดน เป็นบรรทัดฐานให้กับนักการเมืองคนอื่นๆ

“ผลที่ออกมาในวันนี้ เป็นการประหารชีวิตทางการเมืองของตนเอง เหมือนกับเราได้ตายจากการเมืองไปแล้ว ไม่มีสิทธิลงสมัคร ส.ส. ตลอดชีวิต ตอนนี้ได้แต่ทำใจ ยังไม่ได้วางแผนว่าจะทำอย่างไรต่อไปเพราะ เหมือนคน ตกงาน 100% ไก่ก็ไม่มีให้เลี้ยงแล้วไม่มีสภาให้ไปประชุมรวมถึงไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวการเมืองตลอดชีวิต”

สำหรับการทำงานทางการเมือง นางสาวปารีณา ยืนยันว่า ที่ผ่านมาตั้งใจทำหน้าที่ ส.ส. มาอย่างต่อเนื่อง เป็น ส.ส. อยู่ในรัฐสภา มาตั้งแต่ปี 2548 เกือบจะครบ 20 ปีแล้ว หากไม่ดีจริงคงไม่ชนะการเลือกตั้งมาโดยตลอด ไม่เคยสอบตก เป็นผู้แทนมา 4 สมัย ด้วยความไว้วางใจของประชาชน ทำหน้าที่ดูแลประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดีเท่าที่สามารถทำได้ คอยประสานงานและเป็นกระบอกเสียงให้พี่น้องประชาชน จนเป็นที่การยอมรับมาโดยตลอด

การทำงานในสภา ก็ไม่เคยมีชื่อว่า ตนโดดประชุม แม้แต่ครั้งเดียว มั่นใจว่าตั้งใจทำงานทุกอย่างทั้งในสภาและนอกสภาอย่างเต็มที่ ส่วนตัวยอมรับว่าไม่คิดว่าจะเจอชะตากรรมแบบนี้ ปัญหาที่ดินที่เกิดขึ้น ก็เกิดจากความบริสุทธิ์ใจที่ตัวเอง แจ้งกับ ป.ป.ช. เอง แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่ดินที่ตนเองครอบครองจะเป็น ที่ดินที่จะต้องเข้าสู่การปฏิรูปที่ดิน ของ ส.ป.ก. ที่ดินที่ได้ก็อาศัยอยู่มานาน ตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ไม่เคยมีหน่วยงานใดแจ้งมาก่อน

หลังจากนี้ ให้สังคมตัดสินแล้วกันว่าที่ดิน ดังกล่าวเป็นอย่างไร แต่ทั้งหมดคือบรรทัดฐานใหม่ ทำให้วันนี้มีข้าราชการที่นำเอกสาร ส.ป.ก. เมื่อคืนแล้ว กว่า 80,000 คน และมีนักการเมืองอีก 22 คนที่ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช.เหมือนกับตน กว่าครอบครองที่ดินประเภทนี้


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/26w4hBuI2jE


คุณอาจสนใจ

Related News