เลือกตั้งและการเมือง

'อนุทิน' ไม่เสี่ยงปม 'ชาญ' ยึดตามกฤษฎีกา ลงความเห็นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

โดย panwilai_c

3 ก.ค. 2567

20 views

ความคืบหน้าปัญหาที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีที่กำลังจะมีนายกใหม่ แต่มีปัญหาข้อกฎหมายว่าจะปฎิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ หลังผู้ได้รับเลือกตั้งต้องคดีทุจริตติดตัว ที่ศาลประทับรับฟ้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งในอดีต ความเห็นที่แตกต่างกันคือฝ่ายพรรคเพื่อไทย มองว่าเหตุการณ์ในอดีตยังอยู่ระหว่างคดี และวันที่ศาลรับฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว ส่วนการได้รับเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ และหากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ต้องให้ศาลสั่ง ซึ่งขัดแย้งกับความเห็นของกฤษฎีกาที่เห็นว่าหากผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ เข้ารับตำแหน่งต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที



ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ก่อนหน้านี้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ กลับมามีความเห็นตามกฤษฎีกาแล้ว



นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึง กรณีนายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ว่าหากไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ มหาดไทยจะมีความผิดตาม ม.157 นายอนุทินกล่าวว่าไม่เสี่ยงตัวเองแน่นอน ทุกอย่างมีข้อกฎหมาย ในความเป็นส่วนราชการ เราต้องทำตาม ข้อเสนอแนะของเลขาฯกฤษฎีกาซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้รับรายงานมาในระดับหนึ่ง



คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเบื้องต้น คือผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินการอยู่แล้ว และหากผู้ว่าราชการจังหวัด มีข้อสั่งการใดออกมา และผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ปฏิบัติตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน และนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มีคำสั่ง ซึ่งหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีเพียงสั่งปลดอย่างเดียว เราอย่าไปให้ถึงจุดนั้นเลย เพราะผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ขอให้ทุกท่านได้ทำตามกฎหมายให้ได้มากที่สุดจะได้ไม่ต้องใช้มาตรการอะไร



นายอนุทินย้ำว่า ตนไม่รู้สึกหนักใจอะไร แม้จะเป็นคนของพรรคเพื่อไทย หรือต่อให้เป็นพรรคเดียวกันก็แล้วแต่ ทำผิดกฎหมายเพื่อเอื้อพรรคพวกเพื่อนพ้องไม่ได้ เพราะมีโทษทางอาญา คงไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายไม่ได้



ด้านปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า ต้องรอให้ กกต.รับรองนายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้ชนะการเลือกตั้ง ก่อน จึงจะถึงขั้นตอนของกระทรวงมหาดไทย ที่ผ่านมาทางกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ถึง 2 รอบ เกี่ยวกับเรื่องการให้ผู้บริหารท้องถิ่นหยุดปฏิบัติหน้า



ซึ่งในหนังสือฉบับดังกล่าว ก็ได้อ้างถึงหนังสือที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเคยทำหนังสือแจ้งไปถึงผู้ว่าฯทั่วประเทศก่อนหน้านี้ว่า กรณีปัญหาเรื่องการให้ผู้บริหารท้องถิ่นที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ประทับรับฟ้องแล้ว และได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งอีก เรื่องการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้รอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน บัดนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นมาแล้ว จึงส่งมาให้



แต่หลังจากนั้นยังมีปัญหาการไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่อีก กระทรวงมหาดไทย โดยนายเอกวิทย์ มีเพียร อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงทำหนังสือไปถึงผู้ว่าทั่วประเทศอีกครั้ง ในวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา (2567) ระบุว่า ยังมีผู้บริหารท้องถิ่นที่ถูกกล่าวหาและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และบางคนปกปิดข้อเท็จจริง ไม่รายงานกับผู้ว่าหรือนายอำเภอว่ามีคดีอยู่



กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงแจ้งแนวปฏิบัติให้ดำเนินการ 3 ข้อ ดังนี้



1.ให้บุคคลดังกล่าว (ที่ถูกกล่าวหา)มีหน้าที่ต้องรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอในฐานะผู้กำกับดูแลตามกฎหมายทราบโดยด่วน



2.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอในฐานะผู้กำกับดูแลตามกฎหมาย พิจารณากำชับให้บุคคลดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด



3.บุคคลใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามหรือจงใจปกปิดข้อเท็จจริงไม่รายงานการถูกฟ้องคดีอาญาตามข้อ 1 หรือไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 2 อาจเข้าข่ายเป็นการประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ซึ่งนายอำเภอหรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณา สั่งให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งได้

คุณอาจสนใจ

Related News