การเมือง

รำลึก 30 ปี "พฤษภาทมิฬ" สดุดีวีรชนเหตุสลายการชุมนุม 'หมอชลน่าน' ชี้สังคมติดหล่ม รธน.60 วงจรรัฐประหาร

โดย pattraporn_a

17 พ.ค. 2565

50 views

ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม เขตพระนคร วันนี้มีการจัดกิจกรรม "รำลึก 30 ปี พฤษภาประชาธรรม" เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและสูญหาย ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2535 โดยผู้ชุมนุมต้องการขับไล่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จนนำมาสู่การสลายการชุมนุม จนทำให้มีนิสิตนักศึกษา เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก


กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม และคณะกรรมการญาติวีรชน มีนายชวน หลีกภัย เป็นประธานในพิธี โดยมีกลุ่มการเมืองทั้งรัฐบาลเเละฝ่ายค้าน ผู้แทนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , ผู้แทนกทม. , ทหาร , ตำรวจ  ร่วมพิธีวางมาลา


นายโคทม อารียา ประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม บอกว่า ท่ามกลางเหตุความรุนแรงเเละความขัดแย้งทางการเมือง ผู้เสียหายรู้สึกว่ายังไม่ได้รับการเยียวยาทางจิตใจ พิธีในวันนี้จึงขอให้เป็นสัญลักษณ์ของการคืนดี การขออภัย และให้อโหสิกรรมต่อกัน


ขณะที่ นายชวน บอกว่า ตัวเขาถือเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเหตุการณ์นี้ ความสูญเสียของวีรชนในวันนั้นไม่ได้สูญเปล่า เพราะผลพวงที่ตามมาคือ ความเป็นประชาธิปไตยก็ได้เกิดขึ้น รัฐธรรมนูญก็ถูกแก้ไข ความมั่นคงเริ่มก่อตัวมากขึ้นเป็นลำดับ ข้อสรุปที่ดีจากช่วงเวลาดังกล่าว คือนอกจากมีหลักที่ดี กฏหมายที่ดีแล้ว ต้องมีคนดีเคียงคู่ไปด้วยกัน หากขาดสิ่งใดไปแล้ว แม้จะเป็นระบอบประชาธิปไตย ก็ยากที่จะเกิดความมั่นคงได้ การต่อสู้ซึ่งนำมาสู่ความก้าวหน้านี้ เกิดขึ้นจากคน ไม่ใช่เกิดขึ้นตัวหนังสือที่เขียนไว้อย่างสวยหรู แต่ไม่นำไปสู่การปฏิบัติ ต่อให้มีกฏหมายที่ดี แต่ขาดคนดี ก็ยากจะสัมฤทธิ์ผล ตนเองจึงย้ำเสมอว่า หลักที่ดีและคนที่ดีต้องไปด้วยกัน


ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวรำลึกถึงวีรชน เเละบอกว่าขณะนั้น ตนเองเป็นแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน ในอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน แม้จะห่างไกลกรุงเทพฯ แต่ก็ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา ทำให้ทราบว่าทุกที่แห่งนี้มีพี่น้องประชาชนนับแสน เรียกร้องความถูกต้องให้เกิดขึ้น โดยให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง เเต่การเรียกร้องต่อสู้ครั้งนั้น กลับจบด้วยการสูญเสีย ซึ่งข่าวจากรัฐบาลในขณะนั้นแจ้งว่า เสียชีวิต 44 คน สูญหาย 51 คน บาดเจ็บ-พิการ 41 คน แต่ข้อเท็จจริงจากผู้เสียหาย ระบุว่ามีผู้สูญหายมากถึง 734 คน บาดเจ็บ-พิการมากถึง 5,473 คน


ผู้ชุมนุมเรียกร้องอำนาจอธิปไตย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีภาพสลดหดหู่ สิ่งสำคัญคือเจ้าหน้าที่แทนที่จะปกป้อง กลับทำร้ายประชาชน เพียงเพราะความเห็นต่างทางการเมือง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านมา 30 ปี แต่ประเทศนี้กลับไม่เคยถอดบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ เห็นได้ชัดจากการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง โดยมีข้ออ้างไม่ต่างกันคือ การบริหารงานล้มเหลว และสืบทอดอำนาจ


นพ.ชลน่าน ยังมองว่า หากอยากให้เกิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ ต้องใช้รัฐธรรมนูญที่ประชาชนเป็นคนเขียนขึ้นมา เเละหวังว่าการเรียกร้อง การต่อสู้ จะเกิดความสมานฉันท์ ไม่มีการใช้ความรุนแรง ก้าวสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์


ทางด้าน พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็นผู้แทนรัฐบาล กล่าวรำลึกวีรชน เเละเปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมแห่งความรัก ความสามัคคี-ปรองดอง-สมานฉันท์ และเคารพความเห็นต่าง 17 พฤษภาคม 2535 แสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชน ที่ต้องการประชาธิปไตย รัฐบาลไม่อยากให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น จึงสนับสนุนให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน ตามหลักประชาธิปไตยโดยสันติวิธี


หลังจากกล่าวไว้อาลัยเสร็จ นายชวน พร้อมตัวแทนพรรคการเมือง ได้มอบพวงหรีดและปลูกต้นไม้ภายในสวนสันติพร จำนวน 4 ต้น พร้อมกับเขียนข้อความ "ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต" ก่อนจะมีพิธีกรรมทางศาสนา

คุณอาจสนใจ

Related News