สังคม

กรมอุทยานฯ ตั้งวอร์รูม พร้อมระดมกำลังดับไฟป่าภาคเหนือ ต้นตอฝุ่น PM2.5 พุ่ง

โดย panwilai_c

12 ก.พ. 2566

55 views

หลายจังหวัดในภาคเหนือกำลังเผชิญวิกฤตฝุ่นละอองและควันไฟจากไฟป่าที่กระจายกันอยู่ โดยเฉพาะลำปางและแม่ฮ่องสอน ที่ได้รับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตแล้ว ขณะที่กรมอุทยานฯ ตั้งวอร์รูมชุดดับไฟป่า เพื่อให้สอดคล้องกับวอร์รูมของแต่ละจังหวัดภาคเหนือ ที่กำลังเผชิญไฟป่าในตอนนี้



ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในเขตเทศบาลนครลำปาง อยู่ในระดับสีแดง ซึ่งถือว่าเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัติโนมัติ กรมควบคุมมลพิษ ซึ่งตั้งอยู่ในหวัดลำปาง ตรวจพบว่ามีค่าเกินมาตรฐานทั้ง 4 แห่ง โดยจุดที่สูงสุดอยู่ที่ ตำบลพระบาท อำเภอแม่เมาะ โดยวัดเมื่อเวลา 7 นาฬิกา อยู่ที่ 124 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สถานีตรวจอากาศ บ้านดง อ.แม่เมาะ 72 ไมโครกรัม สถานีตรวจอากาศ ต.แม่เมาะ 61 ไมโครกรัม และสถานีตรวจอากาศ ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ วัดได้ 55 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร



สาเหตุฝุ่นละอองและหมอกควันมาจากไฟป่าที่กระจายกันอยู่หลายจุด และเกิดขึ้นติดต่อกันทุกวัน เช่นเมื่อเช้านี้ที่บ้านแพะใต้ หมู่ 5 ตำบลวังเหนือ อำเภอเมืองลำปาง เกิดไฟป่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลงที่ 3 มีพื้นที่ในเขตป่าสงวนฯที่ถูกไฟไหม้ประมาณ 100 ไร่ เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเดินเท้าขึ้นภูเขา เพื่อไปดับไฟบริเวณดังกล่าว และทำแนวกันไฟป้องกันไว้



ขณะนี้ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่กระจายปกคลุมไปทั่ว ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในเขตเมือง รวมถึงการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครลำปาง



ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นจำนวนมาก รอบตัวเมืองแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะเทือกเขาด้านทิศตะวันตกของวัดพระธาตุดอยกองมู เจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมไฟ ป่าป่งแดง ได้จัดกำลังเข้าไปควบคุมไฟป่าเร่งด่วน โดยบันทึกข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง เมื่อวานนี้พบว่า ที่แม่ฮ่องสอน มีไฟป่าเกิดขึ้นจำนวน 806 จุด สูงสุดที่อำเภอปาย จำนวน 252 จุด โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 491 จุด และเฉพาะเมื่อวานนี้ มีไฟป่าเกิดขึ้น 173 จุด



นอกจากนี้ หมอกควันจากไฟป่า ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นลดลง ซึ่งสถานีอุตุนิยมวิทยา รายงานค่าทัศนวิสัย เวลา 7 นาฬิกา วัดได้ 2,000 เมตร และเวลา 8 นาฬิกา วัดได้ 2,500 เมตร ถือว่าเป็นค่าทัศนวิสัยที่กระทบต่อการบินพลเรือน สายการบินพลเรือน ที่มีเที่ยวบินไปแม่ฮ่องสอน จึงปรับเปลี่ยนจากช่วงเช้า เป็นช่วงบ่ายแทน



ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เตรียมความพร้อมรับมือไฟป่า โดยบางพื้นที่อาจต้องใช้มาตรการชิงเผา หรือการทำแนวกันไฟ แต่ยืนยันว่าการชิงเผา หรือเผาก่อนที่จะเกิดไฟป่านั้น จะมีระบบตรวจสอบเพื่อตรวจสอบได้ว่าเป็นการชิงเผา ไม่ใช่ไฟป่าที่เกิดเอง และการชิงเผาจะทำเฉพาะพื้นที่จำเป็นเท่านั้น



นอกจากนี้ กรมอุทยานฯได้ตั้งวอร์รูมรับมือไฟป่าที่เชียงใหม่ และมีวอร์รูมเล็กในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อเชื่อมกับวอร์รูมของจังหวัด เพื่อเคลื่อนตัวและปรับแผนรับมือไฟป่าในแต่ละจุดได้เร็วขึ้น เพื่อประเมินประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการปฏิบัติงานด้วย



วันนี้อุทยานแห่งชาติออบหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับชุดเสือไฟ จากศูนย์ปฎิบัติการไฟป่าพิษณุโลก แพร่ ตาก และเชียงราย เข้าควบคุมไฟป่าที่ยังลุกไหม้หลายจุด ในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติออบหลวง ซึ่งวันนี้มีจุดความร้อนเกิดขึ้นมากกว่า 70 จุด เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังออกเป็น 4 ชุด เพื่อเร่งควบคุมไฟ


ส่วนจุดความร้อนในพิกัดอื่นๆที่อยู่ใกล้กัน เจ้าหน้าที่อุทยานฯออบหลวง ร่วมกับสถานีไฟป่าออบหลวง และจอมทอง ได้ร่วมกับหมู่บ้านเครือข่ายในพื้นที่ กำหนดแผนออกปฎิบัติการควบคุมแล้ว

คุณอาจสนใจ

Related News