ต่างประเทศ

“ทรัมป์” สั่งแบน 3 สื่อดัง ห้ามเข้าทำเนียบขาว อ้างกุเรื่องรายงานข่าวปลอมรัฐบาล

3 ชั่วโมงที่แล้ว

10 views

“ทรัมป์” เปิดศึกสื่อ สั่งแบน 3 สำนักข่าว CNN, MS NOW และ Politico ห้ามเข้าทำเนียบขาว อ้างชอบรายงานข่าวปลอมเกี่ยวกับรัฐบาล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดศึกกับสื่ออีกครั้ง คราวนี้ประกาศแบน CNN, MS NOW และ Politico โดยให้เหตุผลว่า สำนักข่าวเหล่านี้ “มักเขียนหรือรายงานเรื่องที่แต่งขึ้นเอง หรือเรื่องโกหก” เกี่ยวกับรัฐบาลของเขา

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน ทรูธ โซเชียล ว่า เขาขอประกาศว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เขาจะสั่งแบนสื่อจอมกุข่าวอย่าง CNN, MSNOW (ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก MSNBC เพราะขาดทั้งยอดผู้ชมและความน่าเชื่อถือ!) และ Politico (สื่อที่ได้รับเงินค่าสมาชิกสูงถึง 8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลและเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและไร้สาระสิ้นดี โดยสื่อนี้ได้รับเงินก้อนนี้โดยตรงจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ “โจ ไบเดน จอมโกง” เพื่อช่วยพยุงให้พวกเขายัง “อยู่รอด” ต่อไปได้... สำหรับผมแล้ว นี่มันดูเหมือนการทุจริตชัดๆ!)

การสั่งแบนสื่อเหล่านี้ออกจากทำเนียบขาว อันเนื่องมาจากการที่สื่อเหล่านี้เอาแต่นำเสนอ “ข่าวปลอม” อยู่ตลอดเวลา! สำนักข่าวไม่ควรมีสิทธิ์เขียน หรือรายงานเรื่องที่ “แต่งขึ้นเอง” และ “เรื่องโกหก” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทรัมป์กล่าวว่าเป็น “มาตรการสั่งห้ามที่เรียบง่ายมาก” แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า พนักงานของสำนักข่าวเหล่านั้นจะถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ทำเนียบขาวด้วยหรือไม่

ด้าน CNN ได้ออกแถลงการณ์โต้กลับโดยทันทีว่า CNN ขอยืนหยัดเคียงข้างทีมงานประจำทำเนียบขาวของเรา รวมถึงการรายงานข่าวที่เที่ยงตรงและแม่นยำของพวกเขา เรามีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ในการรายงานข่าวโดยปราศจากการขัดขวาง หรือแทรกแซงจากรัฐบาล หากมีการบังคับใช้มาตรการห้ามเข้าพื้นที่ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ไว้จริง นั่นถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอย่างผิดกฎหมาย

ขณะที่ New York Times ออกแถลงการณ์ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์และคณะรัฐบาลของเขามีเจตนาที่จะข่มขู่และลงโทษสำนักข่าวที่นำเสนอข่าวในทิศทางที่เขาไม่พอใจ การกระทำบางอย่างเข้าข่ายผิดกฎหมาย และเกือบทั้งหมดขัดต่อแนวปฏิบัติที่มีมาแต่เดิมรวมถึงบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 (First Amendment) ผลรวมของการกระทำเหล่านี้คือ ความพยายามที่จะจำกัดการรับรู้ของชาวอเมริกันเกี่ยวกับรัฐบาลของตนเอง ศาลได้ตัดสินแล้วถึงสองครั้งว่า รัฐบาลของทรัมป์ละเมิดรัฐธรรมนูญจากการสั่งระงับบัตรอนุญาตเข้าทำเนียบขาวของผู้สื่อข่าว และถ้อยแถลงของประธานาธิบดีในวันนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งการข่มขู่เพื่อตอบโต้ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทาง The New York Times ขอยืนหยัดสนับสนุนองค์กรสื่อที่ตกเป็นเป้าหมายอย่างไม่เป็นธรรมจากการกระทำของประธานาธิบดี”

สมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว (WHCA) ออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) โดยระบุว่า สิ่งที่เขาวางแผนจะทำนั้นคือ “การสั่งห้ามสื่อมวลชนเสรี” รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองเสรีภาพของสื่อมวลชนจากการแทรกแซงของรัฐบาล ซึ่งความคุ้มครองดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าประธานาธิบดีจะชื่นชอบการนำเสนอข่าว เห็นด้วยกับรายงานข่าว หรือพอใจกับคำถามที่นักข่าวถามหรือไม่ เรื่องนี้มีความสำคัญมากกว่าแค่สิทธิของนักข่าว แต่มันคือสิทธิของประชาชนชาวอเมริกันที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนและเป็นอิสระ เกี่ยวกับการดำเนินงาน นโยบาย และการตัดสินใจของผู้ที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดของประเทศ WHCA ขอยืนหยัดปกป้องเพื่อนร่วมวิชาชีพของเราที่ CNN, MSNBC และ POLITICO ซึ่งกำลังตกเป็นเป้าหมายเพียงเพราะพวกเขาทำหน้าที่ของตน

ขณะที่สโมสรสื่อมวลชนแห่งชาติ (National Press Club) ได้ออกแถลงการณ์ประณามการประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่สั่งแบน CNN, MSNBC และ Politico โดยทันทีเช่นกัน ซึ่งถือเป็นความพยายามอย่างชัดเจนในการควบคุมสื่อ คำสั่งห้ามนี้จะเป็นการละเมิดเสรีภาพสื่ออย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน National Press Club ขอเรียกร้องให้ประธานาธิบดียกเลิกคำประกาศดังกล่าวในทันที

มีรายงานว่า ผู้สื่อข่าวจากทั้ง Politico และ CNN ยังคงอยู่ในบริเวณทำเนียบขาวหลังจากมีการประกาศดังกล่าวไม่นาน

นับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคมปี 2025 ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ในคณะรัฐบาลได้เผชิญหน้ากับกลุ่มผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวอยู่บ่อยครั้ง ในวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองนี้ ทรัมป์ยังได้นำบล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และสื่อกลุ่มอื่นๆ ที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมเข้ามาในห้องแถลงข่าว โดยให้เหตุผลว่า เป็นสิ่งจำเป็นในการนำเสนอมุมมองที่หลากหลายแก่สาธารณชนชาวอเมริกัน

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวประกาศว่า จะเข้ามาควบคุมดูแลคณะผู้สื่อข่าวกลุ่มเฉพาะ (press pool) ที่มีสิทธิ์เข้าถึงตัวทรัมป์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่สมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว (White House Correspondents Association) เคยเป็นผู้บริหารจัดการมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ

ในเดือนเดียวกัน คณะรัฐบาลทรัมป์ยังได้สั่งห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพของสำนักข่าว AP เข้าไปยังพื้นที่ที่มีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง เช่น ห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) หรือเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดี (Air Force One) เนื่องจากสำนักข่าวดังกล่าวใช้คำว่า “อ่าวเม็กซิโก” (Gulf of Mexico) แทนที่จะใช้คำว่า “อ่าวอเมริกา” (Gulf of America)

คุณอาจสนใจ

Related News