ต่างประเทศ
“ทรัมป์” สั่งเปิดข้อมูลลับ อ้างจีนแทรกแซงการเลือกตั้งปี 63 สาเหตุพ่ายแพ้ “โจ ไบเดน”
2 ชั่วโมงที่แล้ว
11 views
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา มีคำสั่งเปิดเผยข้อมูลลับด้านข่าวกรอง ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการตีแผ่การแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2563 โดยประเทศจีน อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ให้กับ “โจ ไบเดน”
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์เป็นเวลา 25 นาที โดยระบุว่าเอกสารลับดังกล่าวจะเผยให้เห็นช่องโหว่ที่น่าตกใจในระบบการเลือกตั้งของสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าจีนลักลอบเข้าถึงฐานข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของสหรัฐฯ ไปอย่างผิดกฎหมายถึง 220 ล้านรายการ ประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เช่น ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และการสังกัดพรรคการเมือง
ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานความมั่นคงในอดีต โดยกล่าวหาว่า “ภายใต้รัฐบาลไบเดน เจ้าหน้าที่ข่าวกรองจาก CIA และหน่วยงานอื่นๆ ได้พยายามลดทอนความสำคัญหรือปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการแทรกแซงของจีน” เขากล่าวเสริมว่า “แม้จะมีการรั่วไหลของข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนหลายสิบล้านคนครอบคลุมพื้นที่ถึง 18 รัฐ แต่ประเด็นนี้กลับไม่ได้รับการรายงานอย่างถูกต้องต่อประธานาธิบดีหรือสภาคองเกรสในขณะนั้น”
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า ทีมงานของเขาได้ตรวจพบหลักฐานการมีอยู่ของหน่วยปฏิบัติการภายในของจีนในชื่อ “หน่วยวิเคราะห์และแสวงหาประโยชน์จากข้อมูล (Data Exploitation Unit)” ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินภารกิจนี้โดยเฉพาะ
ทรัมป์ยังใช้โอกาสนี้กดดันให้สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสเร่งผลักดันกฎหมายกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องแสดงบัตรประจำตัวและปรับปรุงข้อกำหนดเรื่องสัญชาติใหม่ แม้จะมีผลการตรวจสอบยืนยันมาโดยตลอดว่าการทุจริตการเลือกตั้งในสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวสวนทางกับรายงานข่าวกรองสหรัฐฯ ปี 2564 ระบุว่าไม่พบสัญญาณว่ามีต่างชาติพยายามหรือประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงแง่มุมทางเทคนิคของการเลือกตั้งปี 2563 ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียน การลงคะแนน หรือการนับคะแนน
แม้รายงานจะยอมรับว่าจีนได้พยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งและพรรคการเมืองสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2551 แต่มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อคาดการณ์ผลการเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่าข้อมูลที่จีนได้รับไปนั้นเป็นข้อมูลสาธารณะที่ไม่ได้เป็นความลับ ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาทางการเมืองสามารถหาซื้อได้ตามปกติอยู่แล้ว
ในการแถลงครั้งนี้ ทรัมป์ยังคงย้ำข้ออ้างเรื่องการโกงเลือกตั้ง รวมถึงโจมตีการลงคะแนนทางไปรษณีย์และเครื่องลงคะแนน ทั้งที่ศาลหลายชั้นและการนับคะแนนใหม่หลายรอบไม่พบหลักฐานการทุจริตในวงกว้าง นอกจากนี้ เอกสารที่เขาอ้างว่าเป็น “จุดอ่อน” ของระบบกลับมีเนื้อหาไม่ตรงประเด็น เช่น เอกสาร CIA ฉบับหนึ่งกล่าวถึงการเลือกตั้งในเวเนซุเอลา, เอกสารอีกฉบับระบุว่า “ระบบนับคะแนนยากต่อการแทรกแซงจนส่งผลต่อผลลัพธ์”, และฉบับที่สามระบุว่า จีน “ไม่มีความตั้งใจที่จะแทรกแซงอย่างลับๆ เพื่อเปลี่ยนผลการเลือกตั้งในขณะนี้”
การเคลื่อนไหวของผู้นำสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงที่เขาและพรรครีพับลิกันเผชิญความท้าทายทางการเมืองอย่างหนัก หลังคะแนนนิยมลดต่ำลงจากการทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น โดยทรัมป์กล่าวถึงสงครามเพียงสั้นๆ ว่า สหรัฐฯ กำลังจะคว้าชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่
รายงานระบุว่า ก่อนการแถลง เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางส่วนแสดงความกังวลว่าการเปิดเผยข้อมูลนี้อาจถูกตีความผิดและกระทบความสัมพันธ์กับจีนที่กำลังเริ่มทรงตัวหลังจากสงครามการค้า โดยทรัมป์มีกำหนดพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในเดือนกันยายนนี้ ด้านโฆษกสถานทูตจีนได้ออกมาปฏิเสธทันทีว่า “จีนไม่เคยและจะไม่แทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ”
ขณะที่ สว.มาร์ก วอร์เนอร์ จากพรรคเดโมแครต ตอบโต้ว่าข้อมูลของทรัมป์เป็นเรื่องไร้สาระ และย้ำว่าหน่วยข่าวกรองมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าจีนไม่ได้พยายามเปลี่ยนแปลงคะแนนเสียงแม้แต่คะแนนเดียว ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่หลายช่องตัดสินใจไม่ถ่ายทอดสดการแถลงดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าไม่มีเนื้อหาสาระที่เป็นประเด็นสำคัญระดับชาติในข่วงเวลาไพรม์ไทม์
แท็กที่เกี่ยวข้อง โดนัลด์ ทรัมป์ ,เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา