ต่างประเทศ
ปิดดีล! อินโดนีเซีย-สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้าลดภาษีนำเข้าเหลือ 19% แลกเปิดทางลงทุน “แร่หายาก”
2 ชั่วโมงที่แล้ว
5 views
“อินโดนีเซีย-สหรัฐอเมริกา” บรรลุข้อตกลงทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ ภายใต้นโยบาย “ยุคทองใหม่” ของพันธมิตรทั้งสองชาติ จะคงอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียไว้ที่ 19% แลกกับการเปิดทางลงทุนในอุตสาหกรรมแร่หายาก
เมื่อวานนี้ นายไอร์ลังกา ฮาร์โต รัฐมนตรีประสานงานฝ่ายกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันมาอย่างยาวนาน
ภายใต้ข้อตกลงนี้ สหรัฐฯ ตกลงหั่นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซีย จากเดิม 32% ลงมาเหลือเพียง 19% เท่านั้น โดยสินค้าเกษตรตัวชูโรงอย่าง กาแฟ, ช็อกโกแลต, ยางธรรมชาติ และเครื่องเทศ จะได้รับยกเว้นภาษีทันที รวมถึงจ่อคิวยกเว้นภาษีสินค้าโภคภัณฑ์อีกเกือบ 1,700 รายการ ซึ่งรวมถึง “น้ำมันปาล์ม” สินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของอินโดนีเซียด้วย
ส่วนกลุ่ม “สิ่งทอ” แม้จะยังต้องคุยรายละเอียดโควตาภาษีเพิ่มเติม แต่ถือเป็นสัญญาณบวกที่ผู้ผลิตอินโดนีเซียจะได้สิทธิพิเศษในการบุกตลาดอเมริกา
ระหว่างการเจรจา รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมถอนข้อเรียกร้องด้านการเมือง ทั้งเรื่องการพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์และข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ออกจากเงื่อนไขการค้า เพื่อให้การตกลงเดินหน้าได้เร็วขึ้น ขณะที่อินโดนีเซียก็ยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้เป็นทางผ่านสินค้าจากจีนเพื่อคลายความกังวลของฝั่งสหรัฐฯ
ในฝั่งอินโดนีเซียก็เปิดประตูรับทุนอเมริกันแบบจัดเต็มเช่นกัน โดยจะยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ทั้งในกลุ่มเกษตร, เทคโนโลยี และยานยนต์ พร้อมแก้ไขกฎระเบียบที่เคยเป็นอุปสรรค เช่น ข้อกำหนดการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) และยอมรับมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ ทั้งหมด
ประเด็นสำคัญอีกประการคือ อินโดนีเซียจะอนุญาตและอำนวยความสะดวกให้สหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมแร่หายากและทรัพยากรพลังงาน ภายใต้เงื่อนไขที่คล้ายคลึงกับที่รัฐบาลอินโดนีเซียปฏิบัติต่อผู้ลงทุนในประเทศของตนเอง
ข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน หลังจากทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย โดยนายไอร์ลังกากล่าวว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดได้หากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน
การลงนามข้อตกลงนี้เกิดขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ได้เดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน เพื่อร่วมประชุมผู้นำนัดแรกของคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
โดยผู้นำของทั้งสองประเทศได้ร่วมลงนามในเอกสารหัว “การก้าวเข้าสู่ยุคทองใหม่ (NEW GOLDEN AGE)” ด้วย ซึ่งทำเนียบขาวเชื่อว่าจะช่วยให้ทั้งสองประเทศเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการเติบโต และนำไปสู่ความมั่งคั่งของโลกอย่างต่อเนื่อง
ไม่เพียงแต่ในระดับรัฐบาเท่านั้น แต่ภาคเอกชนเอก็ยังปิดดีลสำคัญ โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา บริษัทจากอินโดนีเซียและสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงทางธุรกิจหลายฉบับมูลค่ารวมกว่า 3.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.19 ล้านล้านบาท) ครอบคลุมความร่วมมือในด้านเหมืองแร่, เทคโนโลยี, สิ่งทอ และอุตสาหกรรมอื่นๆ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ข่าวต่างประเทศ ,อินโดนีเซียสหรัฐอเมริกา