ต่างประเทศ

“ฮุน มานี” โต้ดรามา เมินคนวิจารณ์ใส่แจ็กเกตแบรนด์ไทย ยันคือความภูมิใจในฐานะเจ้าภาพซีเกมส์

2 ชั่วโมงที่แล้ว

73 views

“ฮุน มานี” รัฐมนตรีกระทรวงข้าราชการฯ ของกัมพูชา โต้ดรามา “คนเขมร” หลังถูกวิจารณ์สวมเสื้อแจ็กเกตแบรนด์ไทย ย้ำทำตามหน้าที่ในฐานะเจ้าภาพซีเกมส์

นายฮุน มานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้าราชการพลเรือนของกัมพูชา ออกมาชี้แจงกรณีถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการสวมเสื้อแจ็คเกตแบรนด์ไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่กัมพูชา

เสื้อแจ็กเกตตัวดังกล่าวผลิตโดย FBT ผู้ผลิตเสื้อผ้ากีฬาของไทย เพื่อใช้ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 32 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 เมื่อปี 2566 ซึ่งกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ

นายฮุน มานี อธิบายว่า ความคิดเห็นเชิงลบ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากชาวเน็ตไทยที่พยายามสื่อว่าเขาสนับสนุนสินค้าไทยท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดน เป็นการตีความเจตนาของเขาผิดไปอย่างสิ้นเชิง

เขาย้ำว่า ประเด็นเรื่องยี่ห้อของเสื้อผ้าควรถูกมองข้ามไป แต่ควรทำความเข้าใจในแง่ของคุณค่าทางจิตใจ และความสำคัญในระดับชาติ โดยอธิบายว่า การที่กัมพูชาได้เป็นเจ้าภาพซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ ซึ่งถือเป็นการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่การแข่งขันกีฬากาเนโฟในปี 2509 นั้น คือแหล่งที่มาสำคัญของความภาคภูมิใจในประเทศชาติ

นายฮุน มานี ระบุว่า “กัมพูชาเป็นประเทศที่ผ่านสงครามและความขัดแย้งทางอาวุธที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน เราได้พยายามลุกขึ้นสู้จนฟื้นกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง ผ่านการฟื้นฟูสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในทุกภาคส่วน เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเต็มตัว"



เขาบรรยายว่า งานกีฬาทั้งสองครั้งเป็นเสมือนตู้โชว์ความก้าวหน้าของกัมพูชา และแสดงถึงศักยภาพในการจัดงานระดับภูมิภาค นอกจากนี้ เขายังระลึกถึงสปิริตความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวกัมพูชา พิธีเปิดและปิดที่น่าประทับใจ รวมถึงแคมเปญ "Beyond The Games" ล้วนสร้างความทรงจำที่ไม่รู้ลืม

เขายืนยันว่า แจ็คเกตตัวดังกล่าวมีความหมายล้ำค่ามหาศาลสำหรับเขาในฐานะคนกัมพูชา มันเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้และไม่มีทางเลือนหายไปจากความทรงจำ เขาจะสวมใส่มันต่อไปไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม

สำหรับประเด็นความขัดแย้งบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย นายฮุน มานี ได้เรียกร้องให้สาธารณชนติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และขอให้วางใจในรัฐบาลที่กำลังดำเนินนโยบายหาทางออกอย่างสันติ

เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม และเดินหน้าปักปันเขตแดนผ่านกลไกของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ต่อไป โดยรัฐมนตรีรายนี้ย้ำชัดว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นในการเจรจามากกว่าการใช้กำลังอาวุธ และเชื่อมั่นว่าทางออกที่สงบเรียบร้อยจะนำมาซึ่งผลประโยชน์และความรุ่งเรืองร่วมกันของทั้งสองประเทศ

คุณอาจสนใจ

Related News